พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดวันเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว
ในศาลจังหวัดยะลาและศาลจังหวัดสมุทรสาคร
พ.ศ. ๒๕๔๖
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้
ณ วันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
เป็นปีที่
๕๘ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดวันเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดยะลาและศาลจังหวัดสมุทรสาคร
เพื่อทำการพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
พ.ศ. ๒๕๓๔
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดยะลาและศาลจังหวัดสมุทรสาคร
พ.ศ. ๒๕๔๖
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓[๒]
ให้เปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดยะลา ตั้งแต่วันที่ ๑๖
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นต้นไป และให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดยะลา
มาตรา ๔ ให้เปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดสมุทรสาคร
ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นต้นไป
มาตรา ๕
ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท
ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากจังหวัดยะลาและจังหวัดสมุทรสาครยังไม่มีการจัดตั้งศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้นไว้โดยเฉพาะ
การดำเนินคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชนและคดีครอบครัวจึงต้องกระทำในศาลจังหวัด
ทำให้เด็กและเยาวชนผู้ถูกดำเนินคดีไม่ได้รับประโยชน์จากการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
สมควรเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดยะลาและศาลจังหวัดสมุทรสาคร
ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นต้นไป เพื่อทำหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัว
และโดยที่มาตรา ๘ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติว่า
แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดใดจะเปิดทำการเมื่อใดให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดยะลาและศาลจังหวัดสมุทรสาคร
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐[๓]
附則
มาตรา ๔
ให้โอนบรรดาคดีอาญาที่มีข้อหาว่าเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิดที่ค้างการพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดยะลาตามมาตรา
๕๘ (๓)
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
พ.ศ. ๒๕๓๔
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘ ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
ไปพิจารณาพิพากษาในแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดยะลา
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๓
แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดยะลาและศาลจังหวัดสมุทรสาคร
พ.ศ. ๒๕๔๖ บัญญัติให้แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดยะลามีเขตอำนาจตลอดจังหวัดยะลา
ยกเว้นท้องที่ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดเบตง และมาตรา ๗
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘ บัญญัติให้ดำเนินการเปิดทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด
ให้มีเขตอำนาจครอบคลุมทุกจังหวัดภายในสามปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ
สมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดยะลาให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดยะลา
เพื่อให้เด็กและเยาวชนในเขตท้องที่ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดเบตงได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายเช่นเดียวกับเด็กและเยาวชนในท้องที่อื่น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ
๒๖
ตุลาคม ๒๕๕๓
นฤดล/ผู้ตรวจ
๒
ธันวาคม ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๖๖ ก/หน้า ๑/๑๑ กรกฎาคม ๒๕๔๖
[๒] มาตรา ๓
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดยะลาและศาลจังหวัดสมุทรสาคร
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
[๓] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๑๑ ก/หน้า ๔๐/๑๕ มกราคม ๒๕๕๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).