พระราชกฤษฎีกา
จัดตั้งเทศบาลตำบลบางศรีเมือง
อำเภอเมืองนนทบุรี
จังหวัดนนทบุรี
พ.ศ. ๒๕๔๐
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๐
เป็นปีที่
๕๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสุขาภิบาลบางศรีเมือง
อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ขึ้นเป็นเทศบาลตำบล
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕)
พุทธศักราช ๒๕๓๘ มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติสุขาภิบาล พ.ศ. ๒๔๙๕ และมาตรา ๙
แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลตำบลบางศรีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี พ.ศ. ๒๕๔๐
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้จัดตั้งสุขาภิบาลบางศรีเมือง
อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ขึ้นเป็นเทศบาลตำบล มีชื่อว่า เทศบาลตำบลบางศรีเมือง
อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
มาตรา ๔
ให้กำหนดเขตเทศบาลตำบลบางศรีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ไว้ดังนี้
หลักเขตที่ ๑ ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดตัดระหว่างกึ่งกลางแม่น้ำอ้อมกับแนวคลองวัดบางกร่าง
ฝั่งตะวันตก
ด้านเหนือ
จากหลักเขตที่ ๑
เป็นเส้นเลียบแนวกึ่งกลางแม่น้ำอ้อมไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบระหว่างแนวกึ่งกลางแม่น้ำอ้อมกับแนวกึ่งกลางแม่น้ำเจ้าพระยา
ด้านตะวันออก
จากหลักเขตที่ ๒ เป็นเส้นเลียบแนวกึ่งกลางแม่น้ำเจ้าพระยา
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบระหว่างแนวกึ่งกลางแม่น้ำเจ้าพระยากับแนวกึ่งกลางคลองบางสีทอง
จากหลักเขตที่ ๓ เป็นเส้นเลียบแนวกึ่งกลางคลองบางสีทอง
ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๔
ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบระหว่างแนวกึ่งกลางคลองบางสีทอง
กับแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างอำเภอเมืองนนทบุรีกับอำเภอบางกรวย
ด้านใต้
จากหลักเขตที่ ๔
เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างอำเภอเมืองนนทบุรี กับอำเภอบางกรวย ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ถึงหลักเขตที่ ๕ ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดตัดระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๑๕
แยกทางหลวงหมายเลข ๓๐๖ (บางอ้อ) - บางบัวทอง ฟากใต้ กับแนวคลองวัดแดง ฝั่งตะวันตก
จากหลักเขตที่ ๕ เป็นเส้นเลียบคลองวัดแดง ฝั่งตะวันตก ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
ถึงหลักเขตที่ ๖
ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบระหว่างของกึ่งกลางคลองบางกอกน้อยกับแนวคลองวัดแดง
ฝั่งตะวันตก
จากหลักเขตที่ ๖ เป็นเส้นเลียบแนวกึ่งกลางคลองบางกอกน้อย
ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๗
ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบระหว่างของกึ่งกลางคลองบางกอกน้อยกับแนวคลองวัดบางกร่าง ฝั่งตะวันตก
ทิศตะวันตก
จากหลักเขตที่ ๗ เป็นเส้นเลียบแนวคลองวัดบางกร่าง
ฝั่งตะวันตก ไปทางทิศเหนือถึงหลักเขตที่ ๘ ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบของแนวคลองวัดบางกร่าง
ฝั่งตะวันตก กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๑๕ แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๖ (บางอ้อ)
- บางบัวทอง ฟากใต้
จากหลักเขตที่ ๘ เป็นเส้นเลียบแนวคลองวัดบางกร่าง
ฝั่งตะวันตก ไปทางทิศเหนือบรรจบกับหลักเขตที่ ๑
ดังปรากฏตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
ตามเส้นแนวเขตที่กล่าวไว้ในมาตรานี้ ให้มีหลักย่อยปักไว้เพื่อแสดงแนวเขตตามสมควร
มาตรา ๕
ในระหว่างดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบางศรีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี
จังหวัดนนทบุรี ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
แต่งตั้งกรรมการสุขาภิบาลบางศรีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
ซึ่งพ้นจากตำแหน่งในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับตามที่เห็นสมควรมีจำนวนเท่ากับจำนวนคณะเทศมนตรีเทศบาลตำบล
ตามมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖
เพื่อดำเนินกิจการในหน้าที่ของคณะเทศมนตรีไปพลางก่อน จนกว่าคณะเทศมนตรีที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรา
๓๗ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ เข้ารับหน้าที่
มาตรา ๖
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ชวลิต
ยงใจยุทธ
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลตำบลบางศรีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี
จังหวัดนนทบุรี พ.ศ. ๒๕๔๐
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากสุขาภิบาลบางศรีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี มีสภาพอันสมควรยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลตำบลบางศรีเมือง
อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นได้ปกครองดูแลและทำนุบำรุงท้องถิ่นของตนตามระบบเทศบาล จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปรียนันท์/พิมพ์
๒๒ สิงหาคม
๒๕๔๔
ปิติวรรณ/ปรับปรุง
๘ เมษายน ๒๕๖๓
อรญา/ตรวจ
๙ มิถุนายน ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๕๒ ก/หน้า ๑๗/๒ ตุลาคม ๒๕๔๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).