法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
59
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

มาตรฐานสินค้าขาออก

พ.ศ.

๒๕๐๓

ในพระปรมาภิไธย

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สังวาลย์

ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๓

เป็นปีที่

๑๕ ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานสินค้าขาออก

พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก

พ.ศ. ๒๕๐๓”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

“สินค้ามาตรฐาน”

หมายความว่า สินค้าซึ่งรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้เป็นสินค้ามาตรฐาน

“มาตรฐานสินค้า”

หมายความว่า คุณภาพ ชั้น ประเภท หรือชนิดของสินค้ามาตรฐานที่กำหนดขึ้น

โดยใช้ปริมาณ หน่วย น้ำหนัก ปริมาตร ขนาดส่วนผสม ส่วนประกอบ

ส่วนสัด สี ตัวอย่างและอื่นๆ ทั้งนี้แต่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างเป็นเกณฑ์

รวมตลอดถึงวิธีการบรรจุ หุ้มห่อหรือผูกมัด และวัตถุที่ใช้ในการนั้นด้วย

“ใบรับรองมาตรฐานสินค้า”

หมายความว่า เอกสารแสดงมาตรฐานสินค้า ซึ่งออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้

“เครื่องหมายตรวจสอบ”

หมายความว่า ตรา แผ่นป้าย สลากหรือเครื่องหมายใดๆ ที่กำหนดขึ้นสำหรับใช้ปิด ประทับ

หรือผูกติดที่สินค้ามาตรฐานหรือวัตถุที่ใช้ในการบรรจุ หุ้มห่อหรือผูกมัด

เพื่อแสดงว่าสินค้ามาตรฐานนั้นได้รับการตรวจสอบมาตรฐานแล้ว

“พนักงานเจ้าหน้าที่”

หมายความว่า ข้าราชการ

พนักงานของรัฐหรือขององค์การของรัฐบาลซึ่งรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้เป็นผู้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“รัฐมนตรี”

หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจ

(๑)

กำหนดสินค้าให้เป็นสินค้ามาตรฐาน

(๒) กำหนดมาตรฐานสินค้า

(๓)

กำหนดด่านศุลกากรที่ผู้ส่งหรือนำสินค้ามาตรฐานออกนอกราชอาณาจักรต้องแสดงใบรับรองมาตรฐานสินค้าสำหรับสินค้ามาตรฐานแต่ละประเภทหรือชนิด

(๔)

กำหนดอัตราค่าบริการการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า

การกำหนดตามมาตรานี้

ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

และต้องระบุระยะเวลาใช้บังคับไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันประกาศ

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้รัฐมนตรีจัดตั้งสำนักงานมาตรฐานสินค้าโดยให้มีสำนักงานแห่งใหญ่ในจังหวัดพระนคร

และมีสำนักงานสาขาในจังหวัดอื่นตามความจำเป็นการจัดตั้งให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ในประกาศนั้นให้ระบุที่ตั้งและเขตอำนาจหน้าที่ด้วย

ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าและสำนักงานสาขาแต่ละแห่งมีพนักงานเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเป็นหัวหน้าเพื่อปฏิบัติการและรับผิดชอบในกิจการอันเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขานั้นๆ

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า

และออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่นๆ

เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น

เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด

คณะกรรมการมาตรฐานสินค้า

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการมาตรฐานสินค้า”

ประกอบด้วยปลัดกระทรวงเศรษฐการเป็นประธาน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

อธิบดีกรมการค้าภายใน ผู้แทนกระทรวงเกษตร ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม

ผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมสินค้าขาออก

และกรรมการอื่นไม่เกินหกคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง

กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี

กรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๗

วรรคสอง กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๔)

เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

เมื่อกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ

คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน

กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามความในวรรคก่อน

อยู่ในตำแหน่งตามวาระของกรรมการที่ตนแทน

มาตรา ๙

มาตรา ๙

การประชุมของคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าจะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ให้คณะกรรมการมาตรฐานสินค้ามีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อทำกิจการหรือพิจารณาเรื่องต่างๆ

อันอยู่ในขอบเขตแห่งหน้าที่ของคณะกรรมการได้

การประชุมคณะอนุกรรมการ

ให้นำมาตรา ๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ให้คณะกรรมการมาตรฐานสินค้ามีหน้าที่

(๑)

พิจารณาข้อเสนอของพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วทำความเห็นเสนอรัฐมนตรี

(๒)

ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในเรื่องที่เกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า

(๓) วินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา ๔๓

และในการนี้ให้มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลใดๆ

มาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้ส่งตัวอย่างสินค้าหรือสิ่งใดๆ

ที่เกี่ยวกับการพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น

(๔) ปฏิบัติการอื่นๆ

ที่เกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย

หมวด

การค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ผู้ใดทำการค้าโดยส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรที่รัฐมนตรีกำหนดซึ่งสินค้ามาตรฐานใด

ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานนั้น ณ

สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา

หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานและคุณสมบัติของผู้ขอจดทะเบียน

ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขในกฎกระทรวงให้ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่การควบคุมมาตรฐานสินค้าด้วยก็ได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

เมื่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาได้รับคำขอจดทะเบียนและเห็นว่าคำขอนั้นถูกต้องก็ให้รับจดทะเบียนไว้

และให้ออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานให้แก่ผู้ขอ

ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนให้เรียกโดยย่อว่า “ใบทะเบียน”

ในกรณีที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาไม่ยอมรับจดทะเบียน

ผู้ร้องขอมีสิทธิอุทธรณ์

โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งไม่รับจดทะเบียน

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ใบทะเบียนให้ใช้ได้ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม

แห่งปีที่รับจดทะเบียน และต่ออายุได้ครั้งละหนึ่งปี

ถ้าใบทะเบียนสูญหายหรือถูกทำลาย

ให้ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานยื่นคำร้องขอรับใบแทนภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย

ผู้ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วต้องแสดงใบทะเบียนหรือใบแทนไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย

ณ สถานที่ทำการที่ระบุไว้ในใบทะเบียนนั้น

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

การเลิกทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานซึ่งได้จดทะเบียนแล้วทั้งหมด

หรือเฉพาะสินค้ามาตรฐานบางประเภทหรือบางชนิดการย้ายสำนักงาน การเปลี่ยนผู้จัดการหรือกรรมการ

หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ให้ผิดไปจากที่ได้จดทะเบียนไว้ให้ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานแจ้งการเลิก

ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันเลิก

ย้ายหรือเปลี่ยนแปลง

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

ห้ามมิให้ผู้ซึ่งมิได้จดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานส่งหรือนำสินค้ามาตรฐานออกนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรที่รัฐมนตรีกำหนด

บทบัญญัติในวรรคก่อน

มิให้ใช้บังคับแก่สินค้ามาตรฐานที่บุคคลส่งหรือนำออกโดยมิใช่เป็นการค้า

หรือเพื่อใช้ในยานพาหนะที่บรรทุกออกไปเท่าที่จำเป็น หรือเพื่อเป็นตัวอย่าง ทั้งนี้

ต้องมีปริมาณไม่เกินกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

ถ้ามีปริมาณเกินกว่าที่กำหนดต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีหรือผู้ที่รัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

สินค้ามาตรฐานซึ่งผู้ทำการค้าขาออกประสงค์จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรที่รัฐมนตรีกำหนด

ผู้ส่งหรือนำออกจะต้องจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและขอใบรับรองมาตรฐานสินค้าจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา

หรือผู้ที่รัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้

และผู้ส่ง

หรือนำออกต้องแสดงใบรับรองมาตรฐานสินค้านั้นต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ทั้งนี้

เว้นแต่เป็นการส่งหรือนำสินค้ามาตรฐานออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๖ วรรคสอง

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

สินค้ามาตรฐานใดซึ่งได้รับการตรวจสอบมาตรฐานและได้มีการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว

ห้ามมิให้ผู้ทำการค้าขาออกหรือบุคคลใดๆ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

(๑)

เอาวัตถุอื่นหรือวัตถุชนิดเดียวกันแต่ต่างคุณภาพกันเจือปนหรือรวมลงไป

(๒) สับเปลี่ยนทั้งหมดหรือบางส่วน

(๓) คัดแยกวัตถุบางส่วนออก

(๔) ผสม เคลือบ ย้อมสี

ปรับปรุงหรือปรุงแต่งให้ผิดไปจากที่ระบุไว้ในใบรับรองมาตรฐานสินค้า

(๕) กระทำการใดๆ ให้จำนวน

ปริมาณหรือน้ำหนักผิดไปจากที่ระบุไว้ในใบรับรองมาตรฐานสินค้า

(๖) ทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสลาก

เครื่องหมายตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือเครื่องหมายแสดงคุณภาพ ปริมาณ น้ำหนัก

หรือเปลี่ยนแปลงมาตรฐานสินค้า

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่ง

อย่างใดอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้หรือกฎกระทรวงซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้

ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้ามีอำนาจสั่งพักใช้ใบทะเบียนของผู้นั้นมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร

หรือจะสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนของผู้นั้นเสียก็ได้

ในกรณีที่ปรากฏว่า ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวงออกตามมาตรา

๑๒ วรรคสอง

ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาเพิกถอนการจดทะเบียนของผู้นั้นเสีย

ผู้ถูกสั่งพักใช้ใบทะเบียนหรือเพิกถอนการจดทะเบียนตามมาตรานี้มีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่งพักใช้ใบทะเบียนหรือเพิกถอนการจดทะเบียนนั้น

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

หมวด

การประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๓

ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า เว้นแต่จะเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าต้องเป็นนิติบุคคล

หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและคุณสมบัติของผู้ขอรับอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขในกฎกระทรวงให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่การควบคุมมาตรฐานสินค้าด้วยก็ได้

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

ในกรณีที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าสั่งไม่อนุญาตให้บุคคลใดเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

บุคคลนั้นมีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งไม่อนุญาตคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

รัฐมนตรีจะมอบหมายให้นิติบุคคลซึ่งเป็นส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐที่เรียกชื่ออย่างอื่น

ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าประเภทหรือชนิดใดตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได้โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าทำการค้าสินค้าประเภทหรือชนิดซึ่งตนได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตรวจสอบไม่ว่าจะเป็นการค้าขาออกหรือไม่

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕

ใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ให้ใช้ได้ถึงวันที่ ๓๑

ธันวาคม แห่งปีที่ออกและต่ออายุได้ครั้งละหนึ่งปี

ถ้าใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลาย

ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ยื่นคำร้องขอรับใบแทนภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย

ผู้ที่ได้รับอนุญาตตามความในวรรคก่อน

ต้องแสดงใบอนุญาตหรือใบแทน ไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ

สถานที่ทำการที่ระบุไว้ในใบอนุญาตนั้น

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖

การเลิกประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าทั้งหมดหรือเฉพาะสินค้ามาตรฐานบางประเภทหรือบางชนิด

การย้ายสำนักงาน การเปลี่ยนผู้จัดการหรือกรรมการหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ให้ผิดไปจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาตหรือที่ได้แจ้งไว้ในคำร้องขออนุญาตประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

แล้วแต่กรณี ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแจ้งการเลิก

ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันเลิก

ย้ายหรือเปลี่ยนแปลง

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗

ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าจัดทำรายงานประจำเดือนเกี่ยวกับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้ายื่นต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดภายในวันที่

๑๕ ของเดือนถัดไป

ในกรณีที่ไม่มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าในเดือนใด

ก็ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้ายื่นรายงานต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด

แสดงว่ามิได้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าในเดือนนั้น ภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้ากระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้หรือกฎกระทรวงซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้

ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้ามีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร

หรือจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นเสียก็ได้

ในกรณีที่ปรากฏว่า ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าขาดคุณสมบัติ

ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงออกตามมาตรา ๒๑ วรรคสอง

ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นเสีย

ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรานี้

มีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตนั้น

คำสั่งของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

หมวด

ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙

ห้ามมิให้ผู้ใดเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

เว้นแต่จะเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้

หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและคุณสมบัติของผู้ขอรับอนุญาต

ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขในกฎกระทรวงให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่การควบคุมการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าด้วยก็ได้

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ในกรณีที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าสั่งไม่อนุญาตให้บุคคลใดเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

บุคคลนั้นมีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งไม่อนุญาต

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑

ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าต้องไม่เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ

หุ้นส่วนหรือผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล กรรมการหรือผู้จัดการในบริษัทจำกัด

ซึ่งทำการค้าสินค้าซึ่งตนได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐาน

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒

ห้ามมิให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าทำการค้าสินค้า

ซึ่งตนได้รับอนุญาตให้ทำการตรวจสอบมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการค้าขาออกหรือไม่

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓

ใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าให้ใช้ได้ถึงวันที่ ๓๑

ธันวาคมแห่งปีที่ออก และต่ออายุได้ครั้งละหนึ่งปี

ถ้าใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลาย

ให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้ายื่นคำร้องขอรับใบแทนภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔

การเลิกเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าที่ได้รับอนุญาตทั้งหมดหรือเฉพาะสินค้ามาตรฐานบางประเภทหรือบางชนิด

การย้ายสำนักงาน ย้ายภูมิลำเนา หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ให้ผิดไปจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาตหรือที่ได้แจ้งไว้ในคำร้องขออนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

แล้วแต่กรณีให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแจ้งการเลิก ย้าย

หรือเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันเลิก ย้าย หรือเปลี่ยนแปลง

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕

ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้หรือกฎกระทรวงซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้

ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้ามีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้นั้นมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร

หรือจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นเสียก็ได้

ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวงออกตามมาตรา

๒๙ วรรคสอง ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นเสีย

ผู้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรานี้

มีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตนั้น

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

หมวด

พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖

ให้พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้ามีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือปฏิบัติกิจการใดๆ

ทั้งนี้ตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขามอบหมายหรือกำหนดให้ภายในขอบเขตแห่งอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗

ให้ผู้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามมาตรา

๓๖

อำนวยความสะดวกช่วยเหลือหรือให้คำชี้แจงแก่พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามที่ขอร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่

หมวด

การตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ พนักงานเจ้าหน้าที่

พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ต้องมีบัตรประจำตัวซึ่งสำนักงานมาตรฐานสินค้าเป็นผู้ออกตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้

พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าต้องแสดงบัตรประจำตัวเมื่อบุคคล

ซึ่งเกี่ยวข้องร้องขอ

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ การออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าซึ่งต้องแสดง

ณ ด่านศุลกากรตามพระราชบัญญัตินี้ จะกระทำได้แต่เฉพาะ

(๑)

สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา หรือ

(๒) บุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าเฉพาะประเภทหรือชนิดของสินค้ามาตรฐาน

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ เมื่อรัฐมนตรีเห็นว่า

สินค้ามาตรฐานใดสมควรจะให้เฉพาะแต่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาเท่านั้น

เป็นผู้ทำการตรวจสอบมาตรฐานและออกใบรับรองมาตรฐาน ก็ให้กระทำได้โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ประกาศของรัฐมนตรีไม่กระทบกระทั่งการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าที่ได้กระทำเสร็จสิ้นแล้วก่อนวันประกาศ

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑

ให้บุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า

จัดทำรายงานประจำเดือนเกี่ยวกับการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด

ยื่นต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา พร้อมด้วยสำเนาใบรับรองที่ได้ออกไป

ภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป

ในกรณีที่ไม่มีการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าในเดือนใด

ก็ให้ผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้ายื่นรายงานต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด

แสดงว่ามิได้มีการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าในเดือนนั้นภายในวันที่ ๑๕

ของเดือนถัดไป

หมวด

อำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใดๆ เพื่อตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ตรวจการดำเนินงานของผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน

ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

รวมทั้งตรวจสอบสมุดบัญชีเอกสารหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการนั้น

(๒) นับ ชั่ง ตวง วัด ตรวจสอบ

สินค้ามาตรฐาน นำสินค้ามาตรฐานในปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อทำการตรวจสอบ

(๓) ยึดหรืออายัดสินค้ามาตรฐาน

สมุดบัญชี เอกสารหรือสิ่งใดๆ

ที่เกี่ยวข้องในกรณีที่มีเหตุสงสัยว่ามีการกระทำผิดพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยข้อโต้แย้งหรือปัญหาข้อพิพาทใดๆ

ที่เกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า

ในกรณีที่ผู้ได้รับการพิจารณาวินิจฉัยตามความในวรรคก่อนไม่พอใจคำวินิจฉัยนั้น

ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัย

เมื่อคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าได้รับอุทธรณ์ตามวรรคสองแล้ว

ให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลใดๆ

มาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้ส่งตัวอย่างสินค้าหรือสิ่งใดๆ

ที่เกี่ยวกับกิจการในอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน

เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่หรือยานพาหนะหรือผู้เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวก

ช่วยเหลือ หรือให้คำชี้แจงแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ของร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา

๔๒

หมวด

บทกำหนดโทษ

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖

ผู้ใดเรียกเก็บค่าบริการการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกินกว่าอัตราที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา

๔ (๔) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

หรือสองเท่าของจำนวนเงินที่เรียกเก็บเงิน แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความในวรรคก่อนไม่กระทบกระทั่งบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญาในส่วนที่เกี่ยวแก่ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๒

ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๔ วรรคสอง

หรือวรรคสาม มาตรา ๑๕ มาตรา ๒๕ วรรคสองหรือวรรคสาม มาตรา ๒๖ มาตรา ๓๓ วรรคสอง

หรือมาตรา ๓๔ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๖

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

59 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f2ff8c39a21852e7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com