มาตรา อารัมภบท คัดลอกการอ้างอิง
กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ว่าด้วยการจดทะเบียน การบังคับใช้สิทธิ การสอบสวน การอุทธรณ์
และแบบของเอกสารเกี่ยวกับแบบผังภูมิของวงจรรวม
พ.ศ. ๒๕๔๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแบบผังภูมิของวงจรรวม พ.ศ. ๒๕๔๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
บททั่วไป
มาตรา ข้อ ๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
คำขอ หมายความว่า คำขอจดทะเบียนแบบผังภูมิ คำขออื่น ๆ และให้หมายความรวมถึงคำอุทธรณ์ด้วย
สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิ หมายความว่า ความตกลงที่ผู้ทรงสิทธิอนุญาตตามมาตรา ๒๔ ให้ผู้รับอนุญาตใช้สิทธิตามมาตรา ๒๒
หนังสือประกาศโฆษณาการรับจดทะเบียนแบบผังภูมิ หมายความว่า หนังสือที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์จัดทำขึ้นเพื่อประกาศโฆษณาการรับจดทะเบียนแบบผังภูมิ
มาตรา ข้อ ๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒ บรรดาคำขอให้ใช้แบบพิมพ์ที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยให้
(๑) มีข้อความถูกต้อง ชัดเจน และครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในแบบพิมพ์
(๒) พิมพ์หรือดีดพิมพ์ข้อความเป็นภาษาไทย
(๓) ลงลายมือชื่อผู้ยื่นคำขอ หรือลงลายมือชื่อของผู้รับมอบอำนาจ ในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทน
มาตรา ข้อ ๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓ การยื่นคำขอ ให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์
(๒) สำนักงานพาณิชย์จังหวัดหรือหน่วยงานอื่นในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
มาตรา ข้อ ๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔ ในการยื่นคำขอ ถ้าผู้ขอมิได้ดำเนินการเอง ให้ทำหนังสือมอบอำนาจโดยผู้รับมอบอำนาจต้องยื่นใบมอบอำนาจมาพร้อมกับคำขอ
ในกรณีที่การมอบอำนาจกระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องมีคำรับรองลายมือชื่อโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้มีอำนาจรับรองลายมือชื่อ
ผู้ขอและผู้รับมอบอำนาจซึ่งไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยต้องมีสถานที่ติดต่อในประเทศไทย ทั้งนี้ ให้ระบุสถานที่ดังกล่าวไว้ในคำขอหรือหนังสือมอบอำนาจด้วย
มาตรา ข้อ ๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๕ การส่งสำเนาหรือภาพถ่ายเอกสารประกอบคำขอ ผู้ยื่นคำขอต้องรับรองความถูกต้องของสำเนาหรือภาพถ่ายนั้นด้วย
มาตรา ข้อ ๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๖ บรรดาเอกสารที่ต้องยื่น ถ้าเป็นภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยโดยมีคำรับรองความถูกต้องของผู้แปล เว้นแต่กฎกระทรวงนี้จะบัญญัติให้ใช้เอกสารเป็นภาษาต่างประเทศได้
การขอจดทะเบียนแบบผังภูมิ
มาตรา ข้อ ๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๗ นอกจากรายการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕ คำขอจดทะเบียนแบบผังภูมิต้องระบุ
(๑) ชื่อแบบผังภูมิหรือรหัสของแบบผังภูมิที่ใช้เป็นสากล ทั้งนี้ จะระบุเป็นภาษาต่างประเทศก็ได้หากจะทำให้เข้าใจถึงแบบผังภูมินั้นได้ดียิ่งขึ้น
(๒) ชื่อ สัญชาติ ภูมิลำเนาและที่อยู่ของผู้ขอจดทะเบียน
(๓) ชื่อและที่อยู่ของผู้รับมอบอำนาจ ในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน
(๔) จำนวนภาพวาด ภาพถ่ายลายเส้นที่แสดงแบบผังภูมิ หรือสิ่งอื่นที่ให้ผลในลักษณะเดียวกัน
(๕) รายการผลิตภัณฑ์ที่มีแบบผังภูมินั้นประกอบอยู่ ในกรณีที่มีการนำแบบผังภูมิไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์แล้ว
มาตรา ข้อ ๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๘ ภาพวาดหรือภาพถ่ายลายเส้นที่แสดงแบบผังภูมิหรือสิ่งอื่นที่ให้ผลในลักษณะเดียวกันตามมาตรา ๑๕ (๓) ต้องสามารถแสดงให้เห็นรายละเอียดทั้งหมดของแบบผังภูมิได้อย่างชัดเจน
มาตรา ข้อ ๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๙ ในกรณีที่มีการนำแบบผังภูมิออกหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์แล้ว ให้ส่งตัวอย่างของวงจรรวมที่มีแบบผังภูมินั้นอยู่ด้วยจำนวนสี่ตัวอย่างมาพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
มาตรา ข้อ ๑๐ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ผู้ออกแบบแบบผังภูมิไม่ประสงค์จะให้ระบุชื่อตนในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ที่ประกาศโฆษณาการรับจดทะเบียน หรือในหนังสือสำคัญแบบผังภูมิ คำขอจดทะเบียนต้องระบุความประสงค์ดังกล่าวของผู้ออกแบบแบบผังภูมิไว้ด้วย
มาตรา ข้อ ๑๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนประสงค์จะขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอจดทะเบียนโดยไม่เป็นการเพิ่มเติมสาระสำคัญของแบบผังภูมิที่ขอจดทะเบียน ให้ยื่นคำขอก่อนวันรับจดทะเบียน
ถ้าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในลักษณะที่เป็นการเพิ่มเติมสาระสำคัญของแบบผังภูมิที่ขอจดทะเบียน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบเพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนใหม่สำหรับแบบผังภูมิส่วนที่เป็นสาระสำคัญอันใหม่นั้น แต่การยื่นคำขอจดทะเบียนใหม่นั้นไม่กระทบกระเทือนต่อคำขอจดทะเบียนแบบผังภูมิเดิม
มาตรา ข้อ ๑๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่มีคำขอเข้าเป็นผู้ร่วมขอรับความคุ้มครองแบบผังภูมิของผู้ออกแบบแบบผังภูมิร่วมตามมาตรา ๑๑ วรรคสาม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดให้มีการสอบสวนว่าผู้ขอเป็นผู้ออกแบบร่วมกันหรือไม่ภายในเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ
(๒) แจ้งกำหนดวันสอบสวนเป็นหนังสือโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือโดยวิธีการอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนดทันทีที่ได้กำหนดวันสอบสวน พร้อมทั้งแนบสำเนาคำขอไปยังผู้ขอและผู้ออกแบบแบบผังภูมิที่ได้ยื่นคำขอรับความคุ้มครองทุกคนเพื่อโต้แย้งหรือแสดงสิทธิในวันสอบสวน
(๓) ในการสอบสวน ให้ผู้สอบสวนสอบถามผู้ออกแบบแบบผังภูมิที่ได้ยื่นคำขอรับความคุ้มครองก่อนว่ายินยอมให้ผู้ขอเข้าร่วมขอรับความคุ้มครองแบบผังภูมิด้วยหรือไม่ และหากผู้ออกแบบแบบผังภูมินั้นยินยอมให้ผู้ขอเข้าร่วมขอรับความคุ้มครอง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำรายงานเสนอต่ออธิบดีเพื่ออนุญาตให้ผู้ขอเข้าเป็นผู้ร่วมขอรับความคุ้มครองแบบผังภูมิดังกล่าว แต่ถ้าผู้ออกแบบแบบผังภูมิที่ได้ยื่นคำขอรับความคุ้มครองก่อนไม่ยินยอม ให้ดำเนินการสอบสวนต่อไป
(๔) ถ้าผลการสอบสวนปรากฏว่า ผู้ขอไม่ได้เป็นผู้ออกแบบร่วม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำรายงานการสอบสวนเสนอต่ออธิบดีเพื่อพิจารณายกคำขอนั้น แต่ถ้าผลการสอบสวนปรากฏว่าผู้ขอเป็นผู้ออกแบบร่วม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำรายงานการสอบสวนเสนอต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาอนุญาตให้ผู้ขอเข้าเป็นผู้ร่วมขอรับความคุ้มครองแบบผังภูมินั้น
(๕) เมื่ออธิบดีมีคำวินิจฉัยแล้ ให้แจ้งคำวินิจฉัยให้ผู้ขอและผู้ออกแบบแบบผังภูมิที่ได้ขอรับความคุ้มครองทุกคนทราบ
การพิจารณาคำขอจดทะเบียนแบบผังภูมิ
มาตรา ข้อ ๑๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๓ ในการดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนแบบผังภูมิเพื่อรายงานการตรวจสอบต่ออธิบดีตามมาตรา ๑๖ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแบบผังภูมิในเรื่องดังต่อไปนี้
(๑) คำขอจดทะเบียนแบบผังภูมิ เอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ที่ยื่นพร้อมคำขอถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา ๑๕ และในกฎกระทรวงนี้
(๒) ผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิขอรับความคุ้มครองตามมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ หรือมาตรา ๑๒ และมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๓
(๓) ในกรณีที่ได้มีการนำแบบผังภูมิออกหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์แล้ว ไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักร ผู้ขอจดทะเบียนได้ยื่นคำขอจดทะเบียนภายในสองปีนับแต่วันที่ได้นำแบบผังภูมินั้นออกหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกตามมาตรา ๑๔ วรรคสอง
(๔) ในกรณีที่ไม่มีการนำแบบผังภูมิออกหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ผู้ขอจดทะเบียนได้ยื่นคำขอจดทะเบียนภายในสิบห้าปีนับแต่วันที่สร้างสรรค์แบบผังภูมินั้นเสร็จสิ้นตามมาตรา ๑๔ วรรคสาม
มาตรา ข้อ ๑๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ปรากฏว่าคำขอจดทะเบียนแบบผังภูมิไม่เป็นไปตามข้อ ๑๓ (๑) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบเพื่อขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอจดทะเบียนแบบผังภูมิให้ถูกต้องภายในเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น อธิบดีอาจขยายกำหนดเวลาดังกล่าวได้ไม่เกินหกสิบวัน
ถ้าผู้ขอจดทะเบียนไม่ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอจดทะเบียนภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้อธิบดีมีคำสั่งยกคำขอจดทะเบียนและให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือโดยวิธีการอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด
มาตรา ข้อ ๑๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๕ ในกรณีที่ปรากฏว่าคำขอจดทะเบียนแบบผังภูมิไม่เป็นไปตามข้อ ๑๓ (๒) (๓) หรือ (๔) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอรายงานการตรวจสอบต่ออธิบดีเพื่อสั่งยกคำขอจดทะเบียนแบบผังภูมินั้น
มาตรา ข้อ ๑๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๖ ในกรณีที่อธิบดีได้พิจารณารายงานการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อ ๑๕ แล้วเห็นว่า คำขอจดทะเบียนแบบผังภูมิไม่เป็นไปตามข้อ ๑๓ (๒) (๓) หรือ (๔) และมีคำสั่งยกคำขอตามมาตรา ๑๘ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือโดยวิธีการอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด และให้ประกาศโฆษณาคำสั่งนั้นไว้ในที่เปิดเผย ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หรือโดยวิธีการอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
การประกาศโฆษณาคำสั่งตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยให้แสดงรายการดังต่อไปนี้
(๑) เลขที่คำขอและวันที่ยื่นคำขอ
(๒) ชื่อผู้ขอจดทะเบียน และผู้รับมอบอำนาจ ในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน
(๓) ชื่อผู้ออกแบบแบบผังภูมิ และชื่อแบบผังภูมิ
(๔) เหตุผลในการยกคำขอ
มาตรา ข้อ ๑๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๗ ในกรณีที่อธิบดีพิจารณารายงานการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่และมีคำสั่งให้รับจดทะเบียน ออกหนังสือสำคัญแบบผังภูมิ และประกาศโฆษณาการรับจดทะเบียนตามมาตรา ๑๗ แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือโดยวิธีการอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนดให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่าธรรมเนียมการออกหนังสือสำคัญแบบผังภูมิและค่าธรรมเนียมการประกาศโฆษณาภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง หากผู้ขอจดทะเบียนไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ขอจดทะเบียนละทิ้งคำขอจดทะเบียน
เมื่อผู้ขอจดทะเบียนได้ชำระค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการออกหนังสือสำคัญแบบผังภูมิและประกาศโฆษณาการับจดทะเบียนไว้ในหนังสือประกาศโฆษณาการรับจดทะเบียนแบบผังภูมิ
การประกาศโฆษณาตามวรรคสอง อย่างน้อยให้แสดงรายการดังต่อไปนี้
(๑) เลขที่คำขอและวันที่ยื่นขอ
(๒) เลขที่หนังสือสำคัญแบบผังภูมิและวันออกหนังสือสำคัญแบบผังภูมิ
(๓) วันที่นำแบบผังภูมิออกหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก ในกรณีที่มีการนำแบบผังภูมิออกหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์แล้ว
(๔) วันที่ได้สร้างสรรค์แบบผังภูมินั้นเสร็จสิ้น
(๕) ชื่อผู้ขอจดทะเบียน และผู้รับมอบอำนาจ ในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน
(๖) ชื่อผู้ออกแบบแบบผังภูมิ และชื่อแบบผังภูมิ
(๗) วันที่ประกาศโฆษณา
การอนุญาตให้ใช้สิทธิและการโอนสิทธิในแบบผังภูมิ
มาตรา ข้อ ๑๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๘ ในการขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิ ให้ผู้ทรงสิทธิยื่นคำขอพร้อมด้วยสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมินั้น
ในกรณีที่แบบผังภูมิมีผู้ทรงสิทธิร่วม ผู้ขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมินั้น ต้องยื่นหนังสือหรือหลักฐานแสดงความยินยอมของผู้ทรงสิทธิร่วมในการอนุญาตให้ใช้สิทธิด้วย
มาตรา ข้อ ๑๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๙ ในการขอจดทะเบียนสัญญาโอนสิทธิในแบบผังภูมิ ให้ผู้รับโอนสิทธิในแบบผังภูมิยื่นคำขอพร้อมด้วยสัญญาโอนสิทธิในแบบผังภูมินั้น
ในกรณีที่แบบผังภูมิมีผู้ทรงสิทธิร่วม ให้นำความในข้อ ๑๘ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีที่เป็นการขอจดทะเบียนการรับสิทธิในแบบผังภูมิโดยทางมรดก ให้ทายาทของผู้ทรงสิทธิยื่นคำขอพร้อมด้วยหลักฐานเกี่ยวกับการรับมรดกตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
มาตรา ข้อ ๒๐ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๐ ในกรณีที่คำขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิหรือสัญญาโอนสิทธิในแบบผังภูมิ หรือการรับสิทธิในแบบผังภูมิโดยทางมรดกไม่เป็นไปตามข้อ ๑๘ หรือข้อ ๑๙ แล้วแต่กรณี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบเพื่อขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอจดทะเบียนให้ถูกต้องภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และหากผู้ขอจดทะเบียนไม่ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้อธิบดีมีคำสั่งยกคำขอ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น อธิบดีอาจขยายกำหนดเวลาดังกล่าวได้ไม่เกินหกสิบวัน
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาคำขอจดทะเบียนและหลักฐานต่าง ๆ และเห็นว่าเป็นไปตามข้อ ๑๘ หรือข้อ ๑๙ แล้วแต่กรณี ให้เสนอรายงานต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาสั่งตามข้อ ๒๑ หรือข้อ ๒๒ ต่อไป
มาตรา ข้อ ๒๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๑ ในกรณีที่อธิบดีพิจารณารายงานของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วเห็นว่าคำขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิและหลักฐานต่าง ๆ เป็นไปตามข้อ ๑๘ และข้อความในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิมิได้กำหนดเงื่อนไข ข้อจำกัดสิทธิ หรือค่าตอบแทนในลักษณะที่เป็นการจำกัดหรือกีดกันการแข่งขันตามกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าให้มีคำสั่งรับจดทะเบียน แต่ถ้าอธิบดีพิจารณาเห็นว่าคำขอจดทะเบียนหรือหลักฐานต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามข้อ ๑๘ ให้มีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน
ในกรณีที่อธิบดีพิจารณาเห็นว่าข้อความใดในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิกำหนดเงื่อนไขข้อจำกัดสิทธิ หรือค่าตอบแทนในลักษณะที่เป็นการจำกัดหรือกีดกันการแข่งขันตามกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า ให้เสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาตามมาตรา ๒๕ วรรคสอง
มาตรา ข้อ ๒๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๒ ในการขอจดทะเบียนสัญญาโอนสิทธิในแบบผังภูมิหรือการรับสิทธิในแบบผังภูมิโดยทางมรดก ถ้าอธิบดีพิจารณาเห็นว่าคำขอจดทะเบียนเป็นไปตามข้อ ๑๙ ให้มีคำสั่งรับจดทะเบียน แต่ถ้าอธิบดีพิจารณาเห็นว่าคำขอจดทะเบียนไม่เป็นไปตามข้อ ๑๙ ให้มีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน
มาตรา ข้อ ๒๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๓ เมื่ออธิบดีมีคำสั่งรับหรือไม่รับจดทะเบียนตามข้อ ๒๑ หรือข้อ ๒๒ แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือโดยวิธีการอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด
มาตรา ข้อ ๒๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๔ เมื่ออธิบดีได้มีคำสั่งรับจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิสัญญาโอนสิทธิในแบบผังภูมิหรือการรับสิทธิในแบบผังภูมิโดยทางมรดกแล้ว ให้อธิบดีมีคำสั่งประกาศโฆษณาการรับจดทะเบียนดังกล่าว
การประกาศโฆษณาตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยให้แสดงรายการดังต่อไปนี้
(๑) เลขที่หนังสือสำคัญแบบผังภูมิและวันออกหนังสือสำคัญแบบผังภูมิ
(๒) ชื่อแบบผังภูมิ
(๓) ชื่อผู้ทรงสิทธิ
(๔) ชื่อผู้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ ผู้รับโอนสิทธิ หรือผู้รับสิทธิโดยทางมรดก
มาตรา ข้อ ๒๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๕ ในกรณีผู้ทรงสิทธิอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิโดยไม่ได้ขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิต่ออธิบดีตามมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง และตามข้อ ๑๘ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีการสอบสวนและรายงานผลการสอบสวนต่ออธิบดีเพื่อให้อธิบดีพิจารณาเสนอให้คณะกรรมการสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนแบบผังภูมินั้น
ในกรณีที่อธิบดีพิจารณารายงานผลการสอบสวนและเห็นว่าการอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิไม่ได้จดทะเบียนตามมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง และตามข้อ ๑๘ ให้อธิบดีเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนแบบผังภูมินั้น
การเพิกถอนการจดทะเบียนแบบผังภูมิ
มาตรา ข้อ ๒๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๖ ในกรณีที่บุคคลผู้มีส่วนได้เสียมีคำขอตามมาตรา ๒๘ ให้เพิกถอนการจดทะเบียนแบบผังภูมิ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีการสอบสวนว่าคำขอจดทะเบียนแบบผังภูมิเป็นไปตามข้อ ๑๓ หรือไม่ หากปรากฏจากผลการสอบสวนว่าคำขอจดทะเบียนแบบผังภูมิไม่เป็นไปตามข้อ ๑๓ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานผลการสอบสวนต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนแบบผังภูมิ
การบังคับใช้สิทธิในแบบผังภูมิ
มาตรา ข้อ ๒๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๗ ในการขอใช้สิทธิในแบบผังภูมิตามมาตรา ๓๒ วรรคสอง ผู้ขอใช้สิทธิต้องยื่นคำขอพร้อมทั้งแสดงหลักฐานและรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) หลักฐานที่แสดงว่า เมื่อพ้นกำหนดสามปีนับแต่วันรับจดทะเบียนและออกหนังสือสำคัญผู้ทรงสิทธิใช้สิทธิในลักษณะที่เป็นการจำกัดหรือกีดกันการแข่งขันตามกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า
(๒) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ขอใช้สิทธิได้พยายามดำเนินการขออนุญาตใช้สิทธิในแบบผังภูมิจากผู้ทรงสิทธิ โดยได้เสนอเงื่อนไขและค่าตอบแทนที่เพียงพอตามพฤติการณ์แห่งกรณีแล้ว แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ภายในระยะเวลาอันสมควร
(๓) ขอบเขตและระยะเวลาที่ขออนุญาตใช้สิทธิในแบบผังภูมิ โดยแสดงพยานหลักฐานว่าเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งกรณี และ
(๔) ค่าตอบแทน เงื่อนไขการใช้สิทธิในแบบผังภูมิ และข้อจำกัดสิทธิของผู้ทรงสิทธิและผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิ
ค่าตอบแทนตาม (๔) ต้องเพียงพอตามพฤติการณ์แห่งกรณี โดยคำนึงถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจของแบบผังภูมิที่ประสงค์จะขอบังคับใช้สิทธิหรือแบบผังภูมิในลักษณะเดียวกัน
มาตรา ข้อ ๒๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๘ เมื่อมีคำขอใช้สิทธิในแบบผังภูมิตามมาตรา ๓๒ วรรคสอง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีการสอบสวนว่าคำขอเป็นไปตามข้อ ๒๗ หรือไม่ และรายงานผลการสอบสวนต่ออธิบดีเพื่อพิจารณา
ในกรณีที่อธิบดีพิจารณารายงานผลการสอบสวนและเห็นว่าคำขอเป็นไปตามข้อ ๒๗ ให้อธิบดีสั่งให้ออกใบอนุญาตให้ใช้สิทธิให้แก่ผู้ขอใช้สิทธิในแบบผังภูมินั้น แต่ถ้าอธิบดีเห็นว่าคำขอไม่เป็นไปตามข้อ ๒๗ ให้อธิบดีสั่งยกคำขอ
มาตรา ข้อ ๒๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๙ เมื่ออธิบดีมีคำสั่งให้ออกใบอนุญาตให้ใช้สิทธิให้แก่ผู้ขอใช้สิทธิตามข้อ ๒๘ และผู้ขอใช้สิทธิได้ชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอใช้สิทธิ และบันทึกรายละเอียดการอนุญาตให้ใช้สิทธิไว้ในทะเบียนแบบผังภูมิ
ในกรณีที่คู่กรณีอุทธรณ์คำสั่งของอธิบดีต่อคณะกรรมการ เมื่อคณะกรรมการได้มีคำวินิจฉัยและอนุญาตให้ผู้ขอใช้สิทธิมีสิทธิใช้สิทธิในแบบผังภูมิได้และไม่มีการนำคดีไปสู่ศาลตามมาตรา ๓๓ วรรคสาม และผู้ขอใช้สิทธิได้ชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอใช้สิทธิและบันทึกรายละเอียดการอนุญาตให้ใช้สิทธิไว้ในทะเบียนแบบผังภูมิ
ในกรณีที่คู่กรณีไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการและนำคดีไปสู่ศาลตามมาตรา ๓๓ วรรคสาม เมื่อศาลได้พิพากษาให้ผู้ขอใช้สิทธิมีสิทธิใช้สิทธิในแบบผังภูมิได้ และผู้ขอใช้สิทธิได้ชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอใช้สิทธิและบันทึกรายระเอียดการอนุญาตให้ใช้สิทธิไว้ในทะเบียนแบบผังภูมิ
มาตรา ข้อ ๓๐ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๐ ในกรณีที่มีการอนุญาตให้ใช้สิทธิตามมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ หรือมาตรา ๓๕ ผู้ทรงสิทธิหรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามมาตรา ๒๔ อาจยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิปฏิบัติตามมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่งได้ โดยจะต้องแสดงพยานหลักฐานว่าพฤติการณ์ที่ใช้เป็นหลักในการพิจารณาอนุญาตให้ใช้สิทธิได้เปลี่ยนแปลงไปจากเวลาที่ได้มีการอนุญาตให้ใช้สิทธิดังกล่าว
มาตรา ข้อ ๓๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๑ ในกรณีที่มีการอนุญาตให้ใช้สิทธิตามมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ หรือมาตรา ๓๕ ผู้ทรงสิทธิหรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามมาตรา ๒๔ อาจยื่นคำขอให้ยกเลิกการอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิตามมาตรา ๓๗ วรรคสองได้ โดยต้องแสดงพยานหลักฐานดังต่อไปนี้
(๑) เหตุแห่งการอนุญาตให้ใช้สิทธินั้นได้หมดสิ้นไปแล้วและไม่น่าจะเกิดขึ้นได้อีก และการยกเลิกการอนุญาตให้ใช้สิทธิดังกล่าวจะไม่กระทบกระเทือนสิทธิหรือประโยชน์ของผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิเกินสมควร หรือ
(๒) ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิปฏิบัติ
มาตรา ข้อ ๓๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๒ เมื่อมีคำขอตามข้อ ๓๐ เพื่อให้เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิปฏิบัติ หรือคำขอตามข้อ ๓๑ เพื่อให้ยกเลิกการอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีการสอบสวนให้ได้ความว่ามีพฤติการณ์ตามที่กำหนดในข้อ ๓๐ หรือข้อ ๓๑ แล้วแต่กรณี
มาตรา ข้อ ๓๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๓ เมื่ออธิบดีมีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขตามข้อ ๓๐ หรือมีคำสั่งให้ยกเลิกการอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิตามข้อ ๓๑ แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ทรงสิทธิหรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามมาตรา ๒๔ และผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ หรือมาตรา ๓๕ ทราบโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือโดยวิธีการอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด
มาตรา ข้อ ๓๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๔ ในกรณีที่คู่กรณีมิได้อุทธรณ์คำสั่งของอธิบดีหรือได้อุทธรณ์คำสั่งของอธิบดีต่อคณะกรรมการตามมาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง หรือนำคดีไปสู่ศาลตามมาตรา ๓๘ วรรคสอง และคณะกรรมการหรือศาลได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี ให้เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ หรือมาตรา ๓๕ ปฏิบัติ หรือให้ยกเลิกการอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือการยกเลิกการอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมินั้นไว้ในทะเบียนแบบผังภูมิ
ใบแทนหนังสือสำคัญ และใบแทนใบอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิ
มาตรา ข้อ ๓๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๕ ในกรณีที่หนังสือสำคัญแบบผังภูมิหรือใบอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิสูญหายให้ผู้ทรงสิทธิ หรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิโดยการบังคับใช้สิทธิ ซึ่งประสงค์จะรับใบแทนหนังสือสำคัญแบบผังภูมิหรือใบแทนใบอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิ ยื่นคำขอพร้อมด้วยใบรับแจ้งความของสถานีตำรวจว่าหนังสือสำคัญ แบบผังภูมิหรือใบอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิสูญหาย
ในกรณีที่หนังสือสำคัญแบบผังภูมิหรือใบอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิ ชำรุดในสาระสำคัญให้ผู้ทรงสิทธิ หรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิโดยการบังคับใช้สิทธิ ซึ่งประสงค์จะรับใบแทนหนังสือสำคัญแบบผังภูมิหรือใบแทนใบอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิแนบเอกสารที่ชำรุดนั้นมาพร้อมกับคำขอด้วย
มาตรา ข้อ ๓๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๖ เมื่อมีคำขอรับใบแทนตามข้อ ๓๕ หากพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าจำเป็นอาจจัดให้มีการสอบสวนและรายงานผลการสอบสวนต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาสั่งให้ออกใบแทนก็ได้
มาตรา ข้อ ๓๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๗ เมื่ออธิบดีมีคำสั่งให้ออกใบแทนหนังสือสำคัญแบบผังภูมิหรือใบแทนใบอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิแก่ผู้ยื่นคำขอ และผู้ยื่นคำขอได้ชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบแทนหนังสือสำคัญแบบผังภูมิหรือใบแทนใบอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิ แล้วแต่กรณี ให้แก่ผู้ยื่นคำขอ
การสอบสวน
มาตรา ข้อ ๓๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๘ การสอบสวนเพื่อปฏิบัติการตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแบบผังภูมิของวงจรรวม พ.ศ. ๒๕๔๓ นอกจากต้องดำเนินการตามบทบัญญัติข้ออื่นที่บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในกฎกระทรวงนี้แล้ว ให้ดำเนินการตามบทบัญญัติในหมวดนี้ด้วย
มาตรา ข้อ ๓๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๙ การสอบสวนจะต้องกระทำโดยพนักงานเจ้าหน้าที่อย่างน้อยสามคน และในกรณีที่มีความจำเป็น พนักงานเจ้าหน้าที่อาจเสนอให้อธิบดีสั่งให้การสอบสวนต้องกระทำโดยคณะกรรมการสอบสวนก็ได้
มาตรา ข้อ ๔๐ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๐ คณะกรรมการสอบสวนประกอบด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่หนึ่งคนและผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่น้อยกว่าสองคนแต่ไม่เกินสี่คนซึ่งอธิบดีเลือกจากบัญชีรายชื่อตามวรรคสอง
ให้อธิบดีจัดทำและประกาศบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ในสาขานิติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ หรืออุตสาหกรรม ที่จะเข้าร่วมเป็นกรรมการสอบสวนตามกฎกระทรวงนี้
บัญชีรายชื่อตามวรรคสองต้องประกอบด้วยชื่อผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบคน และให้มีการทบทวนบัญชีรายชื่อนี้ทุกสองปี
มาตรา ข้อ ๔๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๑ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งกำหนดวันสอบสวนให้คู่กรณีและบุคคลที่เกี่ยวข้องทราบล่วงหน้าเป็นระยะเวลาพอสมควร โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือโดยวิธีการอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด และให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกันด้วย
มาตรา ข้อ ๔๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๒ ก่อนดำเนินการสอบสวน ให้ผู้สอบสวนแจ้งเหตุแห่งการสอบสวน และกระบวนการในการสอบสวนให้คู่กรณีทราบตามความจำเป็น
มาตรา ข้อ ๔๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๓ ในการสอบสวน ให้คู่กรณีมีโอกาสโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตนได้อย่างเต็มที่
คู่กรณีมีสิทธิขอตรวจดูเอกสารและหลักฐานที่จำเป็นต้องทราบเพื่อประโยชน์ในการแสดงสิทธิของตนหรือโต้แย้งสิทธิของอีกฝ่ายหนึ่ง ในกรณีที่เอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องอยู่ในความดูแลของคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งหรือของบุคคลอื่น คู่กรณีอาจขอให้ผู้สอบสวนแจ้งให้คู่กรณีฝ่ายนั้นหรือบุคคลนั้นดำเนินการตามข้อ ๔๖ ได้
มาตรา ข้อ ๔๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๔ บุคคลซึ่งเป็นคู่กรณีในการสอบสวนมีสิทธินำทนายความหรือที่ปรึกษาของตนเข้ามาในระหว่างการสอบสวน
ในกรณีที่คู่กรณีนำทนายความหรือที่ปรึกษาของตนเข้ามาในระหว่างการสอบสวนการใดที่ทนายความหรือที่ปรึกษาได้ทำลงต่อหน้าคู่กรณีให้ว่าเป็นการกระทำของคู่กรณี เว้นแต่คู่กรณีจะได้คัดค้านเสียแต่ในขณะนั้น การนั้นไม่ให้ถือว่าเป็นการกระทำของคู่กรณี
มาตรา ข้อ ๔๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๕ คู่กรณีอาจมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนตนเกี่ยวกับการสอบสวนได้ แต่ในกรณีที่ผู้รับมอบอำนาจไม่สามารถให้ข้อเท็จจริงได้อย่างเพียงพอที่จะวินิจฉัยเรื่องที่สอบสวน ให้ผู้สอบสวนแจ้งให้คู่กรณีทราบโดยไม่ชักช้าและอาจให้คู่กรณีมาร่วมการสอบสวนด้วยตนเองหรือชี้แจงข้อเท็จจริงโดยทำเป็นหนังสือก็ได้
ในการมอบอำนาจ ให้นำความในข้อ ๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ข้อ ๔๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๖ ในการสอบสวน ผู้สอบสวนอาจแจ้งให้คู่กรณี ผู้รับมอบอำนาจ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ ส่งคำแถลงหรือคำอธิบาย หรือจัดส่งเอกสาร หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาอันสมควรเพื่อประกอบการพิจารณาได้
มาตรา ข้อ ๔๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๗ ในกรณีที่บุคคลตามข้อ ๔๕ หรือข้อ ๔๖ ไม่มาร่วมการสอบสวน หรือไม่ให้ถ้อยคำ หรือไม่จัดคำแถลงหรือคำอธิบาย หรือไม่จัดส่งเอกสาร หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ตามที่ได้รับแจ้งจากผู้สอบสวนให้ผู้สอบสวนดำเนินการสอบสวนต่อไปและพิจารณาเรื่องที่สอบสวนตามเอกสารและหลักฐานที่มีอยู่
การอุทธรณ์
มาตรา ข้อ ๔๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๘ คำอุทธรณ์ต้องระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิงประกอบด้วย
มาตรา ข้อ ๔๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๙ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งคำอุทธรณ์ให้คณะกรรมการพิจารณาไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์