มาตรา ๑๓ การตีราคาปานกลางของที่ดินนั้น
ให้นำเอาราคาที่ดินในหน่วยที่จะทำการตีราคา
ซึ่งซื้อขายกันโดยสุจริตครั้งสุดท้ายไม่น้อยกว่าสามรายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีก่อนวันตีราคา
มาคำนวณถัวเฉลี่ยเป็นราคาปานกลาง โดยมิให้คำนวณราคาโรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง
หรือสิ่งเพาะปลูกเข้าด้วย
ในกรณีที่ไม่มีการซื้อขายที่ดินตามวรรคหนึ่งในหน่วยใด
ให้นำเอาราคาปานกลางที่คำนวณตามวิธีการในวรรคหนึ่งของที่ดินในหน่วยใกล้เคียงที่มีสภาพและทำเลที่ดินคล้ายคลึงกันมาเป็นราคาปานกลางของที่ดินในหน่วยนั้นได้
ถ้าไม่อาจตีราคาปานกลางตามสองวรรคก่อนได้
ให้กำหนดราคาปานกลางของที่ดินโดยถือเกณฑ์อย่างอื่นอันอาจแสดงราคาตลาดของที่ดินโดยเฉลี่ยได้
การตีราคาปานกลางของที่ดินให้ตีราคาเป็นหน่วยตำบล
แต่ถ้าราคาของที่ดินในตำบลใดแตกต่างกันมาก
ให้พิจารณาตีราคาโดยกำหนดเขตในตำบลนั้นแยกออกเป็นหน่วย ๆ
เพื่อให้การตีราคาปานกลางเป็นไปโดยเที่ยงธรรม
มาตรา ๑๔
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง
ให้มีหน้าที่พิจารณาการตีราคาปานกลางตามมาตรา ๑๓
คณะกรรมการนั้นให้ประกอบด้วยบุคคลในท้องที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ในเขตเทศบาล ให้มีปลัดจังหวัด ที่ดินจังหวัด นายอำเภอท้องที่เทศมนตรีหนึ่งคน
และผู้ทรงคุณวุฒิสองคนซึ่งสภาเทศบาลเลือก
(๒)
ในเขตสุขาภิบาล ให้มีปลัดจังหวัด ที่ดินจังหวัด
นายอำเภอท้องที่กรรมการสุขาภิบาลหนึ่งคน
และผู้ทรงคุณวุฒิสองคนซึ่งคณะกรรมการสุขาภิบาลเลือก
(๓)
นอกเขตเทศบาลหรือสุขาภิบาลที่มีกำนัน ให้มีปลัดจังหวัด ที่ดินจังหวัด
นายอำเภอท้องที่ กำนันท้องที่ และผู้ทรงคุณวุฒิสองคนซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเลือก
(๔)
นอกเขตเทศบาลหรือสุขาภิบาลที่ไม่มีกำนัน ให้มีปลัดจังหวัด ที่ดิน จังหวัด
นายอำเภอท้องที่ และผู้ทรงคุณวุฒิหนึ่งคนซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเลือก
มาตรา ๑๕
การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม
และให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่ง
ให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๑๖
ให้คณะกรรมการพิจารณาตีราคาปานกลางของที่ดินทุกรอบระยะเวลาสี่ปี
มาตรา ๑๗
ภายหลังการตีราคาปานกลางของที่ดินตามมาตรา ๑๖
แล้วถ้ามีเหตุแสดงว่าราคาที่ดินในหน่วยใดได้เปลี่ยนแปลงไปมาก
และผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาเห็นสมควร หรือเจ้าของที่ดินร้องขอ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะสั่งให้คณะกรรมการทำการพิจารณาตีราคาปานกลางของที่ดินในหน่วยนั้นเสียใหม่ก็ได้
มาตรา ๑๘
ภายในเดือนตุลาคมของปีที่จะครบรอบระยะเวลาสี่ปี ตามมาตรา ๑๖
ให้คณะกรรมการยื่นรายงานการตีราคาปานกลางของที่ดินต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแสดงราคาปานกลางของที่ดินทุก
ๆ หน่วย และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศราคาปานกลางของที่ดินนั้นไว้ ณ
ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล สำนักงานสุขาภิบาล
และที่ตำบลแห่งท้องที่นั้น ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานจากคณะกรรมการ
มาตรา ๑๙
ถ้ามีการตีราคาปานกลางของที่ดินใหม่ตามมาตรา ๑๗
ให้คณะกรรมการยื่นรายงานการตีราคาใหม่ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศราคาปานกลางของที่ดินใหม่
ภายในระยะเวลาและสถานที่ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๘
มาตรา ๒๐
ถ้าเจ้าของที่ดินไม่เห็นพ้องด้วยกับราคาปานกลางของที่ดินเจ้าของที่ดินมีสิทธิอุทธรณ์การตีราคาปานกลางของที่ดินต่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประกาศราคาปานกลางที่ดิน
และให้นำความในหมวด ๘ อันว่าด้วยการอุทธรณ์มาใช้บังคับ.โดยอนุโลม
มาตรา ๒๑
การตีราคาปานกลางของที่ดินทุกรอบระยะเวลาสี่ปีตามมาตรา ๑๖ ให้ใช้เป็นราคาปานกลางได้ทุกปีสำหรับรอบระยะเวลาสี่ปีนั้น
ในกรณีที่มีการตีราคาปานกลางของที่ดินใหม่ตามมาตรา
๑๗ ราคาปานกลางของที่ดินใหม่นั้น
ให้ใช้ได้สำหรับปีที่ถัดจากปีที่มีประกาศการตีราคาปานกลางของที่ดินใหม่
จนถึงปีสุดท้ายของรอบระยะเวลาสี่ปีตามวรรคหนึ่ง
ในกรณีที่มีการอุทธรณ์ตามมาตรา
๒๐
ราคาปานกลางของที่ดินตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้ใช้สำหรับปีที่เป็นประเด็นแห่งการอุทธรณ์เป็นต้นไป
จนถึงปีสุดท้ายของรอบระยะเวลาสี่ปีตามวรรคหนึ่ง
และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศราคาปานกลางของที่ดินใหม่
ภายในระยะเวลาและสถานที่ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๘
การลดหย่อนและการยกเว้นหรือลดภาษีบำรุงท้องที่
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).