มาตรา ๔
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๓๕ ทวิ
แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔
มาตรา ๓๕ ทวิ
ข้าราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งได้รับหรือมีสิทธิในบำนาญปกติ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใด
ภายหลังเข้ารับราชการเป็นข้าราชการโดยไม่ได้บอกเลิกรับบำนาญเพื่อต่อเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญตามมาตรา
๓๐ ทวิ
ถ้าเงินเดือนที่ได้รับในขณะที่เข้ารับราชการเป็นข้าราชการน้อยกว่าเงินเดือนเดิมเมื่อก่อนออกจากราชการ
จะขอรับบำนาญรวมกันไปด้วยก็ได้ แต่ถ้าเงินเดือนรวมกับบำนาญสูงกว่าเงินเดือนเดิม
ต้องลดบำนาญลงในระหว่างที่รับราชการเป็นข้าราชการจนเงินเดือนใหม่รวมกับบำนาญไม่สูงกว่าเงินเดือนเดิม
ถ้าเงินเดือนใหม่เท่าหรือสูงกว่าเงินเดือนเดิมก็ให้งดบำนาญในระหว่างนั้น
เมื่อออกจากราชการตอนหลังให้คำนวณบำนาญโดยคิดเฉพาะจำนวนเงินเดือนที่ได้รับจริงในตอนใหม่และเฉพาะเวลาราชการในตอนใหม่บวกเข้ากับบำนาญเดิม
บำนาญในตอนหลังนี้จะเปลี่ยนเป็นขอรับบำเหน็จแทนก็ได้
การขอรับบำนาญรวมไปกับเงินเดือนตามวรรคหนึ่งนั้น
ถ้าบำนาญรวมกับเงินเดือนใหม่ยังต่ำกว่าเงินเดือนเดิม
แต่หากสูงกว่าอัตราเงินเดือนสูงสุดของข้าราชการประเภทที่เข้ารับราชการใหม่
ก็ให้จ่ายได้รวมกันไม่เกินอัตราเงินเดือนสูงสุดของข้าราชการตามประเภทที่เข้ารับราชการนั้น
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้
เมื่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งได้รับหรือมีสิทธิในบำนาญปกติตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นเข้ารับราชการเป็นข้าราชการแล้วให้เจ้าสังกัดซึ่งข้าราชการผู้นั้นเข้ารับราชการแจ้งอัตราเงินเดือนที่ข้าราชการผู้นั้นได้รับให้เจ้าสังกัดซึ่งข้าราชการผู้นั้นรับบำนาญอยู่เดิมทราบ
วิธีเดียวกันนี้ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราเงินเดือนของข้าราชการผู้นั้นในภายหลังทุกครั้งด้วย