ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลปกาสัย
เรื่อง
ควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
พ.ศ.
๒๕๖๑
โดยที่เป็นการสมควรให้มีข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลปกาสัย
ว่าด้วยควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในเขตพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลปกาสัย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗
และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบมาตรา ๓๒ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๘ มาตรา ๖๓ และมาตรา ๖๕
แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม องค์การบริหารส่วนตำบลปกาสัยโดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลปกาสัยและนายอำเภอเหนือคลอง
จึงตราข้อบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลปกาสัย เรื่อง ควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
พ.ศ. ๒๕๖๑
ข้อ ๒[๑]
ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลปกาสัยตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับตำบล เรื่อง
กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน
ข้อ ๔ ในข้อบัญญัตินี้
สถานประกอบการ
หมายความว่า สถานที่ที่ใช้ในการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตามความในมาตรา
๓๑ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
ผู้ดำเนินกิจการ
หมายความว่า ผู้เป็นเจ้าของ หรือบุคคลที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการของสถานประกอบกิจการนั้น
ผู้ปฏิบัติงาน
หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการ
มลพิษทางเสียง
หมายความว่า สภาวะของเสียงอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน
มลพิษทางอากาศ
หมายความว่า สภาวะของอากาศอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน
มลพิษทางน้ำ
หมายความว่า สภาวะของน้ำทิ้งอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน
มลพิษทางแสง
หมายความว่า สภาวะของแสงอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน
มลพิษทางความร้อน
หมายความว่า สภาวะของความร้อนอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน
มลพิษทางความสั่นสะเทือน
หมายความว่า สภาวะของความสั่นสะเทือนอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน
ของเสียอันตราย
หมายความว่า มูลฝอย สิ่งปฏิกูล น้ำเสียอากาศเสีย มลสารหรือสิ่งอื่นใดที่ปนเปื้อนสารพิษอันเกิดจากการประกอบกิจการของสถานประกอบกิจการที่ทำให้มีผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน
วัตถุอันตราย
หมายความว่า วัตถุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
ราชการส่วนท้องถิ่น
หมายความว่า องค์การบริหารส่วนตำบลปกาสัย
เจ้าพนักงานท้องถิ่น
หมายความว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปกาสัย
เจ้าพนักงานสาธารณสุข
หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการสาธารสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๕ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปกาสัยเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้และให้มีอำนาจ
ออกระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้
หมวด
๑
บททั่วไป
ข้อ ๖ ให้กิจการประเภทต่าง ๆ
ดังต่อไปนี้เป็นกิจการที่ต้องควบคุมภายในท้องถิ่น
๑.
กิจการที่เกี่ยวกับสัตว์
(๑)
การเพาะพันธุ์ เลี้ยง และการอนุบาลสัตว์ทุกชนิด
(๒)
การประกอบกิจการเลี้ยง รวบรวมสัตว์ หรือธุรกิจอื่นใดอันมีลักษณะทำนองเดียวกันเพื่อให้ประชาชนเข้าชมหรือเพื่อประโยชน์ของกิจการนั้น
ทั้งนี้
ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บค่าดูหรือค่าบริการในทางตรงหรือทางอ้อมหรือไม่ก็ตาม
๒.
กิจการที่เกี่ยวกับสัตว์หรือผลิตภัณฑ์
(๑)
การฆ่า หรือชำแหละสัตว์ ยกเว้นในสถานที่จำหน่ายอาหาร เร่ขาย หรือขายในตลาด
(๒)
การหมัก ฟอก ตาก หรือสะสมหนังสัตว์ ขนสัตว์
(๓)
การสะสมเขา กระดูก หรือชิ้นส่วนสัตว์ที่ยังไม่ได้แปรรูป
(๔)
การเคี่ยวหนัง เอ็น หรือไขสัตว์
(๕)
การผลิตสิ่งของเครื่องใช้หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากเปลือก กระดอก กระดูก เขา หนัง
ขนสัตว์ หรือส่วนอื่น ๆ ของสัตว์ด้วยการต้ม นึ่ง ตาก เผาหรือกรรมวิธีใด ๆ
ซึ่งมิใช่เพื่อเป็นอาหาร
(๖)
การผลิต โม่ ป่น บด ผสม บรรจุ สะสม หรือกระทำอื่นใดต่อสัตว์หรือพืช หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของสัตว์หรือพืชเพื่อเป็นอาหารสัตว์หรือส่วนประกอบของอาหารสัตว์
(๗)
การผลิต แปรรูป สะสม หรือล้างครั่ง
๓. กิจการที่เกี่ยวกับอาหาร เครื่องดื่ม น้ำดื่ม
ยกเว้นในสถานที่จำหน่ายอาหาร การเร่ขายการขายในตลาด
และการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน
(๑)
การผลิต สะสม หรือการแบ่งบรรจุน้ำพริกแกง น้ำพริกปรุงสำเร็จ เต้าเจี้ยว ซีอิ๊ว
น้ำจิ้ม หรือซอสปรุงรสชนิดต่าง ๆ
(๒) การผลิต สะสม
หรือแบ่งบรรจุอาหารหมัก ดอง จากสัตว์ ได้แก่ ปลาร้า ปลาเจ่า
กุ้งเจ่า ปลาส้ม ปลาจ่อม แหนม หม่ำ ไส้กรอก กะปิ น้ำปลา หอยดอง น้ำเคย น้ำบูดู ไตปลา
หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน
(๓)
การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุอาหารหมัก ดอง แซ่อิ่ม จากผัก ผลไม้หรือพืชอย่างอื่น
(๔)
การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุอาหารจากพืชหรือสัตว์โดยการตาก บด นึ่ง ต้ม ตุ๋น เคี่ยว
กวน ฉาบ ทอด อบ รมควัน ปิ้ง ย่าง เผา หรือวิธีอื่นใด
(๕)
การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุลูกชิ้น
(๖) การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุเส้นหมี่ ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว
เต้าฮวย เต้าหู้ วุ้นเส้น เกี้ยมอี๋
เนื้อสัตว์เทียม หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน
(๗)
การผลิตบะหมี่ มักกะโรนี สปาเกตตี พาสต้า หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน
(๘)
การผลิต ขนมปังสด ขนมปังแห้ง จันอับ ขนมเปี๊ย ขนมอบอื่น ๆ
(๙)
การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุ น้ำนม หรือผลิตภัณฑ์จากน้ำนมสัตว์
(๑๐)
การผลิต สะสม หรือการแบ่งบรรจุ เนย เนยเทียม เนยผสม ผลิตภัณฑ์เนย ผลิตภัณฑ์เนยเทียม
และผลิตภัณฑ์เนยผสม
(๑๑)
การผลิตไอศกรีม
(๑๒)
การคั่ว สะสม หรือการแบ่งบรรจุกาแฟ
(๑๓)
การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุใบชาแห้ง ชาผง หรือเครื่องดื่มชนิดผงอื่น ๆ
(๑๔)
การผลิต ส ะสม หรือแบ่งบรรจุเอทิลแอลกอฮอล์ สุรา เบียร์ ไวน์น้ำส้มสายชู ข้าวหมาก
น้ำตาลเมา
(๑๕)
การผลิตน้ำกลั่น น้ำบริโภค น้ำดื่มจากเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ
(๑๖)
การผลิต สะสม แบ่งบรรจุ หรือขนส่งน้ำแข็ง
(๑๗)
การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุน้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำโซดา น้ำจากพืช ผัก ผลไม้
เครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ บรรจุกระป๋อง ขวดหรือภาชนะอื่นใด
(๑๘)
การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุอาหารบรรจุกระป๋อง ขวด หรือภาชนะอื่นใด
(๑๙)
การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุผงชูรส หรือสารปรุงแต่งอาหาร
(๒๐)
การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุน้ำตาล น้ำเชื่อม
(๒๑)
การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุแบะแซ
(๒๒)
การแกะ ตัดแต่ง ล้างสัตว์น้ำที่ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของกิจการห้องเย็น
(๒๓)
การประกอบกิจการห้องเย็นแช่แข็งอาหาร
(๒๔)
การเก็บ การถนอมอาหารด้วยเครื่องจักร
๔. กิจการที่เกี่ยวกับยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์
เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
(๑)
การผลิต โม่ บด ผสม หรือบรรจุยา
(๒)
การผลิต บรรจุยาสีฟัน แชมพู ผ้าเย็น กระดาษเย็น เครื่องสำอาง รวมทั้งสบู่ที่ใช้กับร่างกาย
(๓)
การผลิต บรรจุสำลี ผลิตภัณฑ์จากสำลี
(๔)
การผลิตผ้าพันแผล ผ้าปิดแผล ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมสำเร็จรูป
(๕)
การผลิตผงซักฟอก สบู่ น้ำ ยาทำ ความสะอาด หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ
๕. กิจการที่เกี่ยวกับการเกษตร
(๑)
การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุน้ำมันจากพืช
(๒)
การล้าง อบ รม หรือสะสมยางดิบ
(๓) การผลิต หรือแบ่งบรรจุแป้งมันสำปะหลัง แป้งสาคู
แป้งจากพืช หรือแป้งอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน
(๔)
การสีข้าว นวดข้าวด้วยเครื่องจักร หรือแบ่งบรรจุข้าวด้วยวิธีใดก็ตาม
(๕)
การผลิตยาสูบ
๕.๖
การขัด กะเทาะ หรือบดเมล็ดพืช
(๗)
การผลิต สะสม หรือแบ่งบรรจุปุ๋ยหรือวัสดุที่นำไปผลิตปุ๋ย
(๘)
การผลิตเส้นใยจากพืช
(๙)
การตาก สะสม หรือขนถ่ายผลิตผลของมันสำปะหลัง ข้าวเปลือก อ้อย ข้าวโพด
๖.
กิจการที่เกี่ยวกับโลหะหรือแร่
(๑)
การผลิตภาชนะ เครื่องประดับ เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ ด้วยโลหะหรือแร่
(๒)
การถลุงแร่ การหลอม หรือหล่อโลหะทุกชนิด ยกเว้นกิจการที่ได้รับใบอนุญาตใน ๖ (๑)
(๓)
การกลึง เจาะ เชื่อม ตี ตัด ประสาน รีด หรืออัดโลหะด้วยเครื่องจักรหรือก๊าซ
หรือไฟฟ้า ยกเว้นกิจการที่ได้รับใบอนุญาตใน ๖ (๑)
(๔) การเคลือบ ชุบโลหะด้วยตะกั่ว สังกะสี ดีบุก โครเมียม
นิกเกิลหรือโลหะอื่นใด ยกเว้นกิจการที่ได้รับใบอนุญาตใน
๖ (๑)
(๕)
การขัด ล้างโลหะด้วยเครื่องจักร หรือสารเคมี ยกเว้นกิจการที่ได้รับอนุญาตในข้อ ๖.๑
(๖)
การทำเหมืองแร่ สะสม แยก คัดเลือก หรือล้างแร่
๗.
กิจการที่เกี่ยวกับยานยนต์ เครื่องจักรหรือเครื่องกล
(๑)
การต่อ ประกอบ เคาะ ปะผุ พ่นสี หรือพ่นสารกันสนิมยานยนต์
(๒)
การผลิตยานยนต์ เครื่องจักร หรือเครื่องกล
(๓) การซ่อม การปรับแตง่ เครื่องยนต์ เครื่องจักร เครื่องกล
ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ
หรืออุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบของยานยนต์ เครื่องจักร เครื่องกล
(๔)
การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ เครื่องจักรหรือเครื่องกล ซึ่งมีไว้บริการหรือจำหน่าย
และในการประกอบธุรกิจนั้นมีการซ่อมหรือปรับปรุงยานยนต์ เครื่องจักรหรือเครื่องกลดังกล่าวด้วย
(๕)
การล้าง ขัดสี เคลือบสี หรืออัดฉีดยานยนต์
(๖)
การผลิต การสะสม จำหน่าย ซ่อม หรืออัดแบตเตอรี่
(๗)
การจำหน่าย ซ่อม ปะ เชื่อมยางยานยนต์ หรือตั้งศูนย์ถ่วงล้อ
(๘)
การผลิต ซ่อม ประกอบ หรืออัดผ้าเบรก ผ้าคลัตซ์
(๙)
การสะสม การซ่อมเครื่องกล เครื่องจักรเก่าหรืออุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบของยานยนต์
เครื่องจักร หรือเครื่องกลเก่า
๘.
กิจการที่เกี่ยวกับไม้หรือกระดาษ
(๑)
การผลิตไม้ขีดไฟ
(๒)
การเลื่อย ซอย ขัด ไส เจาะ ขุดร่อง ทำคิ้ว หรือตัดไม้ด้วยเครื่องจักร
(๓)
การผลิต พ่น ทาสารเคลือบเงา หรือสี แต่งสี แต่งสำเร็จสิ่งของเครื่องใช้หรือผลิตภัณฑ์จากไม้
หวาย ชานอ้อย
(๔)
การอบไม้
(๕)
การผลิต สะสม แบ่งบรรจุธูป
(๖)
การผลิตสิ่งของ เครื่องใช้ เครื่องเขียน หรือผลิตภัณฑ์อื่นใดด้วยกระดาษ
(๗)
การผลิตกระดาษชนิดต่าง ๆ
(๘)
การเผาถ่านหรือการสะสมถ่าน
๙. กิจการเกี่ยวกับการบริการ
(๑) การประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ
เว้นแต่เป็นการให้บริการในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
(๒)
การประกอบกิจการอาบ อบ นวด
(๓)
การประกอบกิจการนวดเพื่อสุขภาพ เว้นแต่เป็นการให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตใน ๙ (๑)
หรือในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
(๔)
การประกอบกิจการสถานที่อาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร เว้นแต่เป็นการให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตใน
๙ (๑) หรือในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
(๕)
การประกอบกิจการโรงแรม สถานที่พักที่มิใช่โรงแรมที่จัดไว้เพื่อให้บริการพักชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือบุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทน
หรือกิจการอื่นในทำนองเดียวกัน
(๖)
การประกอบกิจการหอพัก อาคารชุดให้เช่า ห้องเช่า หรือห้องแบ่งเช่าหรือกิจการอื่นในทำนองเดียวกัน
(๗)
การประกอบกิจการโรงมหรสพ
(๘) การจัดให้มีมหรสพ การแสดงดนตรี เต้นรำ รำวง รองเง็ง
ดิสโกเทกคาราโอเกะ หรือตู้เพลง หรือการแสดงอื่น ๆ
ในทำนองเดียวกัน
(๙)
การประกอบกิจการสระว่ายน้ำ หรือกิจการอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน เว้นแต่เป็นการให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตใน
๙ (๑)
(๑๐)
การประกอบกิจการการเล่นสเกต หรือโรลเลอร์เบลด หรือการเล่นอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน
(๑๑)
การประกอบกิจการเสริมสวย หรือแต่งผม เว้นแต่กิจการที่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
(๑๒)
การประกอบกิจการสถานที่ออกกำลังกาย
(๑๓)
การประกอบกิจการให้บริการควบคุมน้ำหนัก
(๑๔)
การประกอบกิจการสวนสนุก โบว์ลิ่ง หรือตู้เกม
(๑๕)
การประกอบกิจการให้บริการคอมพิวเตอร์
(๑๖)
การประกอบกิจการสนามกอล์ฟ หรือสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ
(๑๗)
การประกอบกิจการห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ การสาธารณสุข วิทยาศาสตร์หรือสิ่งแวดล้อม
(๑๘) การประกอบกิจการสักผิวหนัง
หรือเจาะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย
(๑๙)
การประกอบกิจการให้บริการเลี้ยงและดูแลเด็กที่บ้านของผู้รับบริการ
(๒๐)
การประกอบกิจการให้บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านของผู้รับบริการ
(๒๑)
การประกอบกิจการให้บริการสปา อาบน้ำ ตัดขน รับเลี้ยงหรือฝากสัตว์ชั่วคราว
๑๐.
กิจการที่เกี่ยวกับสิ่งทอ
(๑)
การปั่นด้าย กรอด้าย ทอผ้าด้วยเครื่องจักร หรือทอผ้าด้วยกี่กระตุก
(๒)
การสะสมปอ ป่าน ฝ้าย นุ่น หรือใยสังเคราะห์
(๓)
การปั่นฝ้าย นุ่น ใยสังเคราะห์ด้วยเครื่องจักร
(๔)
การทอเสื่อ กระสอบ พรม หรือสิ่งทออื่น ๆ ด้วยเครื่องจักร
(๕)
การเย็บ ปักผ้า หรือสิ่งทออื่น ๆ ด้วยเครื่องจักร
(๖)
การพิมพ์ผ้า และสิ่งทออื่น ๆ
(๗)
การซัก อบ รีด หรืออัดกลีบผ้าด้วยเครื่องจักร
(๘)
การย้อม ฟอก กัดสีผ้าหรือสิ่งทออื่น ๆ
๑๑.
กิจการที่เกี่ยวกับหิน ดิน ทราย ซีเมนต์ หรือวัตถุที่คล้ายคลึง
(๑)
การผลิตภาชนะดินเผาหรือผลิตภัณฑ์ดินเผา
(๒) การระเบิด
โม่ บด หรือย่อยหินด้วยเครื่องจักร
(๓)
การผลิตสิ่งของ เครื่องใช้หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ด้วยซีเมนต์
หรือวัตถุที่คล้ายคลึงกัน
(๔)
การสะสม ผสมซีเมนต์ หิน ดิน ทราย วัสดุก่อสร้าง รวมทั้งการขุด ตัก ดูด โม่ บด
หรือย่อยด้วยเครื่องจักร ยกเว้นกิจการที่ได้รับใบอนุญาตใน ๑๑ (๒)
(๕)
การเจียระไนเพชร พลอย หิน หรือกระจก หรือวัตถุที่คล้ายคลึง
(๖)
การเลื่อย ตัด หรือประดิษฐ์หินเป็นสิ่งของ เครื่องใช้ หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
(๗)
การผลิตชอล์ก ปูนปลาสเตอร์ ปูนขาว ดินสอพอง หรือเผาหินปูน
(๘) การผลิต
ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบหรือส่วนผสม
(๙)
การผลิต ตัด บดกระจกหรือผลิตภัณฑ์แก้ว
(๑๐)
การผลิตกระดาษทราย หรือผ้าทราย
(๑๑)
การผลิตใยแก้ว หรือผลิตภัณฑ์จากใยแก้ว
(๑๒)
การล้าง การขัด ด้วยการพ่นทรายลงบนพื้นผิวกระจก แก้ว หิน หรือวัตถุอื่นใดยกเว้นกิจการที่ได้รับใบอนุญาตใน
๖ (๕)
๑๒.
กิจการที่เกี่ยวกับปิโตรเลียม ปิโตรเคมี ถ่านหิน ถ่านโค้ก และสารเคมีต่าง ๆ
(๑)
การผลิต สะสม บรรจุ หรือขนส่งกรด ด่าง สารออกซิไดซ์ หรือสารตัวทำลาย
(๒)
การผลิต สะสม บรรจุ หรือขนส่งก๊าซ
(๓)
การผลิต สะสม กลั่น หรือขนส่งปิโตรเลียม หรือผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
(๔) การผลิต
สะสม หรือขนถ่ายถ่านหิน หรือถ่านโค้ก
(๕)
การพ่นสี ยกเว้นกิจการที่ได้รับใบอนุญาตใน ๗ (๑)
(๖)
การผลิตสิ่งของเครื่องใช้หรือผลิตภัณฑ์ด้วยยางเทียม พลาสติก เชลลูลอยด์ เบเกอร์ไลท์
หรือวัตถุที่คล้ายคลึง
(๗)
การโม่ สะสม หรือบดชัน
(๘)
การผลิตสีหรือน้ำมันผสมสี
(๙)
การผลิต ล้างฟิล์มรูปถ่ายหรือฟิล์มภาพยนตร์
(๑๐)
การเคลือบ ชุบวัตถุด้วยพลาสติก เซลลูลอยด์ เบเกอร์ไลท์ หรือวัตถุที่คล้ายคลึง
(๑๑)
การผลิตพลาสติก เซลลูลอยด์ เบเกอร์ไลท์ หรือวัตถุที่คล้ายคลึง
(๑๒)
การผลิต หรือบรรจุสารเคมีดับเพลิง
(๑๓)
การผลิตนำ้ แข็งแห้ง
(๑๔) การผลิต สะสม ขนส่งดอกไม้เพลิง หรือสารเคมีอันเป็นส่วนประกอบในการผลิตดอกไม้เพลิง
(๑๕)
การผลิตเชลแล็ก หรือสารเคลือบเงา
(๑๖)
การผลิต สะสม บรรจุ ขนส่งสารกำจัดศัตรูพืชหรือพาหะนำโรค
(๑๗)
การผลิต สะสม หรือบรรจุกาว
๑๓.
กิจการอื่น ๆ
(๑)
การพิมพ์หนังสือหรือสิ่งพิมพ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันด้วยเครื่องจักร
(๒)
การผลิต ซ่อมเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า
(๓)
การผลิตเทียน หรือเทียนไข หรือวัตถุที่คล้ายคลึง
(๔)
การพิมพ์แบบ พิมพ์เขียว หรือถ่ายเอกสาร
(๕)
การสะสมวัตถุหรือสิ่งของชำรุด ใช้แล้วหรือเหลือใช้
(๖)
การประกอบกิจการโกดังสินค้า
(๗)
การล้างขวด ภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วเพื่อนำไปใช้ใหม่หรือแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่
(๘)
การพิมพ์ เขียน พ่นสี หรือวิธีอื่นใดลงบนวัตถุที่มิใช่สิ่งทอ
(๙) การประกอบกิจการท่าเทียบเรือประมง
สะพานปลา หรือแพปลา
(๑๐)
การบรรจุหีบห่อสินค้าโดยใช้เครื่องจักร
(๑๑)
การให้บริการควบคุมป้องกันและกำจัดแมลง หรือสัตว์พาหะนำโรค
(๑๒)
การผลิตสิ่งของ เครื่องใช้ หรือผลิตภัณฑ์จากยาง
(๑๓)
การผลิต สะสม หรือขนส่งไบโอดีเซลและเอทานอล
ข้อ ๖ ผู้ใดดำเนินกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพที่ต้องควบคุมภายในท้องถิ่นต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามข้อบัญญัตินี้ รวมทั้งกฎกระทรวงและประกาศกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕
สถานประกอบกิจการที่ตั้งอยู่ในท้องที่ที่กฎหมายว่าด้วยการผังเมืองหรือกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารมีผลใช้บังคับ
สถานประกอบกิจการที่เป็นโรงงานตามกฎหมายโรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีการประกอบกิจการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นและกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย
แล้วแต่กรณี
หมวด
๒
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขทั่วไปสำหรับให้ผู้ดำเนินการปฏิบัติ
เกี่ยวกับการดูแลสภาพหรือสุขลักษณะของสถานที่ที่ใช้ดำเนินกิจการ
และมาตรการป้องกันอันตรายต่อสุขภาพ
ส่วนที่
๑
สถานที่ตั้ง
ลักษณะอาคาร และการสุขาภิบาล
ข้อ ๗ สถานประกอบกิจการต้องตั้งอยู่ห่างจากศาสนสถาน
โรงพยาบาล สถานศึกษา สถานเลี้ยงเด็ก สถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยพักฟื้นหรือผู้พิการ
หรือสถานที่อื่นใดที่ต้องมีการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนเป็นพิเศษ
ซึ่งจะต้องไม่อยู่ในระยะที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนหรือจะต้องมีระบบป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่มีประสิทธิภาพ
โดยคำนึงถึงลักษณะและประเภทของสถานประกอบกิจการ ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีกำหนด
ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับสถานประกอบกิจการที่เป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
ข้อ ๘ สถานประกอบกิจการที่มีอาคารต้องเป็นอาคารที่มีความมั่นคง
แข็งแรง เหมาะสมที่จะประกอบกิจการที่ขออนุญาตได้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทางหนีไฟ
บันไดหนีไฟ หรือทางออกฉุกเฉิน ให้มีลักษณะตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง มีแสงสว่างเพียงพอ และมีป้ายหรือเครื่องหมายแสดงชัดเจน
โดยทางออกฉุกเฉินต้องมีไฟส่องสว่างเมื่อระบบไฟฟ้าปกติขัดข้อง
ข้อ ๙ สถานประกอบกิจการที่มีอาคารต้องจัดให้มีระบบการจัดแสงสว่าง
และการระบายอากาศให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๑๐
สถานประกอบกิจการที่มีอาคารต้องมีห้องน้ำและห้องส้วมตามแบบและจำนวนที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
และมีการดูแลรักษาความสะอาดให้อยู่ในสภาพที่ถูกสุขลักษณะเป็นประจำทุกวัน
ข้อ ๑๑
สถานประกอบกิจการต้องมีการเก็บ
รวบรวม หรือกำจัดมูลฝอยที่ถูกสุขลักษณะดังนี้
(๑) มีภาชนะบรรจุหรือภาชนะรองรับที่เหมาะสมและเพียงพอกับประเภทและปริมาณของมูลฝอย
รวมทั้งมีการทำความสะอาดภาชนะบรรจุหรือภาชนะรองรับ
และบริเวณที่เก็บภาชนะนั้นอยู่เสมอ
(๒) ในกรณีที่มีการกำจัดมูลฝอยเอง
ต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นและต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อบัญญัติท้องถิ่น
และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(๓)
กรณีที่มีมูลฝอยที่ปนเปื้อนสารพิษ หรือวัตถุอันตราย
หรือสิ่งอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจะต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๑๒ สถานประกอบกิจการต้องดูแลมิให้มีน้ำท่วมขังบริเวณสถานประกอบกิจการและจัดให้มีการระบายน้ำหรือการดำเนินการอย่างใด
ๆ ด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่อไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพแก่ประชาชนในบริเวณใกล้เคียง
ในกรณีที่มีน้ำทิ้งหรือน้ำเสียเกิดขึ้นจากสถานประกอบกิจการตามวรรคหนึ่ง
ซึ่งการดำเนินการของสถานประกอบกิจการดังกล่าวอยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยโรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
สถานประกอบกิจการนั้นต้องดำเนินการตามที่กฎหมายดังกล่าวกำหนด
ข้อ ๑๓
สถานประกอบกิจการต้องมีการป้องกัน
และกำจัดแมลงและสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคให้ถูกต้องตามหลักวิชาการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ข้อ ๑๔
สถานประกอบการที่มีโรงอาหารหรือห้องครัวที่จัดไว้สำหรับการประกอบอาหารการปรุงอาหารหรือสะสมอาหารสำหรับผู้ปฏิบัติงาน
ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลอาหารที่กำหนดตามข้อบัญญัติท้องถิ่น
รวมทั้งกฎกระทรวงและประกาศกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๑๕
สถานประกอบกิจการต้องจัดวางสิ่งของให้เป็นระเบียบ
เรียบร้อย ปลอดภัยเป็นสัดส่วน
และดูแลรักษาความสะอาดให้ถูกต้องตามสุขลักษณะและอนามัยเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดเหตุรำคาญหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ข้อ ๑๗
สถานประกอบกิจการต้องจัดให้มีน้ำใช้ที่มีปริมาณและคุณภาพเหมาะสมต่อการประกอบกิจการนั้น
ๆ ทั้งนี้
ไม่รวมถึงน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิต
ส่วนที่
๒
ความปลอดภัย
อาชีวอนามัยและการป้องกันเหตุรำคาญ
ข้อ ๑๘
สถานประกอบกิจการต้องมีมาตรการความปลอดภัยในการทำงานและปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๑๙
สถานประกอบกิจการที่มีการดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายต้องมีสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเก็บรักษาวัตถุอันตราย
หรือสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรืออัคคีภัยได้ง่ายไว้เฉพาะตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๒๐ สถานประกอบกิจการที่ผู้ปฏิบัติงานอาจเปรอะเปื้อนจากสารเคมี
วัตถุอันตรายหรือสิ่งอื่นใดอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ต้องจัดให้มีที่ชำระร่างกายฉุกเฉิน และที่ล้างตาฉุกเฉินตามความจำเป็นและเหมาะสมกับคุณสมบัติของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
กฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๒๑
สถานประกอบกิจการต้องใช้อุปกรณ์
เครื่องมือ หรือเครื่องจักรที่มีสภาพที่ปลอดภัยสำหรับการใช้งานในสถานประกอบกิจการ
และต้องมีการติดตั้งในลักษณะที่แข็งแรง และปลอดภัยโดยมีระบบป้องกันอันตราย
และป้ายคำเตือนหรือคำแนะนำในการป้องกันอันตรายจากอุปกรณ์เครื่องมือ
หรือเครื่องจักรนั้น ทั้งนี้
การจัดวางหรือการจัดเก็บอุปกรณ์ เครื่องมือ หรือเครื่องจักรต้องเป็นระเบียบไม่กีดขวางทางเดินและการปฏิบัติงานและต้องมีการดูแล
ตรวจสอบและบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีตลอดเวลา
ข้อ ๒๒
สถานประกอบกิจการต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๒๓
สถานประกอบกิจการใดที่ประกอบกิจการอาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียง
มลพิษทางอากาศมลพิษทางน้ำ มลพิษทางแสง มลพิษทางความร้อน มลพิษทางความสั่นสะเทือน
ของเสียอันตรายหรือมีการใช้สารเคมีหรือวัตถุอันตรายจะต้องดำเนินการควบคุมป้องกันมิให้เกิดผลกระทบจนเป็นเหตุรำคาญหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียงหรือผู้ที่ต้องประสบกับเหตุนั้น
หมวด
๓
ใบอนุญาต
ข้อ ๒๔
เมื่อข้อบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ
ห้ามมิให้ผู้ใดดำเนินกิจการที่ต้องมีการควบคุมในท้องถิ่นในลักษณะที่เป็นการค้า
เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ในการออกใบอนุญาต
เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจกำหนดเงื่อนไขโดยเฉพาะให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติเพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพของสาธารณชนเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้โดยทั่วไปในข้อบัญญัตินี้ก็ได้
ใบอนุญาตให้ใช้ได้สำหรับกิจการประเภทเดียวและสำหรับสถานที่แห่งเดียว
ข้อ ๒๕
ผู้ใดประสงค์จะดำเนินกิจการที่ต้องมีการควบคุมภายในท้องถิ่นในลักษณะที่เป็นการค้าจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้พร้อมเอกสารและหลักฐาน
ดังต่อไปนี้
(๑)
สำเนาบัตรประจำตัว (ประชาชน/ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ/อื่น ๆ ........)
(๒)
สำเนาทะเบียนบ้าน
(๓)
สำเนาใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(๔)
อื่น ๆ ตามที่ราชการส่วนท้องถิ่นประกาศกำหนดและเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ
ข้อ ๒๖
เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตหรือคำขอต่ออายุใบอนุญาตให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจสอบความถูกต้องของคำขอและความครบถ้วนของเอกสารหลักฐานทันที
กรณีไม่ถูกต้อง ครบถ้วนให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งต่อผู้ยื่นคำขอให้แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการ
หากไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนั้นให้จัดทำบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหรือหลักฐานยื่นเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยให้เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำขอลงนามไว้ในบันทึกนั้นด้วย
เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำขอซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องหรือครบถ้วนตามที่กำหนดในข้อบัญญัตินี้
ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่อาจออกใบอนุญาตหรือยังไม่อาจมีคำสั่งไม่อนุญาตได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง
ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสิบห้าวันแต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นแต่ละครั้งให้ผู้ขออนุญาตทราบก่อนสิ้นกำหนดเวลาตามวรรคสองหรือตามที่ได้ขยายเวลาไว้แล้วนั้น
แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ หากเจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณายังไม่แล้วเสร็จให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุกเจ็ดวันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ
ข้อ ๒๗
ผู้ได้รับอนุญาตต้องมารับใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
เว้นแต่มีเหตุอันควรและได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบแล้ว
ข้อ ๒๘
บรรดาใบอนุญาตที่ออกตามข้อบัญญัตินี้ให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตและให้ใช้ได้เพียงในเขตอำนาจขององค์การบริหารส่วนตำบลปกาสัยเท่านั้น
การขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ
เมื่อได้ยื่นคำขอพร้อมกับเสียค่าธรรมเนียมแล้วให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาต
ข้อ ๒๙
ผู้ได้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้ต้องแสดงใบอนุญาตไว้โดยเปิดเผยและเห็นได้ง่าย
ณ สถานที่ประกอบกิจการตลอดเวลาที่ประกอบกิจการ
ข้อ ๓๐
ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย
หรือชำรุดในสาระที่สำคัญให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญเสีย
ถูกทำลาย หรือชำรุดตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้
การขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีใบอนุญาตสูญหายให้ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตนำสำเนาบันทึกการแจ้งความต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แห่งท้องที่ที่ใบอนุญาตสูญหายมาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นประกอบด้วย
(๒)
ในกรณีใบอนุญาตถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญให้ผู้ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตนำใบอนุญาตเดิมเท่าที่เหลืออยู่มาแสดงต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นประกอบด้วย
ข้อ ๓๑
ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕ กฎกระทรวง หรือข้อบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำ
หนดไว้เกี่ยวกับประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ภายในเวลาที่เห็นสมควรแต่ต้องไม่เกินสิบห้าวัน
ข้อ ๓๒
เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาต
(๑)
ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตั้งแต่สองครั้งขึ้นไปและมีเหตุที่จะต้องถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีก
(๒)
ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
(๓)
ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
กฎกระทรวงหรือข้อบัญญัตินี้ หรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตในเรื่องที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาตตามข้อบัญญัตินี้
และการไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องนั้นก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนหรือมีผลกระทบต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน
ข้อ ๓๓
คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบในกรณีที่ไม่พบผู้รับใบอนุญาต
หรือผู้รับใบอนุญาตไม่ยอมรับคำสั่งดังกล่าวให้ส่งคำสั่งโดยทางไปรษณีย์ตอบรับ
หรือให้ปิดคำสั่งนั้นไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของผู้รับใบอนุญาตและให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตนั้นได้รับทราบคำสั่งแล้วตั้งแต่เวลาที่คำสั่งไปถึง
หรือปิดคำสั่ง แล้วแต่กรณี
ข้อ ๓๔
ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตสำหรับการประกอบกิจการที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
หมวด
๔
ค่าธรรมเนียมและค่าปรับ
ข้อ ๓๕
ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องเสียค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตตามบัญชีค่าธรรมเนียมที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้ในวันที่มารับใบอนุญาตสำหรับกรณีที่เป็นการขอรับใบอนุญาตครั้งแรกหรือก่อนใบอนุญาตสิ้นสุด
สำหรับกรณีที่เป็นการขอต่ออายุใบอนุญาต ตลอดเวลาที่ยังดำเนินการกิจการนั้น ถ้ายังมิได้เสียค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนดให้ชำระค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละยี่สิบของจำนวนค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ
เว้นแต่ผู้ได้รับใบอนุญาตจะได้บอกเลิกการดำเนินกิจการนั้นก่อนถึงกำหนดการเสียค่าธรรมเนียมครั้งต่อไป
ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่งค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่าสองครั้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำ
เนินการกิจการไว้จนจะได้เสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน
ข้อ ๓๖ บรรดาค่าธรรมเนียมและค่าปรับตามข้อบัญญัตินี้ให้เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลปกาสัย
หมวด
๕
บทกำหนดโทษ
ข้อ ๓๖ ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในบทกำหนดโทษแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
สมโภชน์
บุตรเผียน
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปกาสัย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. บัญชีค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตท้ายข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลปกาสัย
เรื่อง ควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๖๑
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ปวันวิทย์/จัดทำ
๒๐
มีนาคม ๒๕๖๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๙๒ ง/หน้า ๑๘๒/๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).