มาตรา ๖
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก
ป. ติณสูลานนท์
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑.[๒]
พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิต
เสียภาษีตามอัตราที่ระบุไว้ในกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต
พ.ศ. ๒๕๒๗ พ.ศ. ๒๕๒๗[๓]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ
เนื่องจากในปัจจุบันได้มีการผลิตและจำหน่ายสินค้าใหม่อีก ๒ ประเภท คือ
ก๊าซธรรมชาติสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติเหลว
แต่สินค้าดังกล่าวยังมิได้กำหนดให้เรียกเก็บภาษีสรรพสามิต
สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ตอนที่ ๓ น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน
ท้ายพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗
เพื่อให้เรียกเก็บภาษีสรรพสามิตจากสินค้าดังกล่าวได้ด้วย
และโดยที่เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนในอันจะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต
พ.ศ. ๒๕๒๗ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๙[๔]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ
เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายจะปล่อยให้ราคาขายปลีกของน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันลอยตัวตามสภาวะของตลาด
และเพื่อให้ภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันมีอัตราที่แน่นอนโดยไม่ส่งผลกระทบราคาน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ลอยตัว
จึงสมควรกำหนดและปรับปรุงอัตราภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน
ทั้งตามมูลค่าและตามปริมาณเสียใหม่ให้เหมาะสมและโดยที่เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต
พ.ศ. ๒๕๒๗ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๓[๕]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ
เนื่องจากได้มีการนำน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น และก๊าซธรรมชาติเหลว
(เอ็น.จี.แอล.) และก๊าซเหลวที่คล้ายกัน ไปใช้อย่างไม่เหมาะสม
โดยได้มีการนำน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่นไปใช้ในกิจการอุตสาหกรรมบางประเภทแทนการใช้น้ำมันก๊าด
และมีการนำก๊าซธรรมชาติไปผลิตเป็นตัวละลาย (SOLVENT) แทนการนำไปผสมกับผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ได้จากการกลั่นให้เป็นน้ำมันเบนซินซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า
อันเป็นการใช้ทรัพยากรในทางที่ไม่คุ้มค่าแก่เศรษฐกิจ
และมีผลให้รัฐต้องสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิตเป็นจำนวนมาก
เพื่อให้โครงสร้างการให้พลังงานเป็นไปอย่างถูกต้องและป้องกันการใช้น้ำมันผิดประเภท
และเพื่อให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น
และโดยที่เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้
พระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔[๖]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
เนื่องจากหน่วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับจัดเก็บภาษีก๊าซปิโตรเลียม
(แอล.พี.จี.)และก๊าซที่คล้ายกันใช้เป็นหน่วย ลิตร
ยังไม่สอดคล้องกับโครงสร้างการกำหนดราคาขายที่ทางราชการกำหนดเป็นหน่วย กิโลกรัม
และโดยที่ส่วนผสมของก๊าซปิโตรเลียมเหลวแตกต่างกัน เมื่อคำนวณจากหน่วย ลิตร
เป็นหน่วย กิโลกรัม ทำให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมแต่ละรายเสียภาษีไม่เท่ากัน
เพื่อความเป็นธรรมสมควรเปลี่ยนหน่วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตของก๊าซปิโตรเลียม(แอล.พี.จี.)
จากหน่วย ลิตร เป็นหน่วย กิโลกรัม
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๔[๗]