กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ
ที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ
พ.ศ. ๒๕๕๐[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๘ และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิก
(๑) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘
(๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๔ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘
(๓) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘
ข้อ ๒
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับแก่การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ
ข้อ ๓
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุจะกระทำได้แต่โดยการขาย การแลกเปลี่ยน การให้
หรือการโอนคืนให้แก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนหรือทายาท
และจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เว้นแต่การโอนกรรมสิทธิ์ตามข้อ ๑๓
ข้อ ๔
ในการขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุแปลงใด
ให้ปลัดกระทรวงการคลังแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย
อธิบดีกรมธนารักษ์เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกรมที่ดิน
ผู้อำนวยการสำนักประเมินราคาทรัพย์สิน กรมธนารักษ์ หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมาย
กรมธนารักษ์ และผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงาน
หรือองค์กรของรัฐผู้ดูแลรักษาหรือใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุที่จะโอนกรรมสิทธิ์นั้นอีกไม่เกินสามคน
เป็นกรรมการ และหัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาธุรกิจและศักยภาพที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์
เป็นกรรมการและเลขานุการ
เพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้
เพื่อเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการคณะหนึ่งหรือหลายคณะ
เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้
ข้อ ๕ การขายและการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ
ให้คณะกรรมการตามข้อ ๔ กำหนดมูลค่าของที่ราชพัสดุโดยประเมินจากราคาที่คาดว่าจะเป็นราคาซื้อขายจริงในท้องตลาดในปัจจุบัน
และให้คำนึงถึงสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ สภาพและที่ตั้งของที่ราชพัสดุ
มูลค่าเพิ่มของที่ราชพัสดุในกรณีที่จะนำไปผนวกเข้ากับที่ดินของบุคคลอื่นที่ตั้งอยู่ติดกัน
รวมทั้งความเหมาะสมและปัจจัยที่สำคัญอื่น ๆ ที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ
ในกรณีที่เห็นเป็นการสมควรเพื่อประโยชน์ในการกำหนดมูลค่าของที่ราชพัสดุตามวรรคหนึ่ง
จะให้สถาบันวิชาชีพหรือบริษัทที่ปรึกษาทางด้านการประเมินอสังหาริมทรัพย์ทำการศึกษาและประเมินราคาที่ราชพัสดุเพื่อนำมาใช้เปรียบเทียบกับมูลค่าขั้นต่ำที่คณะกรรมการตามข้อ
๔ กำหนดไว้ก็ได้ ทั้งนี้
การให้สถาบันวิชาชีพหรือบริษัทที่ปรึกษาทางด้านการประเมินอสังหาริมทรัพย์ทำการดังกล่าว
ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด
สำหรับการขายที่ราชพัสดุตามข้อ
๖ (๒)
กระทรวงการคลังอาจพิจารณากำหนดมูลค่าของที่ราชพัสดุได้ตามความเหมาะสม
โดยไม่จำเป็นต้องกำหนดตามราคาซื้อขายจริงในท้องตลาดในปัจจุบันก็ได้
ข้อ ๖ การขายและการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ
ให้กระทำโดยวิธีประมูลตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด
เว้นแต่การขายหรือการแลกเปลี่ยนดังต่อไปนี้ จะกระทำโดยวิธีอื่นก็ได้
(๑) การขายหรือการแลกเปลี่ยนกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจที่เป็นนิติบุคคล
(๒) การขายที่ราชพัสดุตามโครงการของส่วนราชการ หน่วยงาน
หรือองค์กรของรัฐที่มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดขั้นตอนและวิธีการสำหรับกรณีนั้นไว้เป็นการเฉพาะ
(๓) การขายหรือการแลกเปลี่ยนซึ่งคณะกรรมการตามข้อ ๔
โดยความเห็นชอบของปลัดกระทรวงการคลัง
เห็นว่าโดยสภาพไม่เหมาะสมที่จะกระทำโดยวิธีประมูล
ข้อ ๗
ที่ดินที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุอย่างน้อยต้องมีคุณลักษณะเบื้องต้น
ดังต่อไปนี้
(๑) ตั้งอยู่ติดกับทางหลวงหรือทางสาธารณะที่สะดวกแก่การคมนาคม
หรือตั้งอยู่ติดกับที่ราชพัสดุที่มีทางเข้าออกสู่ทางหลวงหรือทางสาธารณะอยู่แล้ว
(๒) สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางราชการได้ตามความมุ่งหมาย
โดยไม่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองหรือกฎหมายอื่น
(๓) มีขนาดเหมาะสม หรือเมื่อนำไปผนวกเข้ากับที่ราชพัสดุที่ตั้งอยู่ติดกันแล้วจะมีขนาดเหมาะสมที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในทางราชการได้
การพิจารณากำหนดมูลค่าของที่ดินที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุ
ให้ใช้หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ โดยอนุโลม
ข้อ ๘
การให้ที่ราชพัสดุจะกระทำได้เฉพาะเพื่อการศาสนา การสาธารณกุศล
การสาธารณประโยชน์อย่างอื่น หรือการโอนคืนให้แก่ผู้ยกให้หรือทายาท
การให้ที่ราชพัสดุเพื่อการศาสนา
การสาธารณกุศล หรือการสาธารณประโยชน์อย่างอื่น
ให้คำนึงถึงสภาพและที่ตั้งของที่ราชพัสดุ
กับความเหมาะสมและประโยชน์ที่จะเกิดแก่ประชาชนโดยส่วนรวมเป็นสำคัญ
ข้อ ๙
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุคืนให้แก่ผู้ยกให้หรือทายาท
จะกระทำได้เมื่อทางราชการไม่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุนั้นตามวัตถุประสงค์ของผู้ยกให้หรือมิได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของผู้ยกให้ภายในระยะเวลาที่ผู้ยกให้กำหนดไว้หรือภายในห้าปีนับแต่วันที่มีการยกที่ดินนั้นให้แก่ทางราชการ
เมื่อทางราชการไม่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุตามวัตถุประสงค์ของผู้ยกให้หรือเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง
ให้กรมธนารักษ์แจ้งให้ผู้ยกให้หรือทายาทมายื่นเรื่องขอรับที่ราชพัสดุดังกล่าวคืน
โดยทำเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลำเนาของผู้ยกให้หรือทายาท
ในกรณีที่ไม่มีผู้รับหรือไม่รู้ตัวผู้รับหรือรู้ตัวแต่ไม่ทราบภูมิลำเนาให้ปิดประกาศแจ้งการคืนที่ราชพัสดุนั้นไว้
ณ ที่ตั้งแปลงที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา
และสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ แห่งท้องที่อันเป็นที่ตั้งของที่ราชพัสดุนั้น
และประกาศในราชกิจจานุเบกษาด้วย
เมื่อพ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่ผู้ยกให้หรือทายาทได้รับแจ้งหรือนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ปรากฏว่าผู้ยกให้หรือทายาทไม่มายื่นเรื่องขอรับที่ราชพัสดุนั้นคืน
ทางราชการอาจนำที่ราชพัสดุนั้นไปใช้ประโยชน์ใด ๆ ได้ตามที่เห็นสมควร
ข้อ ๑๐
ในกรณีที่ปรากฏแก่ผู้ยกให้หรือทายาทว่าทางราชการไม่ได้ใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุตามวัตถุประสงค์ของผู้ยกให้ภายในระยะเวลาที่ผู้ยกให้กำหนดไว้หรือภายในห้าปีนับแต่วันที่มีการยกที่ดินนั้นให้แก่ทางราชการ
ผู้ยกให้หรือทายาทอาจขอที่ราชพัสดุนั้นคืนได้
โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อกรมธนารักษ์หรือส่วนราชการที่เป็นผู้ดูแลรักษาหรือใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุดังกล่าว
ข้อ ๑๑
ในกรณีที่ทางราชการประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุนั้นตามวัตถุประสงค์ของผู้ยกให้
แต่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทันกำหนดเวลา
หรือประสงค์จะเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ต่างไปจากวัตถุประสงค์ของผู้ยกให้
ให้ส่วนราชการที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุนั้นทำความตกลงกับผู้ยกให้หรือทายาทเพื่อขอขยายระยะเวลาหรือเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์
แล้วแต่กรณี ก่อนครบกำหนดเวลาตามที่ผู้ยกให้กำหนดไว้
หรือก่อนครบกำหนดห้าปีนับแต่วันที่มีการยกให้
หากผู้ยกให้หรือทายาทไม่ให้ความยินยอมจนล่วงพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว
ก็ให้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุนั้นคืนให้แก่ผู้ยกให้หรือทายาทต่อไป
ข้อ ๑๒
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุคืนให้แก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนหรือทายาทจะกระทำได้เมื่อที่ราชพัสดุดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ
ที่ได้มาอันเนื่องมาจากการเวนคืน
และไม่มีการใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืน และให้เรียกเงินคืนจากเจ้าของเดิมหรือทายาทด้วย
ในกรณีที่ปรากฏแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนหรือทายาทว่าไม่มีการใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนแล้ว
ให้เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนหรือทายาทมีสิทธิยื่นคำขอรับคืนที่ราชพัสดุต่อเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในการเวนคืน
ให้เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในการเวนคืนส่งคำขอตามวรรคสอง
และเอกสารหลักฐานต่าง ๆ อันจำเป็น
พร้อมความเห็นไปยังกรมธนารักษ์เพื่อดำเนินการต่อไป
ข้อ ๑๓
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
กฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ หรือตามโครงการของส่วนราชการ หน่วยงาน
หรือองค์กรของรัฐ
ที่มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดขั้นตอนและวิธีการสำหรับกรณีนั้นไว้เป็นการเฉพาะ
ให้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาอนุมัติ
ข้อ ๑๔ การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุตามกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ ที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ให้ดำเนินการต่อไปตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๑๕ เมื่อกฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
ที่ราชพัสดุแปลงใดที่พ้นกำหนดเวลาขอคืนตามข้อ ๘ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘
และผู้ยกให้หรือทายาทไม่ได้ยื่นเรื่องขอคืนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
หากทางราชการได้ใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุแล้ว
ให้ทางราชการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุนั้นได้ต่อไป
ที่ราชพัสดุแปลงใดที่ผู้ยกให้หรือทายาทได้ยื่นเรื่องขอคืนเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง
และกระทรวงการคลังพิจารณามีคำสั่งไม่คืนที่ราชพัสดุนั้นแล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
ให้ทางราชการมีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุนั้นได้ต่อไป
ข้อ ๑๖ ในกรณีที่ระยะเวลาในการขอทำความตกลงกับผู้ยกให้หรือทายาทตามข้อ
๑๑ สำหรับที่ราชพัสดุแปลงใดได้สิ้นสุดไปแล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
หรือจะสิ้นสุดลงก่อนครบกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
โดยยังไม่มีการขอทำความตกลงนั้นมาก่อน หรือการทำความตกลงยังไม่แล้วเสร็จ
ให้ถือว่าระยะเวลาในการขอทำความตกลงดังกล่าวยังคงมีอยู่ต่อไปจนครบกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ข้อ ๑๗ บรรดาระเบียบตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๓๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ ที่ใช้อยู่ในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้คงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงนี้
จนกว่าจะมีระเบียบตามกฎกระทรวงนี้ขึ้นใช้บังคับ
การดำเนินการออกระเบียบตามวรรคหนึ่ง
ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
สมหมาย
ภาษี
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ
ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ยกที่ราชพัสดุให้แก่ทางราชการ
รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การคืนที่ราชพัสดุที่ได้มาอันเนื่องจากการเวนคืนให้แก่เจ้าของเดิมหรือทายาท จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
โสรศ/ผู้จัดทำ
๒๗ มีนาคม ๒๕๕๐
ฐิติพร/ปรับปรุง
๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
วิชพงษ์/ตรวจ
๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๑๕ ก/หน้า ๖/๑๘ มีนาคม ๒๕๕๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).