กฎ ก
กฎ ก.พ.อ.
ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขการกลับเข้ารับราชการ การนับวันรับราชการ
และเงินเดือนที่จะได้รับของผู้ขอกลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
พ.ศ. ๒๕๕๐[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๔ (๔) และมาตรา ๓๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๗ ก.พ.อ. จึงออกกฎ ก.พ.อ. ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ใดออกจากราชการเพื่อไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
หรือออกจากราชการโดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เพื่อไปปฏิบัติงานใด ๆ
ซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นสำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญเหมือนเต็มเวลาราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ให้สถาบันอุดมศึกษาสงวนตำแหน่งไว้ให้แก่ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้น
ข้อ ๒ เมื่อข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาซึ่งออกจากราชการเพื่อไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารพ้นจากราชการทหารโดยไม่มีความเสียหาย
ให้มีสิทธิขอกลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
โดยทำคำร้องขอพร้อมด้วยหนังสือรับรองประวัติการรับราชการทหารยื่นต่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นจากราชการทหาร
และเมื่อสั่งบรรจุและแต่งตั้งแล้วให้นับวันรับราชการก่อนถูกสั่งให้ออกจากราชการรวมกับวันรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารและวันรับราชการเมื่อได้รับบรรจุกลับเข้ารับราชการเป็นเวลาราชการติดต่อกันเพื่อประโยชน์ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๗ และกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ทั้งนี้ ให้สั่งบรรจุและแต่งตั้งและให้ได้รับเงินเดือน
ดังนี้
(๑) ให้บรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่เทียบเท่ากับระดับเดิม
โดยให้ปรับเงินเดือนให้ปีละหนึ่งขั้นแต่เมื่อรวมแล้วต้องไม่เกินขั้นสูงของอันดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งนั้น
ในกรณีที่รับราชการทหารไม่ถึงหนึ่งปีแต่ครบแปดเดือนก็ให้ปรับเงินเดือนให้หนึ่งขั้น
(๒) การบรรจุและแต่งตั้งที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตาม (๑)
ให้กระทำได้เมื่อมีความจำเป็นและได้รับความเห็นชอบจาก ก.พ.อ.
ข้อ ๓ ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาซึ่งออกจากราชการโดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเพื่อไปปฏิบัติงานใด
ๆ
ซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นสำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญเหมือนเต็มเวลาราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ถ้าผู้นั้นขอกลับเข้ารับราชการภายในหกสิบวันภายหลังครบกำหนดเวลาที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติซึ่งต้องไม่เกินสี่ปีนับแต่วันไปปฏิบัติงานดังกล่าว
ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
สั่งบรรจุและแต่งตั้งและให้ได้รับเงินเดือนในอันดับที่เทียบเท่ากับระดับเดิม
เว้นแต่การไปปฏิบัติงานดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อสถาบันอุดมศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
สภาสถาบันอุดมศึกษาจะอนุมัติให้ปรับเงินเดือนให้สูงกว่าเดิมไม่เกินปีละหนึ่งขั้นก็ได้แต่ต้องไม่เกินขั้นสูงของอันดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งนั้น
ข้อ ๔ ข้าราชการซึ่งลาออกจากราชการไปด้วยเหตุใด ๆ
อันมิใช่เป็นกรณีออกจากราชการ ตามข้อ ๒ และข้อ ๓
หากประสงค์จะขอกลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
ให้ยื่นคำร้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่สภาสถาบันอุดมศึกษากำหนด
การบรรจุและแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง
ให้คำนึงถึงประโยชน์ของสถาบันอุดมศึกษาเป็นสำคัญและให้บรรจุกลับในระดับและขั้นเงินเดือนไม่สูงกว่าเดิม
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑
มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐
วิจิตร ศรีสอ้าน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ประธาน ก.พ.อ.
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.พ.อ. ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๔ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗
ได้บัญญัติให้การกลับเข้ารับราชการการนับวันรับราชการ
และเงินเดือนที่จะได้รับของผู้ขอกลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.พ.อ. กำหนด จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.พ.อ. นี้
ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ
๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
คุณากร/ผู้ตรวจ
๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๑๑ ก/หน้า ๓๘/๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).