ระเบียบ
ระเบียบ
ว่าด้วยการให้เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ
ตำแหน่งผู้ทำการในอากาศ
พ.ศ. ๒๕๓๔[๑]
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อกำหนดว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ทำการในอากาศ
พ.ศ. ๒๕๓๑ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๒) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๙ ลงวันที่ ๘ พฤศจิกายน
พุทธศักราช ๒๕๒๐ และมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘
ก.พ. จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบว่าด้วยการให้เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ
ตำแหน่งผู้ทำการในอากาศ พ.ศ. ๒๕๓๔
ข้อ ๒
ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นต้นไป
ข้อ ๓
ให้ยกเลิกข้อกำหนดว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ทำการในอากาศ
พ.ศ. ๒๕๓๑
ข้อ ๔
ในระเบียบนี้
ปี หมายถึง ปีงบประมาณ
ส่วนราชการ หมายถึง
ส่วนราชการที่เหตุพิเศษที่จะต้องแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ปฏิบัติหน้าที่ในอากาศ
คณะกรรมการ หมายถึง
คณะกรรมการซึ่งแต่ละส่วนราชการแต่งตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการตามระเบียบนี้
ผู้ทำการในอากาศ หมายถึง
ข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งส่วนราชการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในอากาศเป็น
(๑) นักบิน หรือนักบินผู้ตรวจการบิน บนอากาศยานเป็นประจำ
หรือนักบินทดสอบบนเครื่องบินทดสอบเป็นประจำ
(๒) ผู้ควบคุมและใช้อุปกรณ์แอวิออนิคส์ (Avionics) บนเครื่องบินทดสอบเป็นประจำ
(๓) ผู้แก้ไขและปรับแต่งอุปกรณ์แอวิออนิคส์ (Avionics)
บนอากาศยานหรือบนเครื่องบินทดสอบเป็นประจำ หรือช่างอากาศ ช่างเครื่องบิน
พนักงานวิทยุ บนอากาศยานเป็นประจำ
ต.น.ก. ๑ หมายถึง
เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งผู้ทำการในอากาศซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบิน นักบินผู้ตรวจการบินหรือนักบินทดสอบ
ต.น.ก. ๒ หมายถึง
เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งผู้ทำการในอากาศซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ควบคุมและใช้อุปกรณ์แอวิออนิคส์
(Avionics)
ต.น.ก. ๓ หมายถึง
เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งผู้ทำการในอากาศซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แก้ไขและปรับแต่งอุปกรณ์แอวิออนิคส์
(Avionics) ช่างอากาศ ช่างเครื่องบิน หรือพนักงานวิทยุ
ข้อ ๕
ผู้ทำการในอากาศต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ซึ่งจะได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบิน
ต้องเป็นผู้สำเร็จวิชาการบินตามหลักสูตรโรงเรียนการบินของกองทัพอากาศ หรือกองทัพบก
หรือศูนย์ฝึกการบินพลเรือนในประเทศไทยขององค์การบินพลเรือนระหว่างประเทศ
หรือของกระทรวงคมนาคม และต้องผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบินทำการบินประจำเครื่องบินที่ใช้เครื่องยนต์ไอพ่นหรือใบพัดหรือเฮลิคอปเตอร์ได้
(๒) ผู้ซึ่งจะได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบินผู้ตรวจการบิน
หรือนักบินทดสอบ ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ไม่ต่ำกว่านักบินพาณิชย์ตรี
และต้องผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการว่าเป็นผู้มีความสามารถในการบินด้วยเครื่องวัดประกอบการบิน
มีความรู้เกี่ยวกับงานในหน้าที่ที่เกี่ยวกับการบินที่จะเป็นนักบินผู้ตรวจการบิน
หรือนักบินทดสอบได้
(๓)
ผู้ซึ่งจะได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ควบคุมและใช้อุปกรณ์แอวิออนิคส์ (Avionics)
ต้องเป็นผู้ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการบินทดสอบ การวิเคราะห์และประเมินผลการบินทดสอบจากกรมการบินพาณิชย์
หรือสถาบันอื่นในต่างประเทศ และต้องผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ควบคุมและใช้อุปกรณ์แอวิออนิคส์
(Avionics) ได้
(๔)
ผู้ซึ่งจะได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แก้ไขและปรับแต่งอุปกรณ์แอวิออนิคส์
(Avionics) ต้องเป็นผู้ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการแก้ไขและปรับแต่งอุปกรณ์แอวิออนิคส์
(Avionics) จากกรมการบินพาณิชย์
หรือสถาบันอื่นในต่างประเทศและต้องผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แก้ไขและปรับแต่งอุปกรณ์แอวิออนิคส์
(Avionics) ได้
(๕) ผู้ซึ่งจะได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นช่างอากาศ
หรือช่างเครื่องบินต้องเป็นผู้สำเร็จหลักสูตรวิชาช่างเครื่องบิน
หรือหลักสูตรช่างอากาศยานจากกองทัพอากาศ หรือศูนย์ฝึกการบินพลเรือนในประเทศไทย
หรือสถาบันอื่นในต่างประเทศและต้องผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นช่างอากาศ
หรือช่างเครื่องบินประจำเครื่องบินที่ใช้เครื่องยนต์ไอพ่นหรือใบพัดหรือเฮลิคอปเตอร์ได้
(๖)
ผู้ซึ่งจะได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานวิทยุ
ต้องเป็นผู้สำเร็จหลักสูตรวิชาสื่อสารพนักงานวิทยุประจำอากาศยาน และต้องผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานวิทยุประจำเครื่องบินที่ใช้เครื่องยนต์ไอพ่นหรือใบพัดหรือเฮลิคอปเตอร์ได้
ข้อ ๖
ให้ผู้ทำการในอากาศซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบิน นักบินผู้ตรวจการบิน
หรือนักบินทดสอบ ได้รับ ต.น.ก. ๑ ดังนี้
ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๑ และระดับ ๒ ให้ได้รับในอัตราเดือนละ
๒,๖๖๐ บาท
ผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป
ให้ได้รับในอัตราเดือนละ ๓,๕๔๐ บาท
ผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๕ ขึ้นไป
และมีหรือเคยมีชั่วโมงทำการบินมาแล้วไม่น้อยกว่า ๗๐๐ ชั่วโมง
ให้ได้รับในอัตราเดือนละ ๔,๔๓๐ บาท
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑)
สำหรับปีแรกที่ได้รับแต่งตั้งเข้าปฏิบัติหน้าที่ให้ได้รับ ต.น.ก. ๑
ทุกเดือนตั้งแต่วันรายงานตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นต้นไปจนถึงวันสุดท้ายของปีแรก
(๒) ส่วนในปีต่อ ๆ ไป ให้ได้รับ ต.น.ก.๑
ตามระยะเวลาที่ได้ทำการบินในปีก่อนหน้านั้นเป็นเกณฑ์คำนวณดังนี้
ก. ถ้ามีเวลาบินในปีก่อนหน้านั้นตั้งแต่ ๔๘ ชั้วโมงขึ้นไป
ให้ได้รับ ต.น.ก. ๑ ทุกเดือนตลอดปี
ข. ถ้ามีเวลาบินในปีก่อนหน้านั้นตั้งแต่ ๒๔ ชั่วโมงขึ้นไป
แต่ไม่ถึง ๔๘ ชั่วโมง ให้ได้รับ ต.น.ก. ๑ ใน ๙ เดือนแรกของปี
ค. ถ้ามีเวลาบินในปีก่อนหน้านั้นไม่ถึง ๒๔ ชั่วโมง
ให้ได้รับ ต.น.ก. ๑ ใน ๗ เดือนแรกของปี
ง. ถ้าไม่มีเวลาบินในปีก่อนหน้านั้นเลย ไม่ให้ได้รับ ต.น.ก.
๑ ในปีถัดไป
ข้อ ๗
ให้ผู้ทำการในอากาศซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ควบคุมและใช้อุปกรณ์แอวิออนิคส์
(Avionics) ได้รับ ต.น.ก. ๒ ดังนี้
ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๑ และระดับ ๒ ให้ได้รับในอัตราเดือนละ
๒,๑๗๕ บาท
ผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป
ให้ได้รับในอัตราเดือนละ ๒,๙๐๐ บาท
ทั้งนี้ ให้นำหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ มาใช้โดยอนุโลม
ข้อ ๘
ให้ผู้ทำการในอากาศซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แก้ไขและปรับแต่งอุปกรณ์แอวิออนิคส์
(Avionics) ช่างอากาศ ช่างเครื่องบิน หรือพนักงานวิทยุ ได้รับ ต.น.ก. ๓ ดังนี้
ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๑ และระดับ ๒ ให้ได้รับในอัตราเดือนละ
๑,๓๓๐ บาท
ผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป
ให้ได้รับในอัตราเดือนละ ๑,๗๗๐ บาท
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) สำหรับปีแรกที่ได้รับแต่งตั้งเข้าปฏิบัติหน้าที่
ให้ได้รับ ต.น.ก. ๓ ทุกเดือนตั้งแต่วันรายงานตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นต้นไปจนถึงวันสุดท้ายของปีแรก
(๒) ส่วนในปีต่อ ๆ ไป ให้ได้รับ ต.น.ก. ๓
ตามระยะเวลาที่ได้ทำการบินในปีก่อนหน้านั้นเป็นเกณฑ์คำนวณ ดังนี้
ก. ถ้ามีเวลาบินในปีก่อนหน้านั้นตั้งแต่ ๒๔ ชั่วโมงขึ้นไป
ให้ได้รับ ต.น.ก. ๓ ทุกเดือนตลอดปี
ข. ถ้ามีเวลาบินในปีก่อนหน้านั้นตั้งแต่ ๑๒ ชั่วโมงขึ้นไป
แต่ไม่ถึง ๒๔ ชั่วโมง ให้ได้รับ ต.น.ก. ๓ ใน ๙ เดือนแรกของปี
ค. ถ้ามีเวลาบินในปีก่อนหน้านั้นไม่ถึง ๑๒ ชั่วโมง
ให้ได้รับ ต.น.ก. ๓ ใน ๗ เดือนแรกของปี
ง. ถ้าไม่มีเวลาบินในปีก่อนหน้านั้นเลย ไม่ให้ได้รับ ต.น.ก.
๓ ในปีถัดไป
ข้อ ๙
ในกรณีที่ทางราชการมีคำสั่งให้ผู้ทำการในอากาศผู้ใดไปปฏิบัติหน้าที่อื่นอันเป็นเหตุให้ผู้นั้นไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับ
ต.น.ก. ๑ ต.น.ก. ๒ หรือ ต.น.ก. ๓ ตามข้อกำหนดนี้เมื่อใด ให้งดจ่าย ต.น.ก. ๑ ต.น.ก.
๒ หรือ ต.น.ก. ๓ แล้วแต่กรณี สำหรับผู้นั้นตั้งแต่วันที่ไปปฏิบัติหน้าที่อื่นเป็นต้นไป
ข้อ ๑๐ นักบิน
นักบินผู้ตรวจการบิน นักบินทดสอบ ผู้ควบคุมและใช้อุปกรณ์แอวิออนิคส์ (Avionics)
ผู้แก้ไขและปรับแต่งอุปกรณ์แอวิออนิคส์ (Avionics) ช่างอากาศ ช่างเครื่องบิน หรือพนักงานวิทยุ
ต้องรับการตรวจสมรรถภาพของร่างการ และทดสอบความรู้ความสามารถเพื่อความเหมาะสมของตำแหน่งหน้าที่นั้น
ๆ จากคณะกรรมการอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๔
มีชัย ฤชุพันธุ์
รองนายกรัฐมนตรี
ผู้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี
ประธาน ก.พ.
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่
๑๑๘/หน้า ๕๒๕/๔ กรกฎาคม ๒๕๓๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).