พระราชกฤษฎีกา
จัดตั้งเทศบาลตำบลบางกะดี
อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
พ.ศ. ๒๕๔๖
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
เป็นปีที่ ๕๘
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลบางกะดี
อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ขึ้นเป็นเทศบาลตำบล
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ประกอบกับมาตรา
๔๒ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่
๔) พ.ศ. ๒๕๔๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลตำบลบางกะดี อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. ๒๕๔๖
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้จัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลบางกะดี
อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ขึ้นเป็นเทศบาลตำบล มีชื่อว่า เทศบาลตำบลบางกะดี
ในอำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
มาตรา ๔ ให้กำหนดเขตเทศบาลตำบลบางกะดี
ไว้ดังนี้
หลักเขตที่ ๑ ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาตรงจุดที่แนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลบางกะดี
กับตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี มาบรรจบกับแนวเขตเทศบาลเมืองปทุมธานี
จังหวัดปทุมธานี
ด้านเหนือ
จากหลักเขตที่ ๑ เป็นเส้นตรงข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๒
ซึ่งตั้งอยู่ตรงบริเวณปากคลองบางหลวงเชียงราก ฝั่งเหนือ
จากหลักเขตที่ ๒ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลบางกะดี
กับตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี
จังหวัดปทุมธานี ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๖ (ถนนติวานนท์)
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองประปา ฝั่งตะวันตก ตรงจุดที่คลองประปาตัดกับคลองบางหลวงเชียงราก
ด้านตะวันออก
จากหลักเขตที่ ๓ เป็นเส้นเลียบแนวคลองประปา ฝั่งตะวันตก
ไปทางทิศใต้ ถึงหลักเขตที่ ๔ ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองประปา ฝั่งตะวันตก เป็นระยะประมาณ
๑,๓๐๐ เมตร
ด้านใต้
จากหลักเขตที่ ๔ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลบางกะดี
กับตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นแนวคันดินของสวนอุตสาหกรรมบางกะดี
ถึงหลักเขตที่ ๕ ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดสิ้นสุดแนวคันดินของสวนอุตสาหกรรมบางกะดี
จากหลักเขตที่ ๕ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลบางกะดี
กับตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ถึงหลักเขตที่ ๖ ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดกึ่งกลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๖ (ถนนติวานนท์)
จากหลักเขตที่ ๖ เป็นเส้นเลียบแนวกึ่งกลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๐๖ (ถนนติวานนท์) ไปทางทิศใต้ ถึงหลักเขตที่ ๗
ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดกึ่งกลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๖ (ถนนติวานนท์) เป็นระยะประมาณ
๑๙๕ เมตร
จากหลักเขตที่ ๗ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตระหว่างตำบลบางกะดี
กับตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
และไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านถนนบางกะดีสายใน และเป็นเส้นเลียบตามแนวคลองต้นทองหลาง
ฝั่งเหนือ แล้วข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ถึงหลักเขตที่ ๘ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา
ตรงแนวเขตตำบลบางขะแยง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
ด้านตะวันตก
จากหลักเขตที่ ๘ เป็นเส้นเลียบแนวแม่น้ำเจ้าพระยา
ฝั่งตะวันตก จนบรรจบกับหลักเขตที่ ๑
ดังปรากฏตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
ตามเส้นแนวเขตที่กล่าวไว้ในมาตรานี้ ให้มีหลักเขตย่อยปักไว้เพื่อแสดงแนวเขตตามสมควร
มาตรา ๕
ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางกระดี
ให้ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางกะดีในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ปฏิบัติหน้าที่ปลัดเทศบาลตำบลบางกะดีเท่าที่จำเป็นไปพลางก่อน และให้รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของนายกเทศมนตรีตามมาตรา
๔๕ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ ด้วย
มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลตำบลบางกะดี
อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. ๒๕๔๖
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตำบลบางกะดี
อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี มีสภาพอันสมควรยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลตำบลบางกะดี
อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นได้ปกครองดูแลและทำนุบำรุงท้องถิ่นของตนตามระบบเทศบาล จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปิติวรรณ/จัดทำ
๒๒ เมษายน ๒๕๖๓
อรญา/ตรวจ
๕ สิงหาคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๑๐๘ ก/หน้า ๒๘/๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).