พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
จัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(องค์การมหาชน)
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๒
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๕๕๒
เป็นปีที่ ๖๔
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(องค์การมหาชน)
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน
พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบกับมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า
พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔
แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา
๑๔ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า
คณะกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ประกอบด้วย
(๑)
ประธานกรรมการ
ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมาจากการสรรหาซึ่งมีความรู้
ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ทางด้านการบริหาร มนุษยศาสตร์
สังคมศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และไม่เป็นข้าราชการที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
(๒)
กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนสี่คน ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ประธานกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ประธานกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาด้านการอาชีวศึกษา
และประธานกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา
(๓)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนห้าคน
ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมาจากการสรรหาซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ
และประสบการณ์ทางด้านการบริหาร มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ซึ่งในจำนวนนี้ต้องเป็นบุคคลซึ่งมิใช่ข้าราชการที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำรวมอยู่ด้วยไม่น้อยกว่าสามคน
ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการโดยตำแหน่ง
และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
รวมทั้งการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อดำรงตำแหน่งแทนผู้ที่พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระตามมาตรา
๑๙ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการ
ทั้งนี้
จะต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมิใช่ข้าราชการที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำมีส่วนร่วมในการสรรหาด้วย
มาตรา ๔
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๔
แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา
๒๔
เพื่อให้การปฏิบัติการตามพระราชกฤษฎีกานี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเพื่อให้การประเมินคุณภาพการศึกษาสอดคล้องกับความหลากหลายของรูปแบบการศึกษา
ให้มีคณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
คณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาด้านการอาชีวศึกษา
และคณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา มีอำนาจหน้าที่
ดังต่อไปนี้
(๑)
สนับสนุนงานด้านวิชาการแก่คณะกรรมการ
(๒)
พัฒนาปรับปรุงระบบและวิธีการประเมินคุณภาพภายนอก
และพัฒนามาตรฐานและเกณฑ์สำหรับการประเมินคุณภาพภายนอก
ในระดับการศึกษาที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับนโยบายของคณะกรรมการ
(๓)
กำกับการดำเนินการให้มีการรับรองมาตรฐานและการประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในระดับที่เกี่ยวข้องตามนโยบายของคณะกรรมการ
(๔)
กระทำการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
เมื่อคณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
คณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาด้านการอาชีวศึกษา
และคณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา
ได้ดำเนินการเกี่ยวกับการกำกับการดำเนินการให้มีการรับรองมาตรฐานและการประเมินคุณภาพการศึกษาไปแล้วประการใด
ให้รายงานคณะกรรมการทราบด้วย ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๕
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๕/๑
แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๓
มาตรา
๒๕/๑
คณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาด้านการอาชีวศึกษาให้มีจำนวนไม่เกินสิบเอ็ดคน
ประกอบด้วยประธานกรรมการซึ่งมิใช่ข้าราชการที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
และกรรมการซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้
ความเชี่ยวชาญทางด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หรือมีประสบการณ์ทางด้านการบริหารการวัดผล หรือการประเมินผล
ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา ๖
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘
แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา
๒๗
การได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการตามมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๕/๑
และมาตรา ๒๖ ให้ใช้วิธีการสรรหา
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา
วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง
และการประชุม ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของคณะกรรมการ
ให้นำบทบัญญัติมาตรา
๑๕ และมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามและการกระทำอันมีลักษณะต้องห้ามของประธานกรรมการและกรรมการตามมาตรา
๒๕ มาตรา ๒๕/๑ และมาตรา ๒๖ ด้วยโดยอนุโลม
มาตรา ๒๘
การได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานกรรมการและกรรมการตามมาตรา
๒๕ มาตรา ๒๕/๑ และมาตรา ๒๖ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด
附則
มาตรา ๗
ให้คณะกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรา
๑๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ
คงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง
ในระหว่างระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง
มิให้นำมาตรา ๑๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้มาใช้บังคับ
และให้นำมาตรา ๑๔
แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๓ ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้มาใช้บังคับแทน
มาตรา ๘
ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่สมควรกำหนดให้มีคณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาด้านการอาชีวศึกษา
เพื่อให้การรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาครอบคลุมด้านการอาชีวศึกษา
และสมควรกำหนดองค์ประกอบ อำนาจหน้าที่ วิธีการได้มา หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา
วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง
การแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างการประชุม คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม
และการกระทำอันมีลักษณะต้องห้ามของคณะกรรมการดังกล่าว
รวมทั้งกำหนดให้ได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่คณะกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษากำหนด
ประกอบกับสมควรปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการกำหนดให้มีคณะกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาด้านการอาชีวศึกษา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๕ ตุลาคม ๒๕๕๒
วิมล/ปรับปรุง
๒๗ เมษายน ๒๕๕๙
ภัทรวีร์/ปรับปรุง
๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๕๙ ก/หน้า ๓๒/๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).