พระราชบัญญัติ
คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก
พ.ศ. ๒๕๒๑
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่
๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๑
เป็นปีที่ ๓๓
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก
พ.ศ. ๒๕๒๑
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
การจัดระบบการจราจรทางบก หมายความว่า
การจัดระบบการสัญจรของยานพาหนะและของคนเดินเท้าในทางบกทั้งที่มีอยู่แล้วและที่จะมีในอนาคต
ให้สัมพันธ์และได้สัดส่วนกัน เพื่อให้การคมนาคมเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว ประหยัด
และปลอดภัย
นโยบาย หมายความว่า
หลักการสำคัญที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดระบบการจราจรทางบก
แผนหลัก หมายความว่า
แผนการจัดระบบการจราจรทางบกเพื่อเป็นแนวทางสำหรับส่วนราชการของราชการบริหารส่วนกลาง
ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ
และรัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในนโยบาย
มาตรฐาน หมายความว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับขนาด ปริมาณ
น้ำหนัก และคุณภาพของเครื่องหมาย สัญญาณ และสิ่งก่อสร้าง รวมทั้งข้อกำหนดเกี่ยวกับความปลอดภัยของยานพาหนะและอุปกรณ์
ทั้งนี้
เท่าที่เกี่ยวเนื่องหรือมีผลกระทบกระเทือนต่อการจราจรทางบกโดยตรง
คณะกรรมการ หมายความว่า
คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก
มาตรา ๔ ให้มีคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก
ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงคมนาคม
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
อธิบดีกรมทางหลวง อธิบดีกรมตำรวจ อธิบดีกรมโยธาธิการ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง
เลขาธิการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนมหาดไทย เป็นกรรมการ
และให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก เป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา ๕ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
เสนอนโยบายและแผนหลักต่อคณะรัฐมนตรี
(๒)
เสนอแนะแนวทางปฏิบัติและประสานงานกับส่วนราชการของราชการบริหารส่วนกลาง
ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ
หรือรัฐวิสาหกิจ ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการจราจรทางบกซึ่งรับนโยบายและแผนหลักที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้วไปดำเนินการ
(๓)
กำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับการจัดระบบการจราจรทางบกเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
(๔)
พิจารณาเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับงบประมาณซึ่งต้องใช้จ่ายสำหรับการดำเนินการตามนโยบายและแผนหลักที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีตาม
(๑)
(๕)
เสนอมาตรการเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการจราจรทางบก
(๖)
พิจารณาเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวกับการจัดระบบการจราจรทางบกตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
(๗)
ปฏิบัติการในเรื่องที่เกี่ยวกับการจัดระบบการจราจรทางบกตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
(๘)
เสนอแนะให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการจราจรทางบกให้เหมาะสมกับสถานการณ์
(๙)
ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น
คณะกรรมการอาจมอบให้สำนักงานคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก เป็นผู้ปฏิบัติหรือเตรียมข้อเสนอมายังคณะกรรมการเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปได้
มาตรา ๖ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม
ในการประชุมครั้งใด
ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม
ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม
ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
มาตรา ๗ การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๘
คณะกรรมการจะตั้งที่ปรึกษาหรือคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้
มาตรา ๙
คณะกรรมการมีอำนาจเรียกส่วนราชการของราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค
ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ
หรือบุคคลอื่นใด ให้ส่งเอกสาร รายละเอียดหรือแผนงานของโครงการที่เกี่ยวกับการจราจรทางบกหรือที่มีผลกระทบกระเทือนต่อการจราจรทางบกมาพิจารณา
ในการนี้อาจเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้คำชี้แจงประกอบด้วยก็ได้
มาตรา ๑๐
ให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกขึ้นในสำนักนโยบายและแผนมหาดไทย
กระทรวงมหาดไทย และให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
(๒)
ศึกษา สำรวจ วิเคราะห์สภาพการจราจรทางบก เพื่อเสนอประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการในการกำหนดนโยบายและแผนหลัก
การกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวกับการจัดระบบการจราจรทางบก
และการกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาการจราจรทางบก
(๓)
พิจารณาให้ความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการเกี่ยวกับการพิจารณาเสนองบประมาณตามมาตรา
๕ (๔)
(๔)
ประสานงานกับส่วนราชการของราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค
ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ
ในเรื่องที่เกี่ยวกับการจัดระบบการจราจรทางบกตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
(๕)
พิจารณาเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการให้มีการปรับปรุงแก้ไขนโยบายและแผนหลักเมื่อเห็นสมควร
(๖)
พิจารณาเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการให้มีการปรับปรุงแก้ไขหรือออกกฎหมายเกี่ยวกับการจราจรทางบกให้เหมาะสมกับสถานการณ์
(๗)
พิจารณาจัดทำโครงการศึกษา ฝึกอบรม และเผยแพร่ความรู้ที่เกี่ยวกับการจัดระบบการจราจรทางบก
(๘)
ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก
มาตรา ๑๑
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรจัดให้มีคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกขึ้นให้มีหน้าที่ในการเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับนโยบาย
และมาตรการต่าง ๆ ในการจัดระบบจราจร รวมทั้งทำหน้าที่ประสานงานกับส่วนราชการของราชการบริหารส่วนกลาง
ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ
และรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องหรือกระทบกระเทือนต่อการจราจรของประเทศ
ทั้งนี้ เพื่อให้โครงการปรับปรุงระบบการจราจรมีความต่อเนื่องกันตลอดไปไม่หยุดชะงักเพราะการเปลี่ยนรัฐบาล
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น
สุนันทา/แก้ไข
๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๔
วศิน/แก้ไข
๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒
โชติกานต์/ปรับปรุง
๑๗ เมษายน ๒๕๖๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๕/ตอนที่ ๑๕๖/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๒/๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).