ข้อ ๖ หลังจากที่ข้อบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้แล้วผู้ใดประสงค์จะเลี้ยงสุกรจะต้องปฏิบัติตามมาตรการ ดังต่อไปนี้
(๑) สถานที่ตั้งต้องตั้งอยู่ห่างจากชุมชน ศาสนสถาน โบราณสถาน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล หรือสถานที่ของราชการอื่น ๆ ในระยะที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และไม่ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญต่อชุมชน โดยต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวข้างต้น และแหล่งน้ำสาธารณะในระยะ ดังต่อไปนี้
(๑.๑) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสุกรน้อยกว่า ๕๐ ตัว ต้องมีระยะห่าง ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร
(๑.๒) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสุกรตั้งแต่ ๕๐ - ๕๐๐ ตัว ต้องมีระยะห่างไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เมตร
(๑.๓) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสุกรเกินกว่า ๕๐๐ ตัว ต้องมีระยะห่าง ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ เมตร
(๒) โรงเรือนเลี้ยงสุกรและส่วนประกอบ
(๒.๑) โรงเรือนเลี้ยงสุกรควรตั้งอยู่ในบริเวณที่ไม่มีน้ำท่วมขัง
(๒.๒) โรงเรือนเลี้ยงสุกรต้องเป็นอาคารเอกเทศ มั่นคงแข็งแรง มีลักษณะ เหมาะแก่การเลี้ยงสุกรไม่มีการพักอาศัย หรือประกอบกิจการอื่นใด
(๒.๓) พื้นโรงเรือนเลี้ยงสุกรทำด้วยวัสดุแข็งแรง พื้นผิวเรียบ ทำความสะอาดง่าย มีความลาดเอียงที่เหมาะสมให้น้ำหรือสิ่งปฏิกูลไหลลงทางระบายน้ำได้สะดวก
(๒.๔) โรงเรือนเลี้ยงสุกรต้องมีที่ขังและที่ปล่อยสุกรกว้างขวางเพียงพอ คอกสุกรต้องมีการกั้นเป็นสัดส่วน เหมาะสมกับจำนวนสุกรไม่ให้สุกรอยู่อย่างแออัด
(๒.๕) หลังคาทำด้วยวัสดุแข็งแรงมีความสูงจากพื้นที่เหมาะสมและมีช่องทาง ให้แสงสว่างหรือแสงแดดส่องเข้าภายในอาคารได้อย่างทั่วถึง
(๒.๖) ต้องมีห้องเก็บรักษาเครื่องมือ เครื่องใช้ หรืออุปกรณ์ในการทำงานในที่มิดชิด เป็นระเบียบเรียบร้อย และรักษาความสะอาดอยู่เสมอไม่เป็นที่เพาะพันธุ์ของสัตว์นำโรคต่าง ๆ
(๓) การจัดการของเสีย สารพิษ และมลพิษของสถานประกอบการเลี้ยงสุกร
(๓.๑) ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน โดยใช้การบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสม ทางระบายน้ำไม่อุดตัน
(๓.๒) น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วต้องมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งให้ได้เกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้งตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกสถานประกอบกิจการ
(๓.๓) ต้องเก็บ กวาด มูลสัตว์ หรือสิ่งปฏิกูลเป็นประจำทุกวัน และห้ามทิ้งมูลสุกร หรือมูลฝอยในที่สาธารณะหรือแหล่งน้ำสาธารณะ
(๓.๔) ต้องทำความสะอาด กวาดล้างโรงเรือนเลี้ยงสุกร และบริเวณโดยรอบโรงเรือน ให้สะอาดทุกวันให้มีลักษณะที่ดีอยู่เสมอ รวมทั้งต้องจัดให้มีที่กักเก็บมูลสัตว์โดยเฉพาะเพื่อป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญ
(๓.๕) ต้องจัดให้มีที่เก็บกักมูลสัตว์หรือสิ่งปฏิกูลโดยเฉพาะไม่ให้ส่งกลิ่นเหม็น เป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญ และต้องไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงหรือสัตว์นำโรค
(๓.๖) ห้ามทิ้งมูลสัตว์หรือสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยในที่ดินสาธารณะ หรือทางน้ำสาธารณะ หรือในที่อื่นใด นอกจากที่รองรับมูลฝอยที่ถูกสุขลักษณะที่ได้จัดไว้ให้
(๓.๗) การเลี้ยงสัตว์ต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษและเหตุรำคาญ
(๔) การจัดการแหล่งแพร่เชื้อโรคหรือสัตว์พาหะนำโรค
(๔.๑) น้ำเสียต้องได้รับการบำบัดก่อนระบายลงสู่ทางระบายน้ำ แหล่งน้ำสาธารณะ หรือในที่หรือในที่เอกชน น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วต้องมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำให้ได้เกณฑ์มาตรฐาน ขควบคุมการระบายน้ำ
(๔.๒) ต้องมีการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดต่อที่เกิดจากสัตว์
(๔.๓) การกำจัดซากสัตว์โดยการฝังต้องมีเนื้อที่เพียงพอ ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เหมาะสมทำการราด หรือโรยบนซากสัตว์จนทั่ว
(๔.๔) การกำจัดซากสัตว์โดยการเผาต้องมีสถานที่เผา หรือเตาเผาอยู่ในบริเวณ ที่เหมาะสม
(๕) การจัดการปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญ
(๕.๑) ถ้ามีการสุมไฟไล่แมลงให้สัตว์ต้องไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญ
(๕.๒) ต้องป้องกันเสียงร้องของสัตว์ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญต่อผู้ที่อยู่อาศัยใกล้เคียง
(๕.๓) จำนวนสัตว์ต้องไม่มากเกินสมควรจนเป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญต่อผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง ผู้ที่ประสงค์จะเลี้ยงสุกรจะต้องยื่นคำขออนุญาตเลี้ยงสุกรตามแบบและเงื่อนไขที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคอกกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานต่อไปนี้ อย่างละ ๑ ชุด
๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ
๒) สำเนาทะเบียนบ้าน
๓) หนังสือแสดงความเป็นเจ้าของที่ดิน
๔) เอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นสมควรเรียกเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา