พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน
ในท้องที่ตำบลเวียง
อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
และตำบลอ่างทอง
ตำบลน้ำแวน อำเภอเชียงคำ ตำบลทุ่งรวงทอง
ตำบลห้วยยางขาม
ตำบลห้วยข้าวก่ำ
อำเภอจุน
จังหวัดพะเยา
พ.ศ. ๒๕๕๔
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
เป็นปีที่ ๖๖
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน
ในท้องที่ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และตำบลอ่างทอง ตำบลน้ำแวน
อำเภอเชียงคำ ตำบลทุ่งรวงทอง ตำบลห้วยยางขาม ตำบลห้วยข้าวก่ำ อำเภอจุน
จังหวัดพะเยา เพื่อสร้างและขยายทางหลวงชนบท สายเชื่อมระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๑๐๒๐ กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๒๑
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกับมาตรา ๕ วรรคสาม และมาตรา ๖
แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายประกอบกับมาตรา ๖๘/๑
แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๘ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒
และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า
พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลเวียง
อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และตำบลอ่างทอง ตำบลน้ำแวน อำเภอเชียงคำ ตำบลทุ่งรวงทอง
ตำบลห้วยยางขาม ตำบลห้วยข้าวก่ำ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา พ.ศ. ๒๕๕๔
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดสี่ปี
มาตรา ๔ ที่ดินที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการสร้างและขยายทางหลวงชนบท
สายเชื่อมระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๒๐ กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๒๑
มาตรา ๕ ให้อธิบดีกรมทางหลวงชนบทเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๖ เขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้
อยู่ในท้องที่ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และตำบลอ่างทอง ตำบลนํ้าแวน
อำเภอเชียงคำ ตำบลทุ่งรวงทอง ตำบลห้วยยางขาม ตำบลห้วยข้าวก่ำ อำเภอจุน
จังหวัดพะเยา มีส่วนแคบที่สุดสองร้อยเมตร และส่วนกว้างที่สุดห้าร้อยเมตร ทั้งนี้
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลเวียง
อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และตำบลอ่างทอง ตำบลน้ำแวน อำเภอเชียงคำ ตำบลทุ่งรวงทอง
ตำบลห้วยยางขาม ตำบลห้วยข้าวก่ำ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา พ.ศ. ๒๕๕๔
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากมีความจำเป็นต้องสร้างและขยายทางหลวงชนบท
สายเชื่อมระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๒๐ กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๒๑
ในท้องที่ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และตำบลอ่างทอง ตำบลน้ำแวน อำเภอเชียงคำ
ตำบลทุ่งรวงทอง ตำบลห้วยยางขาม ตำบลห้วยข้าวก่ำ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่การจราจรและการขนส่งอันเป็นกิจการสาธารณูปโภค
ในการนี้ สมควรกำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ดังกล่าว
เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าไปทำการสำรวจและเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนที่แน่นอน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๙ มกราคม ๒๕๕๕
ณัฐพร/ผู้ตรวจ
๙ มกราคม ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๙๗ ก/หน้า ๑๖/๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).