มาตรา ๑๐๗ บุคคลใดยื่นคำขอ คำคัดค้าน หรือเอกสารอื่นใดเกี่ยวกับการขอจดทะเบียนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียน
การต่ออายุการจดทะเบียน หรือการเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม
หรือการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายบริการ โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่นายทะเบียนหรือคณะกรรมการ
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๐๘ บุคคลใดปลอมเครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง
หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี
หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๐๙ บุคคลใดเลียนเครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง
หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร
เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ
เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นนั้น
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๐๙/๑[๖๔]
บุคคลใดนำหีบห่อหรือภาชนะที่แสดงเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม
ของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักรมาใช้สำหรับสินค้าของตนเองหรือของบุคคลอื่น
เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายร่วม
หรือเชื่อว่าเป็นสินค้าที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองนั้น
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๑๐ บุคคลใด
(๑) นำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย
หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง
หรือเครื่องหมายร่วมปลอมตามมาตรา ๑๐๘ หรือที่เลียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง
หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่น ตามมาตรา ๑๐๙ หรือ
(๒) ให้บริการหรือเสนอให้บริการที่ใช้เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง
หรือเครื่องหมายร่วมปลอมตามมาตรา ๑๐๘ หรือที่เลียนเครื่องหมายบริการ
เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นตามมาตรา ๑๐๙
ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น
ๆ
มาตรา ๑๑๑ บุคคลใด
(๑) แสดงเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง
หรือเครื่องหมายร่วมที่มิได้จดทะเบียนในราชอาณาจักรว่าเป็นเครื่องหมายดังกล่าวที่ได้จดทะเบียนในราชอาณาจักรแล้ว
(๒) จำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายรับรองหรือเครื่องหมายร่วมตาม (๑) ที่ตนรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ หรือ
(๓) ให้บริการหรือเสนอให้บริการโดยแสดงเครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง
หรือเครื่องหมายร่วมตาม (๑) ที่ตนรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี
หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๑๒ บุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา ๙๐
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
มาตรา ๑๑๒ ทวิ[๖๕]
ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา
๑๐๖ ทวิ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๑๒ ตรี[๖๖]
ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา
๑๐๖ ทวิ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๑๓
บุคคลใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้
เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปีกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้อีก
ให้วางโทษทวีคูณ
มาตรา ๑๑๔[๖๗] ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล
ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการ การกระทำ หรือไม่สั่งการ
หรือไม่กระทำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำของกรรมการผู้จัดการ
หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น
ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย
มาตรา ๑๑๕
บรรดาสินค้าที่ได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
ให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่
มาตรา ๑๑๖
ในกรณีที่มีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่ามีผู้กระทำการหรือกำลังกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา
๑๐๘ มาตรา ๑๐๙ หรือมาตรา ๑๑๐ เจ้าของเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ
เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม
อาจขอให้ศาลมีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าวระงับหรือละเว้นการกระทำดังกล่าวนั้นได้
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๑๑๗
เครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า
พุทธศักราช ๒๔๗๔ และยังคงจดทะเบียนอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้ถือว่าเป็นเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๑๑๘
ให้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า
พุทธศักราช ๒๔๗๔ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่จนถึงวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้
แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๑๑๙ บรรดาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำขอจดทะเบียน
คำขอจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงข้อความที่ได้จดทะเบียนแล้ว
คำขอจดทะเบียนโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้า
และคำขอต่ออายุเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่นไว้แล้วตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า
พุทธศักราช ๒๔๗๔ ถ้าก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
(๑)
นายทะเบียนยังมิได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับคำขอดังกล่าวให้ถือว่าเป็นคำขอที่ได้ยื่นตามพระราชบัญญัตินี้และให้ดำเนินการเกี่ยวกับคำขอดังกล่าวตามพระราชบัญญัตินี้
(๒)
นายทะเบียนได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับคำขอดังกล่าวแล้วการดำเนินการเกี่ยวกับคำขอดังกล่าวให้อยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า
พุทธศักราช ๒๔๗๔ ต่อไปจนกว่าจะถึงที่สุด
มาตรา ๑๒๐
การขอต่ออายุเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า
พุทธศักราช ๒๔๗๔
ซึ่งเจ้าของได้ขอจดทะเบียนไว้สำหรับสินค้าจำพวกใดจำพวกหนึ่งทั้งจำพวก
ให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าระบุรายการสินค้าที่ประสงค์จะได้รับความคุ้มครองแต่ละอย่างโดยชัดแจ้ง
ในกรณีดังกล่าวนี้ให้นำมาตรา ๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๑๒๑
การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนและการคัดค้านการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า
พุทธศักราช ๒๔๗๔ ที่ค้างพิจารณาอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้อยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔
จนกว่าจะถึงที่สุด
มาตรา ๑๒๒ กำหนดเวลาในการอุทธรณ์
กำหนดเวลาในการคัดค้านการจดทะเบียนกำหนดเวลาให้ผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำโต้แย้งที่อาศัยเป็นหลักในการขอจดทะเบียน
และกำหนดเวลาการแจ้งให้นายทะเบียนทราบว่าผู้ขอจดทะเบียนได้ตกลงกันแล้วหรือได้นำคดีไปสู่ศาลแล้วตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า
พุทธศักราช ๒๔๗๔ ถ้ายังมิได้สิ้นสุดลงก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้เริ่มนับกำหนดเวลาดังกล่าวใหม่ตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นต้นไป
มาตรา ๑๒๓ บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ
หรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔
ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้
จนกว่าจะมีกฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อานันท์ ปันยารชุน
นายกรัฐมนตรี
อัตราค่าธรรมเนียม[๖๘]
(๑) คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง
หรือเครื่องหมายร่วม
(ก) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก ๑ ถึง ๕
อย่าง อย่างละ
๑,๐๐๐ บาท
(ข) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก มากกว่า ๕
อย่าง จำพวกละ ๙,๐๐๐ บาท
(๒) รูปเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ
เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม
ที่มีด้านกว้างหรือด้านยาวเกิน ๕ เซนติเมตร
ให้คิดเฉพาะส่วนที่เกิน เซนติเมตรละ
๒๐๐
บาท
เศษของเซนติเมตรให้คิดเป็นหนึ่งเซนติเมตร
(๓) คำคัดค้านการขอจดทะเบียนตาม (๑) ฉบับละ
๒,๐๐๐ บาท
(๔) คำขอโอนสิทธิในคำขอจดทะเบียน
เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ
เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม คำขอละ
๒,๐๐๐ บาท
(๕) การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง
หรือเครื่องหมายร่วม
(ก) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก ๑ ถึง ๕
อย่าง อย่างละ
๖๐๐
บาท
(ข) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก มากกว่า ๕
อย่าง จำพวกละ
๕,๔๐๐ บาท
(๖) ใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ
๒๐๐
บาท
(๗) คำขอจดทะเบียนการโอนหรือการรับมรดกสิทธิ
ในเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ
เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม คำขอละ
๒,๐๐๐ บาท
(๘) คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการ
การจดทะเบียนตาม (๕) คำขอละ
๔๐๐
บาท
(๙) การต่ออายุการจดทะเบียนตาม (๕)
(ก) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก ๑ ถึง ๕ อย่าง
อย่างละ
๒,๐๐๐ บาท
(ข) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก มากกว่า ๕
อย่าง จำพวกละ
๑๘,๐๐๐ บาท
(๑๐) คำร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่งเพิกถอน
การจดทะเบียนตาม (๕) ฉบับละ
๑,๐๐๐ บาท
(๑๑) คำขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้
เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการ
คำขอละ
๑,๐๐๐ บาท
(๑๒) การจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้
เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการ
สัญญาละ
๒,๐๐๐ บาท
(๑๓) คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการ
การจดทะเบียนตาม (๑๒) คำขอละ
๔๐๐
บาท
(๑๔) คำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนตาม (๑๒) คำขอละ
๔๐๐
บาท
(๑๕) คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำขอจดทะเบียน
ตาม (๑) (๗) หรือ (๑๑) คำขอละ
๒๐๐ บาท
(๑๖) คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับว่าด้วย
การใช้เครื่องหมายรับรอง
(ก)
ก่อนการจดทะเบียนเครื่องหมายรับรอง คำขอละ
๒๐๐
บาท
(ข)
หลังการจดทะเบียนเครื่องหมายรับรอง คำขอละ
๔๐๐
บาท
(๑๗) คำอุทธรณ์
(ก) อุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตาม
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).