พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา
อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ
เข็มวิทยฐานะ
และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์
ในพระบรมราชูปถัมภ์
จังหวัดปทุมธานี
พ.ศ. ๒๕๕๘
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘
เป็นปีที่ ๗๐
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา
อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ
เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์
จังหวัดปทุมธานี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗
กับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.
๒๕๔๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา
ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์
ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. ๒๕๕๘
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
เว้นแต่บทบัญญัติมาตรา ๔ (๓) และ (๑๒) และมาตรา ๘ (๓) และ (๑๒)
ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิก
(๑) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา
อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ
และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. ๒๕๕๒
(๒) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา
ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์
ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
มาตรา ๔ ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์
ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี ดังต่อไปนี้
(๑) สาขาวิชาการบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า บัญชีดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บช.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข) โท เรียกว่า บัญชีมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บช.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า บัญชีบัณฑิต
ใช้อักษรย่อ บช.บ.
(๒) สาขาวิชาครุศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ค.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข) โท เรียกว่า ครุศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ค.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า ครุศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ค.บ.
(๓) สาขาวิชาเทคโนโลยี มีปริญญาหนึ่งชั้น คือ ตรี เรียกว่า เทคโนโลยีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ทล.บ.
(๔) สาขาวิชานิติศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ น.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข) โท เรียกว่า นิติศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ น.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า นิติศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ น.บ.
(๕) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า นิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ นศ.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข) โท เรียกว่า นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ นศ.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า นิเทศศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ นศ.บ.
(๖) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บธ.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข) โท เรียกว่า บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บธ.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า บริหารธุรกิจบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บธ.บ.
(๗) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ รป.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข) โท เรียกว่า รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ รป.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ รป.บ.
(๘) สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศป.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข) โท เรียกว่า ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศป.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศป.บ.
(๙) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วท.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข) โท เรียกว่า วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วท.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า วิทยาศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วท.บ.
(๑๐) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วศ.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข) โท เรียกว่า วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วศ.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วศ.บ.
(๑๑) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศศ.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข) โท เรียกว่า ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศศ.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า ศิลปศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศศ.บ.
(๑๒) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า เศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศ.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข) โท เรียกว่า เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศ.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า เศรษฐศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศ.บ.
(๑๓) สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ส.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข) โท เรียกว่า สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ส.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ส.บ.
ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย
มาตรา ๕ ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์
ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี มีสามชั้น ดังต่อไปนี้
(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมแขนยาวทำด้วยผ้าโปร่งสีขาว
ผ่าอกตลอดยาวคลุมเข่า แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีสำรดรอบขอบ
สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขนระยะห่างระหว่างสำรดต้นแขนและสำรดปลายแขน ๒๒ เซนติเมตร
โดยพื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีเขียว กว้าง ๑๒
เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวน ๓ แถบ ที่ริมทั้งสองข้าง
มีระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๐.๕
เซนติเมตร จำนวน ๓ แถบ มีระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๓ เซนติเมตร
และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูน สีทอง สูง ๕ เซนติเมตร
ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง
(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต
เว้นแต่ตอนกลางสำรดรอบขอบสำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน มีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง
๐.๕ เซนติเมตร จำนวน ๒ แถบ
(๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต
เว้นแต่ตอนกลางสำรดรอบขอบสำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน มีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง
๐.๕ เซนติเมตร จำนวน ๑ แถบ
มาตรา ๖ เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์
ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี
มีลักษณะเป็นรูปตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนลงยา สูง ๕
เซนติเมตร
มาตรา ๗ ครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัย
กรรมการสภามหาวิทยาลัย และอธิการบดีของมหาวิทยาลัย มีดังต่อไปนี้
(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย ครุยเป็นเสื้อคลุมแขนยาวทำด้วยผ้าโปร่งสีขาว
ผ่าอกตลอดยาวคลุมเข่าแขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีสำรดรอบขอบ
สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้
(ก) สำรดรอบขอบ พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีเขียว กว้าง ๑๐ เซนติเมตร
โดยทาบแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวน ๔ แถบ บนผ้าสักหลาดสีเขียว
มีระยะห่างระหว่างแถบ ๒ เซนติเมตร
(ข) สำรดต้นแขน แบ่งเป็น ๓ ตอน ระยะห่างตอนละ ๕ เซนติเมตร แต่ละตอน
กว้าง ๖ เซนติเมตร พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีเขียว โดยทาบแถบสีทอง กว้าง ๑.๕
เซนติเมตร จำนวน ๓ แถบ บนผ้าสักหลาดสีเขียว มีระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๗๕ เซนติเมตร
(ค) สำรดปลายแขน มีระยะห่างจากสำรดต้นแขน ๕ เซนติเมตร
พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีเขียว กว้าง ๑๐ เซนติเมตร โดยทาบแถบสีทอง กว้าง ๑
เซนติเมตร จำนวน ๔ แถบ บนผ้าสักหลาดสีเขียว มีระยะห่างระหว่างแถบ ๒ เซนติเมตร
ให้มีสายสร้อยประกอบครุยประจำตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย
ทำด้วยโลหะสีทองประกอบด้วยตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๒.๕
เซนติเมตร กึ่งกลางสายสร้อยมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕
เซนติเมตร ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง
(๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัย
แต่ไม่มีสายสร้อยประดับและมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕
เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง
(๓) อธิการบดี เช่นเดียวกับกรรมการสภามหาวิทยาลัย
แต่มีสายสร้อยทำด้วยโลหะสีทองประกอบด้วยตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง
สูง ๒.๕ เซนติเมตร
กึ่งกลางสายสร้อยมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร
ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง
มาตรา ๘ สีประจำสาขาวิชา
มีดังต่อไปนี้
(๑) สาขาวิชาการบัญชี สีเทา
(๒) สาขาวิชาครุศาสตร์ สีฟ้า
(๓) สาขาวิชาเทคโนโลยี สีเลือดหมู
(๔) สาขาวิชานิติศาสตร์ สีขาว
(๕) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ สีน้ำเงิน
(๖) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สีชมพู
(๗) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สีน้ำตาล
(๘)
สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ สีเขียวตองอ่อน
(๙) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สีเหลือง
(๑๐) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สีแดง
(๑๑) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ สีแสด
(๑๒) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สีม่วง
(๑๓) สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ สีชมพูอมส้ม
มาตรา ๙ ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์
ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี จัดทำครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ
และครุยประจำตำแหน่งตามพระราชกฤษฎีกานี้ ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง
มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก
ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี
ได้เปิดสอนสาขาวิชาเทคโนโลยี สาขาวิชานิเทศศาสตร์
สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
และสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ เพิ่มขึ้น
สมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา
รวมทั้งสีประจำสาขาวิชาสำหรับสาขาวิชาดังกล่าว
และสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา
ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์
ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี เสียใหม่ เพื่อความสะดวกในการใช้กฎหมาย
และโดยที่มาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ บัญญัติว่า
การกำหนดให้สาขาวิชาใดมีปริญญาชั้นใด และจะใช้อักษรย่อสำหรับสาขาวิชานั้นอย่างไร
และการกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ
และครุยประจำตำแหน่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/จัดทำ
๒๙ กันยายน
๒๕๕๘
วริญา/ตรวจ
๒๙ กันยายน ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๙๓ ก/หน้า ๑๐/๒๖ กันยายน ๒๕๕๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).