กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๑)
ออกตามความในพระราชบัญญัติ
จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน
พ.ศ. ๒๕๑๑[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๙ วรรคสอง และมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๑๑
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
การย้ายสำนักงานจัดหางาน ให้ผู้รับอนุญาตจัดหางานยื่นคำขอ ณ
สำนักงานทะเบียนจัดหางานแห่งท้องที่ที่สำนักงานจัดหางานตั้งอยู่ ตามแบบ จง. ๓
ท้ายกฎกระทรวงนี้พร้อมด้วยใบอนุญาตจัดหางาน ใบคู่มือผู้จัดหางาน และใบคู่มือลูกจ้างหรือตัวแทนซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหางานของผู้รับอนุญาตจัดหางานซึ่งจะให้ไปปฏิบัติงาน
ณ สำนักงานแห่งใหม่ด้วย
ข้อ ๒
เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๑
ถ้าเป็นการขอย้ายสำนักงานไปตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกันให้นายทะเบียนตรวจสอบพิจารณาการย้าย
ถ้าเป็นการขอย้ายสำนักงานไปตั้งอยู่ในจังหวัดอื่น ให้ส่งเรื่องราวไปให้นายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ผู้ยื่นคำขอจะย้ายสำนักงานไปตั้งอยู่นั้นตรวจสอบพิจารณาการย้ายและแจ้งผลให้ทราบว่าการย้ายสำนักงานของผู้ยื่นคำขอเป็นไปตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน
พ.ศ. ๒๕๑๑ หรือไม่
ข้อ ๓
เมื่อปรากฏว่าการขอย้ายสำนักงานไปตั้ง ณ ที่ใหม่
เป็นไปตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑
ให้นายทะเบียนซึ่งเป็นผู้รับคำขอ
บันทึกการอนุญาตให้ย้ายสำนักงานลงในใบอนุญาตจัดหางาน
และบันทึกการย้ายสำนักงานลงในใบคู่มือผู้จัดหางานและ
ใบคู่มือลูกจ้างหรือตัวแทนซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหางานของผู้รับอนุญาตจัดหางานซึ่งจะให้ไปปฏิบัติงาน
ณ สำนักงานแห่งใหม่ด้วย
ข้อ ๔
ผู้รับอนุญาตให้ย้ายสำนักงานไปตั้งอยู่ในจังหวัดอื่น
ต้องแจ้งกำหนดวันเริ่มดำเนินงานของสำนักงานแห่งใหม่ต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่สำนักงานแห่งใหม่ตั้งอยู่
เพื่อทราบก่อนวันเริ่มดำเนินงาน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒
สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๑
พลเอก ป. จารุเสถียร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
คำขอย้ายสำนักงานจัดหางาน (จง. ๓)
๒.
แผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งสำนักงานจัดหางานแห่งใหม่
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ประสงค์จะกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขการย้ายสำนักงานจัดหางานเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรา ๙
แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑ จึงออกกฎกระทรวง
สรัลพร/พิมพ์
๑๐ เมษายน ๒๕๕๑
รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ
๑๘ เมษายน ๒๕๕๑
โชติกานต์/ปรับปรุง
๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๕/ตอนที่ ๗๐/หน้า ๕๓๑/๖ สิงหาคม ๒๕๑๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).