มาตรา ๔
ให้กำหนดเขตเทศบาลนครพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ไว้ดังนี้
หลักเขตที่ ๑
ตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ (สายตาก - ขอนแก่น) เป็นระยะ ๓๕๐
เมตร ตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ (สายตาก - ขอนแก่น)
ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๗ (สายนครสวรรค์ - พิษณุโลก)
บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ (สายตาก - ขอนแก่น) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ (สายตาก - ขอนแก่น) เป็นระยะ ๓๐๐ เมตร
ด้านเหนือ
จากหลักเขตที่ ๑ เป็นเส้นขนานระยะ ๓๕๐ เมตร
กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ (สายตาก - ขอนแก่น)
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นเส้นเลียบแนวเขตทหาร ด้านตะวันตก และด้านใต้
ถึงหลักเขตที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน ฝั่งตะวันตก ที่จุดซึ่งแนวเขตทหารบรรจบกับริมแม่น้ำน่าน
ฝั่งตะวันตก
จากหลักเขตที่ ๒ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ถึงหลักเขตที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน ฝั่งตะวันออก ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากปากคลองมหาดไทย
ฝั่งใต้ เป็นระยะ ๑๗๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๓ เป็นเส้นเลียบริมแม่น้ำน่าน ฝั่งตะวันออก
ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๔
ซึ่งตั้งอยู่ตรงมุมตะวันออกของแนวเขตวัดโพธิญาณ ด้านใต้
จากหลักเขตที่ ๔ เป็นเส้นเลียบแนวเขตสงวนกองทัพบก
ไปทางทิศตะวันออก ผ่านแนวเขตปลอดภัยในราชการทหาร และเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออก
ผ่านทางรถไฟสายเหนือ ตรง กม. ที่ ๓๙๑.๘๘๒ ถึงหลักเขตที่ ๕
ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางรถไฟสายเหนือ
ด้านตะวันออก
จากหลักเขตที่ ๕ เป็นเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร
กับศูนย์กลางทางรถไฟสายเหนือ ไปทางทิศใต้ ถึงหลักเขตที่ ๖ ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางรถไฟสายเหนือ
ตรง กม. ที่ ๓๙๑.๐๐๐ เป็นระยะ ๕๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๖
เป็นเส้นตรงตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางรถไฟสายเหนือ ตรง กม. ที่ ๓๙๑.๐๐๐
ไปทางทิศตะวันออก เป็นระยะ ๑,๒๕๐ เมตร ถึงหลักเขตที่ ๗
จากหลักเขตที่ ๗ เป็นเส้นขนานระยะ ๑,๗๕๐
เมตร กับศูนย์กลางทางรถไฟสายเหนือ ไปทางทิศใต้
ถึงหลักเขตที่ ๘ ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวเส้นขนานระยะ ๔๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๑๒ (สายตาก - ขอนแก่น)
จากหลักเขตที่ ๘ เป็นเส้นขนานระยะ ๔๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ (สายตาก - ขอนแก่น) ไปทางทิศตะวันออก
ถึงหลักเขตที่ ๙ ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๑๒ (สายตาก - ขอนแก่น) ระยะ ๔๐๐ เมตร ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากถนนพิชัยสงครามบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๑๒ (สายตาก - ขอนแก่น) ไปทางทิศตะวันออก ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ (สายตาก -
ขอนแก่น) เป็นระยะ ๙๔๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๙
เป็นเส้นตรงไปทางทิศใต้ ตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ (สายตาก - ขอนแก่น)
ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ (สายตาก - ขอนแก่น) ถึงหลักเขตที่ ๑๐
ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒
(สายตาก - ขอนแก่น)
จากหลักเขตที่ ๑๐ เป็นเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร
กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ (สายตาก - ขอนแก่น) ไปทางทิศตะวันตก
และเป็นเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนพิชัยสงคราม ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
ถึงหลักเขตที่ ๑๑ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเขตศูนย์โทรคมนาคม
องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ด้านทิศตะวันออก
จากหลักเขตที่ ๑๑ เป็นเส้นเลียบแนวเขตศูนย์โทรคมนาคม
องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ด้านตะวันออก แนวเขตวิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก
ด้านตะวันออก และแนวเขตมหาวิทยาลัยนเรศวร ด้านตะวันออก ไปทางทิศใต้ จนสุดแนวเขตมหาวิทยาลัยนเรศวร
ด้านตะวันออก และเป็นเส้นตรงไปทางทิศใต้ ถึงหลักเขตที่ ๑๒
ซึ่งตั้งอยู่ตรงมุมตะวันออกของเขตสนามบิน ด้านเหนือ
ด้านใต้
จากหลักเขตที่ ๑๒ เป็นเส้นเลียบแนวเขตสนามบิน ด้านเหนือ
ไปทางทิศตะวันตก ถึงหลักเขตที่ ๑๓ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเขตสนามบิน ด้านตะวันตก
ตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางรถไฟสายเหนือ ตรง กม. ๓๘๗.๒๔๒
จากหลักเขตที่ ๑๓ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตก
ผ่านทางรถไฟสายเหนือ ตรง กม. ๓๘๗.๒๔๒ ถึงหลักเขตที่
๑๔ ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๑๐๖๓ (สายต่อเขตเทศบาลนครพิษณุโลกควบคุม - ต่อเขตสุขาภิบาลบางกระทุ่มควบคุม)
จากหลักเขตที่ ๑๔ เป็นเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร
กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๓ (สายต่อเขตเทศบาลนครพิษณุโลกควบคุม - ต่อเขตสุขาภิบาลบางกระทุ่มควบคุม)
ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๑๕
ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๓
(สายต่อเขตเทศบาลนครพิษณุโลกควบคุม - ต่อเขตสุขาภิบาลบางกระทุ่มควบคุม) เป็นระยะ ๒๐๐ เมตร ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๑๐๕๘ (สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๓
(พิษณุโลก) - บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๗) บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๑๐๖๓ (สายต่อเขตเทศบาลนครพิษณุโลกควบคุม - ต่อเขตสุขาภิบาลบางกระทุ่มควบคุม)
ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๓ (สายต่อเขตเทศบาลนครพิษณุโลกควบคุม
- ต่อเขตสุขาภิบาลบางกระทุ่มควบคุม) เป็นระยะ ๒๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๑๕ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๓
(สายต่อเขตเทศบาลนครพิษณุโลกควบคุม - ต่อเขตสุขาภิบาลบางกระทุ่มควบคุม)
ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๓ (สายต่อเขตเทศบาลนครพิษณุโลกควบคุม - ต่อเขตสุขาภิบาลบางกระทุ่มควบคุม)
และเป็นเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๕๘
(สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖๓ (พิษณุโลก) - บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๗)
ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๑๖ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน
ฝั่งตะวันออก
ด้านตะวันตก
จากหลักเขตที่ ๑๖ เป็นเส้นเลียบริมแม่น้ำน่าน ฝั่งตะวันออก
และฝั่งใต้ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๑๗ ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวเขตวัดจันทร์ตะวันออก
ด้านตะวันตก
จากหลักเขตที่ ๑๗ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ผ่านแม่น้ำน่าน ถึงหลักเขตที่ ๑๘ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน ฝั่งเหนือ
ตรงแนวเขตวัดจันทร์ตะวันตก ด้านตะวันตก
จากหลักเขตที่ ๑๘ เป็นเส้นเลียบแนวเขตวัดจันทร์ตะวันตก
ด้านตะวันตก และเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๑๙
ซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๗ (สายนครสวรรค์ - พิษณุโลก) ฟากใต้
ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากถนนไชยานุภาพ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๗
(สายนครสวรรค์ - พิษณุโลก) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๗
(สายนครสวรรค์ - พิษณุโลก) เป็นระยะ ๘๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๑๙ เป็นเส้นตรงตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๑๑๗ (สายนครสวรรค์ - พิษณุโลก) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๒๐
ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๗ (สายนครสวรรค์
- พิษณุโลก)
จากหลักเขตที่ ๒๐ เป็นเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร
กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๗ (สายนครสวรรค์ - พิษณุโลก)
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๒๑ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๑๒ (สายตาก - ขอนแก่น) ฟากใต้
จากหลักเขตที่ ๒๑ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
จนบรรจบกับหลักเขตที่ ๑
ดังปรากฏตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
ตามเส้นแนวเขตที่กล่าวไว้ในมาตรานี้
ให้มีหลักย่อยปักไว้เพื่อแสดงแนวเขตตามสมควร