ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ
เรื่อง
กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด
หรือบางประเภทในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ
ตำบลห้วยกะปิ
อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี
พ.ศ.
๒๕๔๙
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
พ.ศ. ๒๕๓๗ และมาตรา ๑๐ (๒) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ
โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ นายอำเภอเมืองชลบุรี คณะกรรมการควบคุมอาคารและได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงออกข้อบัญญัติไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในข้อบัญญัตินี้เรียกว่า ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ
เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ
ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี พ.ศ. ๒๕๔๙
ข้อ ๒[๑]
ข้อบัญญัตินี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบัญญัตินี้ อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง
หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการขายปลีก หรือขายส่ง หรือทั้งขายปลีกและขายส่ง
ซึ่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและอาคารที่มีกิจกรรมหลักเพื่อใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผล
หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน
บริเวณที่ ๑
หมายความว่า พื้นที่ในบริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ ที่ประกาศไว้ในกฎกระทรวง
กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลคลองตำหรุ
ตำบลหนองไม้แดง ตำบลบางทราย ตำบลนาป่า ตำบลบ้านสวน ตำบลบ้านโขด ตำบลมะขามหย่ง ตำบลบางปลาสร้อย
ตำบลหนองรี ตำบลเสม็ด ตำบลหนองข้างคอก ตำบลอ่างศิลา ตำบลห้วยกะปิ ตำบลบ้านปึก ตำบลแสนสุข
และตำบลเหมือง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี พ.ศ. ๒๕๔๗ เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒
ทิศเหนือ จดเส้นตั้งฉากกับเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓
(ถนนสุขุมวิท) ตรงจุดที่ห้วยละมุ ฝั่งใต้บรรจบกับเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)
ฟากตะวันออก กม. ที่ ๙๖.๙๐๕ ตรงหลักเขตที่ ๑ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ เลียบไปตามห้วยละมุฝั่งใต้
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ตอนเลี่ยงเมืองชลบุรี) ไปตามแนวเขตตำบลห้วยกะปิกับตำบลหนองข้างคอกมาบรรจบกับเส้นขนานระยะ
๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางรถไฟสายตะวันออก ระยะทาง ๓,๗๓๐ เมตร
ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางรถไฟสายตะวันออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
บรรจบกับคลองบางโปรงฝั่งเหนือ ระยะทาง ๕,๒๐๐ เมตร
ทิศใต้ จดคลองบางโปรงฝั่งเหนือ ตามแนวคลองบางโปรงไปทางทิศตะวันตก
บรรจบกับเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ทางเลี่ยงหนองมน) ฝั่งตะวันออก หลักเขตที่ ๕ ระยะทาง
๑,๔๐๐ เมตร
ทิศตะวันตก จดหลักเขตที่ ๕ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ
ไปตามแนวเขตทางหลวงหมายเลข ๓ (ทางเลี่ยงหนองมน) ฝั่งตะวันออกและไปตามแนวเส้นขนานระยะ
๘๐๐ เมตร กับเขตทางหลวงหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) ฝั่งตะวันออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ไปจดหลักเขตที่ ๖ และไปตามแนวเส้นตั้งฉากกับเขตทางหลวงหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
จดหลักเขตที่ ๗ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ ที่บริเวณเขตทางหลวงหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)
ฝั่งตะวันออก และไปตามแนวเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) ฝั่งตะวันออกไปบรรจบจุดเริ่มต้นที่หลักเขตที่
๑ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ ระยะทาง ๗,๕๓๐ เมตร
บริเวณที่ ๒
หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ จดเส้นตั้งฉากกับเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓
(ถนนสุขุมวิท) ตรงจุดที่ห้วยละมุฝั่งใต้บรรจบกับเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)
ฟากตะวันออก กม. ที่ ๙๖.๙๐๕ หลักเขตที่ ๑ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ เลียบตามห้วยละมุฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ไปตามแนวเขตองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิกับแนวเขตเทศบาลเมืองบ้านสวน
บรรจบกับเส้นขนาน ระยะ ๘๐๐ เมตร กับเขตทางหลวงหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) ระยะทาง ๙๐๐
เมตร
ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๘๐๐ เมตร กับเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓ (ถนนสุขุมวิท) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ บรรจบหลักเขตที่ ๖ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิระยะทาง
๒,๙๐๐ เมตร
ทิศใต้ จดหลักเขตที่ ๖ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ
ไปตามแนวเส้นตั้งฉากกับเขตทางหลวงหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
จดหลักเขตที่ ๗ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ ที่บริเวณเขตทางหลวงหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท)
ฝั่งตะวันออกระยะทาง ๘๐๐ เมตร
ทิศตะวันตก จดหลักเขตที่ ๗ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) ฝั่งตะวันออก
ไปบรรจบจุดเริ่มต้นที่หลักเขตที่ ๑ ระยะทาง ๓,๒๐๐ เมตร
ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา และศาสนสถาน
ข้อ ๔ ให้กำหนดพื้นที่ในบริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ
ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี
ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายข้อบัญญัตินี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและประเภท
ดังต่อไปนี้
(๑) ภายในบริเวณที่ ๑ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่
๒๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป
(๒) ภายในบริเวณที่ ๒ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารดังต่อไปนี้
(ก) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกัน
เพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังเกิน ๗,๕๐๐ ตารางเมตร
(ข) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกัน
เพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ ๒๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน
๗,๕๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้
๑. ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะ
ที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และจะต้องบรรจบกันถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า
๒. แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดทางตั้งแต่
๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร
๓. มีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๔๐ ใน ๑๐๐ ส่วนของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
๔. มีค่าสูงสุดของอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ที่ใช้แนวที่ตั้งอาคารไม่เกิน
๑.๕ ต่อ ๑
๕. มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน
หรือบริเวณปลูกต้นไม้หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐
๖. มีที่ว่างด้านหน้าของอาคารห่างจากเขตทางถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า
๕๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
๗. มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า
๑๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
๘. อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ
ศาสนสถาน โบราณสถาน หรือสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตรโดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว
๙. มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่
๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น
๔๐ ตารางเมตร
๑๐. ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า
๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร
แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าว
ไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก
ข้อ ๕ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๔ ห้ามบุคคลใดดัดแปลง
หรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ
๔
ข้อ ๖ อาคารที่มีอยู่แล้วในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ
๔ ก่อนหรือในวันที่ข้อบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้
แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ
๔
ข้อ ๗ อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบแจ้งการก่อสร้าง
ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่ข้อบัญญัตินี้ใช้บังคับ
และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้
แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อข้อบัญญัตินี้ไม่ได้
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๙
จักรวาล
ตั้งประกอบ
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ เรื่อง
กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง
หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยกะปิ
ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี พ.ศ. ๒๕๔๙
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
นันทนา/ผู้จัดทำ
๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๙
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๕๙ ง/หน้า ๔๑/๑๐ พฤษภาคม ๒๕๔๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).