กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดแบบและวิธีการแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจ
หรือย้ายสำนักงานหรือสถานที่ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
พ.ศ. ๒๕๔๔[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ และมาตรา ๔๖
แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒
อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งตามมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติของกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับหนังสือรับรองที่เลิกประกอบธุรกิจ
ให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามแบบ ต. ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้
พร้อมด้วยใบอนุญาตหรือหนังสือรับรอง แล้วแต่กรณี
ข้อ ๒
ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับหนังสือรับรองที่ย้ายสำนักงานหรือสถานที่ประกอบธุรกิจ
ให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามแบบ ต. ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้
พร้อมด้วยแผนที่แสดงที่ตั้งโดยสังเขปของสำนักงานหรือสถานที่ประกอบธุรกิจแห่งใหม่
ข้อ ๓ การแจ้งตามข้อ ๑ และข้อ ๒
ให้แจ้งต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันเลิกหรือวันย้าย
พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ณ สถานที่ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่สำนักงานหรือสถานที่ประกอบธุรกิจตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร
ให้แจ้ง ณ กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์
(๒) ในกรณีที่สำนักงานหรือสถานที่ประกอบธุรกิจตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่น
ให้แจ้ง ณ สำนักงานทะเบียนการค้าจังหวัดนั้น
ในกรณีที่ให้ผู้อื่นแจ้งแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจแนบพร้อมกับแบบ ต. ๑ ด้วย
ให้ไว้ ณ วันที่ ๘
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๔
อดิศัย โพธารามิก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แบบการแจ้งเลิกการประกอบธุรกิจ/ย้ายสำนักงานหรือสถานที่ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตาม
มาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒ (แบบ ต. ๑)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๒
แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒
กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้รับหนังสือรับรองที่เลิกการประกอบธุรกิจ
หรือย้ายสำนักงานหรือสถานที่ประกอบธุรกิจแจ้งต่อนายทะเบียนตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ภคินี/แก้ไข
๗/๕/๒๕๔๕
พิมลกร/ปรับปรุง
๑๓ กันยายน ๒๕๕๖
วิชพงษ์/ตรวจ
๓๐ กันยายน ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๑๐๘ ก/หน้า ๔/๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).