มาตรา ๑๑
ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบโรคศิลปะเพื่อแสวงหาผลประโยชน์
หรือสินจ้างหรือบำเหน็จรางวัล หรือโฆษณาด้วยวิธีใด ๆ
แสดงว่าพร้อมที่จะประกอบโรคศิลปะ
โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะจากคณะกรรมการควบคุม
การประกอบโรคศิลปะ ตามความในพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่การประกอบโรคศิลปะในกรณี
ต่อไปนี้
(ก) นักเรียนแห่งสถานศึกษาของรัฐบาลหรือสถานศึกษาใดที่รัฐบาล
รับรองกระทำการฝึกหัดในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ผู้ฝึกหัดซึ่งได้ขึ้นทะเบียน
และรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแล้ว
(ข) พนักงานสาธารณสุขและผู้ซึ่งได้รับมอบหน้าที่จากกรมสาธารณสุข
ให้ประกอบโรคศิลปะเฉพาะบางอย่างเพื่อป้องกันหรือช่วยเหลือความเจ็บไข้ของ
ประชาชนในกรณีที่จำเป็น เช่น การปลูกฝี
การฉีดวัคซีนหรือเซรัม เป็นต้น
(ค) แพทย์ชาวต่างประเทศซึ่งมาประกอบโรคศิลปะในฐานะเป็นผู้รับ
ปรึกษาชั่วคราวโดยมีกำหนดเวลาไม่เกินสามเดือน
มาตรา ๑๒ การขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้แบ่งเป็น
๒ ประเภท
คือ ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันประเภทหนึ่ง
และผู้ประกอบโรคศิลปะแผน
โบราณประเภทหนึ่ง
ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาเวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม
และการผดุงครรภ์ ให้แบ่งออกเป็น ๒ ชั้น คือ
ชั้นหนึ่งและชั้นสอง
มาตรา ๑๓
ผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรค
ศิลปะต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔
และต้องมีความรู้ในวิชาชีพตามมาตรา ๑๕
มาตรา ๑๔
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็น
ผู้ประกอบโรคศิลปะ คือ
(๑) มีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์แล้ว
(๒) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบ
โรคศิลปะเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
(๓) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาให้จำคุกในคดีซึ่งคณะกรรมการ
ควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นว่าอาจจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์
แห่งวิชาชีพ
(๔) ไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพ
หรือเป็นโรคซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นว่าไม่สมควรให้
ประกอบโรคศิลปะ
มาตรา ๑๕
ความรู้ในวิชาชีพของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต
เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะได้นั้นคือ
(๑) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง
(ก) มีปริญญาหรือประกาศนียบัตร์สำหรับสาขานั้น ๆ
จากจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย หรือจากสถานศึกษาอื่นในประเทศสยาม
ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการ
ประกอบโรคศิลปะเห็นว่ามีหลักสูตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าหลักสูตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ทั้งนี้
ถ้าสาขาใดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังมิได้เปิดการศึกษาและวางหลักสูตรไว้ ให้
คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะมีอำนาจกำหนดหลักสูตรเพื่อสอบความรู้ผู้นั้น
ได้ตามที่เห็นสมควร หรือ
(ข)
มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาในต่างประเทศ
และได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะในประเทศนั้น ๆ
ซึ่งคณะกรรมการควบคุม
การประกอบโรคศิลปะได้สอบสวนความประพฤติและความรู้ของผู้นั้นเป็นที่พอใจแล้ว
แต่ถ้าบุคคลเช่นนี้มีสัญชาติเป็นไทยก็ไม่ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะ
ในประเทศที่ผู้นั้นได้รับการศึกษา
(๒) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นสองเป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรม
ศึกษาในสาขาทันตกรรม เภสัชกรรม
หรือการผดุงครรภ์จากโรงพยาบาลหรือ
สถานศึกษาใดของรัฐบาลหรือเทศบาลหรือสถานศึกษาอื่นใดในประเทศสยามซึ่ง
รัฐมนตรีได้กำหนดความรู้และเงื่อนไขอันควรให้ขึ้นทะเบียนได้ไว้ในกฎกระทรวง
(๓) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขา (จ) และ (ฉ) แห่งมาตรา ๔
เป็นผู้มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หรือสถานศึกษาอื่น
ที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรอง
(๔) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ
เป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรม
ศึกษาจากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็น
ผู้ประกอบโรคศิลปะแล้วตามกำหนดเวลาและตามเงื่อนไขอันควรให้ขึ้นทะเบียน
ได้ซึ่งกำหนดไว้ในกฎกระทรวง
ข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะและมรรยาทในวิชาชีพ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).