กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดให้ทางน้ำชลประทานในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครชุม
เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
พ.ศ.
๒๕๕๑[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๑)
แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา
๔๒ แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ให้ทางน้ำชลประทานคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย
จากกิโลเมตรที่ ๒๓.๔๐๐ ในท้องที่ตำบลท่าไม้ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี
ถึงกิโลเมตรที่ ๔๔.๑๔๓ ในท้องที่ตำบลนครชุมน์ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
ข้อ ๒
ให้ทางน้ำชลประทานคลองซอย ๖ ซ้าย
ของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายจากกิโลเมตรที่ ๒๓.๔๐๐ ของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย
ในท้องที่ตำบลท่าไม้ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ถึงปลายคลองกิโลเมตรที่ ๕.๖๐๐
ในท้องที่ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
ข้อ ๓
ให้ทางน้ำชลประทานคลองซอย ๗ ซ้าย
ของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายจากกิโลเมตรที่ ๓๑.๓๙๘ ของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย
ในท้องที่ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ถึงปลายคลองกิโลเมตรที่ ๒.๘๐๐
ในท้องที่ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
ข้อ ๔
ให้ทางน้ำชลประทานคลองซอย ๘ ซ้าย
ของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายจากกิโลเมตรที่ ๓๔.๓๓๖ ของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย
ในท้องที่ตำบลปากแรต อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ถึงปลายคลองกิโลเมตรที่ ๘.๖๖๐
ในท้องที่ตำบลหนองกบ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
ข้อ ๕
ให้ทางน้ำชลประทานคลองซอย ๙ ซ้าย
ของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายจากกิโลเมตรที่ ๓๘.๓๖๖ ของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย
ในท้องที่ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ถึงปลายคลองกิโลเมตรที่ ๙.๐๐๐
ในท้องที่ตำบลหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
ข้อ ๖
ให้ทางน้ำชลประทานคลองแยกซอย ๑ ขวา
ของคลองซอย ๙ ซ้าย ของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย จากกิโลเมตร ๑.๕๕๔ ของคลองซอย ๙
ซ้าย ในท้องที่ตำบลหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ถึงปลายคลองกิโลเมตรที่
๑๓.๔๒๐ ในท้องที่ตำบลสระกะเทียม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
ข้อ ๗
ให้ทางน้ำชลประทานคลองแยกซอย ๑ ขวา
ของคลองแยกซอย ๑ ขวา ของคลองซอย ๙ ซ้าย ของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย
จากกิโลเมตรที่ ๖.๙๗๙ ของคลองแยกซอย ๑ ขวา ของคลองซอย ๙ ซ้าย
ในท้องที่ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ถึงปลายคลองกิโลเมตรที่
๗.๖๒๐ ในท้องที่ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี
ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
ข้อ ๘
ให้ทางน้ำชลประทานคลองแยกซอย ๑ ซ้าย
ของคลองแยกซอย ๑ ขวา ของคลองซอย ๙ ซ้าย ของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย
จากกิโลเมตรที่ ๖.๙๗๙ ของคลองแยกซอย ๑ ขวา ของคลองซอย ๙ ซ้าย
ในท้องที่ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ถึงปลายคลองกิโลเมตรที่
๕.๘๐๐ ในท้องที่ตำบลหนองดินแดง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
ข้อ ๙
ให้ทางน้ำชลประทานคลองแยกซอย ๒ ซ้าย
ของคลองแยกซอย ๑ ขวา ของคลองซอย ๙ ซ้าย ของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย
จากกิโลเมตรที่ ๘.๑๖๘ ของคลองแยกซอย ๑ ขวา ของคลองซอย ๙ ซ้าย ในท้องที่ตำบลสวนป่าน
อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ถึงปลายคลองกิโลเมตรที่ ๕.๙๘๐
ในท้องที่ตำบลหนองดินแดง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
ข้อ ๑๐
ให้ทางน้ำชลประทานคลองแยกซอย ๓ ซ้าย
ของคลองแยกซอย ๑ ขวา ของคลองซอย ๙ ซ้าย ของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย
จากกิโลเมตรที่ ๙.๗๘๘ ของคลองแยกซอย ๑ ขวาของคลองซอย ๙ ซ้าย
ในท้องที่ตำบลสระกะเทียม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ถึงปลายคลองกิโลเมตรที่
๖.๓๐๐ ในท้องที่ตำบลวังเย็น อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
ข้อ ๑๑
ให้ทางน้ำชลประทานคลองแยกซอย ๑ ซ้าย
ของคลองแยกซอย ๓ ซ้าย ของคลองแยกซอย ๑ ขวา ของคลองซอย ๙ ซ้าย
ของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย จากกิโลเมตรที่ ๓.๑๖๘ ของคลองแยกซอย ๓ ซ้าย
ของคลองแยกซอย ๑ ขวา ของคลองซอย ๙ ซ้าย ในท้องที่ตำบลหนองดินแดง อำเภอเมืองนครปฐม
จังหวัดนครปฐม ถึงปลายคลองกิโลเมตรที่ ๓.๐๐๐ ในท้องที่ตำบลหนองดินแดง อำเภอเมืองนครปฐม
จังหวัดนครปฐม ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
ข้อ ๑๒
ให้ทางน้ำชลประทานคลองซอย ๑๐ ซ้าย
ของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายจากกิโลเมตรที่ ๔๑.๖๕๓ ของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย
ในท้องที่ตำบลนครชุมน์ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ถึงปลายคลองกิโลเมตรที่ ๖.๕๐๐
ในท้องที่ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
ตามแนวเขตแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑
สมศักดิ์
ปริศนานันทกุล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงกำหนดให้ทางน้ำชลประทานในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครชุมเป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
พ.ศ. ๒๕๕๑
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้ทางน้ำชลประทานคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายจากกิโลเมตรที่
๒๓.๔๐๐ ในท้องที่ตำบลท่าไม้ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ถึงกิโลเมตรที่ ๔๔.๑๔๓
ในท้องที่ตำบลนครชุมน์ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี รวมทั้งคลองแยกและคลองซอยของคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครชุมในท้องที่ตำบลท่าไม้
อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ตำบลท่าผา ตำบลหนองกบ ตำบลปากแรต ตำบลหนองอ้อ
ตำบลสวนกล้วย ตำบลดอนกระเบื้อง ตำบลนครชุมน์ อำเภอบ้านโป่ง ตำบลหนองโพ ตำบลดอนกระเบื้อง
อำเภอโพธาราม ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี และตำบลหนองดินแดง ตำบลสระกะเทียม
ตำบลสวนป่าน ตำบลวังเย็น อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
เป็นทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน
เพื่อให้เกิดประโยชน์จากการใช้น้ำอย่างเต็มที่ และเนื่องจากมาตรา ๘ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง
พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ ๔)
พ.ศ. ๒๕๑๘
บัญญัติให้ทางน้ำชลประทานที่จะเรียกเก็บค่าชลประทานต้องกำหนดโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๒๑
กรกฎาคม ๒๕๕๑
วิมล/ปรับปรุง
๑๕
ตุลาคม ๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๘๗ ก/หน้า ๗/๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).