法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก พุทธศักราช 2479 (ฉบับ Update ณ วันที่ 14/10/2501)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
28
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

จัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก

พุทธศักราช ๒๔๗๙

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘)

เจ้าพระยายมราช

พล.อ. เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน

ตราไว้ ณ วันที่ ๒๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๐

เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรมีกฎหมายจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวกให้เหมาะสมแก่กาลสมัย

จึ่งมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดั่งต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก พุทธศักราช ๒๔๗๙”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกกฎหมาย กฎ และข้อบังคับในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือที่แย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“เด็ก” หมายความว่าเด็กซึ่งจะจัดการฝึกและอบรมตามพระราชบัญญัตินี้

“รัฐมนตรี” หมายความว่ารัฐมนตรีผู้มีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

“อธิบดี”[๒] หมายความว่า อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์

มาตรา ๕

มาตรา ๕ เด็กซึ่งจะจัดการฝึกและอบรมตามพระราชบัญญัตินี้ได้แก่

(ก) เด็กซึ่งศาลมีคำสั่งให้ส่งไปไว้ในโรงเรียนดัดสันดานตามบทแห่งกฎหมายลักษณะอาญา หรือตามบทแห่งกฎหมายอื่น

(ข) เด็กซึ่งศาลมีคำสั่งให้ส่งไปไว้ในโรงเรียนฝึกอาชีพตามมาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติประถมศึกษา พุทธศักราช ๒๔๗๘

(ค) เด็กซึ่งศาลมีคำสั่งให้ส่งไปไว้ในสถานฝึกและอบรมอันจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจจัดตั้งสถานฝึกและอบรมเด็ก เพื่อดำเนินการฝึกสอนอบรมในทางศีลธรรม จรรยา และวิชาอันเป็นความรู้ทั่วไป วิชาชีพ การทำงาน อุตสาหกรรม การทำงานเกษตรกรรม การพาณิชยกรรม ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ๗

มาตรา ๗ การฝึกและอบรมนั้น จักต้องคำนึงถึงอุปนิสัยใจคอของเด็ก และพยายามจัดไปในทางที่เหมาะสมอันจะพึงอำนวยประโยชน์อย่างดีที่สุดในชีวิตเบื้องหน้าของเด็กและชุมชน

มาตรา ๘

มาตรา ๘ รัฐมนตรีมีอำนาจแบ่งประเภทและชั้นของเด็ก กับจัดให้เด็กในต่างประเภท ต่างชั้นได้รับการปฏิบัติและประโยชน์ต่าง ๆ กัน

มาตรา ๙

มาตรา ๙ เด็กที่มีความอุตสาหะ ความประพฤติ และความก้าวหน้าในวิชา หรือการทำงาน อาจได้รับประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างต่อไปนี้

๑. เลื่อนประเภทหรือชั้น

๒. ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน

๓. ได้รับส่วนแบ่งปันผลกำไร

๔. ได้รับความไว้วางใจให้ออกไปนอกเขตสถานฝึกและอบรมโดยลำพัง

๕. ได้รับความไว้วางใจให้ไปอยู่นอกเขตสถานฝึกและอบรม

๖. ได้รับการผ่อนผันให้พ้นไปจากการควบคุมของสถานฝึกและอบรมภายในบังคับเงื่อนไขซึ่งรัฐมนตรีกำหนดไว้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ เด็กจักต้องอยู่ในวินัยโดยปฏิบัติตนให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับและระเบียบอันตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการฝึกและอบรม

เด็กที่มิได้ปฏิบัติตนตามวรรคต้นได้ชื่อว่าละเมิดวินัย

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ เด็กที่ละเมิดวินัยอาจได้รับทัณฑ์สถานใดสถานหนึ่งหรือหลายสถานดั่งต่อไปนี้

๑. ภาคทัณฑ์

๒. ตำหนิ

๓. ทำงานเกินหรือนอกเวลา

๔. งดการเลื่อนหรือลดประเภทลดชั้น

๕. ถอนจากตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน

๖. งดหรือลดส่วนแบ่งปันผลกำไร

๗. ถอนความไว้วางใจ

๘. เฆี่ยนด้วยไม้เรียวไม่เกิน ๑๐ ที

ในกรณีความผิดและเงื่อนไขอย่างใดซึ่งจะลงทัณฑ์สถานที่ ๗ และ ๘ ก็ดี ขนาดและชนิดของไม้เรียวก็ดี ให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ภายใต้บทแห่งพระราชบัญญัตินี้ อธิบดีมีอำนาจออกข้อบังคับวางระเบียบและวิธีการเพื่อจัดการฝึกและอบรมเด็ก

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ เมื่อเห็นว่าการจัดให้เด็กอยู่ในสำนักของเอกชนหรืออยู่ในความดูแลของเอกชนจักอำนวยประโยชน์อันดียิ่งให้แก่ชีวิตในเบื้องหน้าของเด็ก อธิบดีมีอำนาจที่จะดำเนินการได้

ในการมอบหมายให้เด็กไปอยู่ในสำนักของเอกชนหรือในความดูแลของเอกชนนั้น อธิบดีจะกำหนดเงื่อนไขและจะให้ผู้รับตัวทำสัญญาโดยมีหลักทรัพย์เป็นประกันด้วยหรือไม่ก็แล้วแต่จะเห็นสมควร

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ จะต้องเปิดโอกาสให้เด็กได้ร้องเรียนหรือชี้แจงถึงกรณีข้อทุกข์ร้อนโดยสมควร

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ จะต้องเปิดโอกาสให้เด็กได้รับการเยี่ยมและติดต่อจากบุคคลภายนอกตามสมควร

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ในปีหนึ่ง ๆ จะต้องจัดให้เด็กได้รับการตรวจอนามัยโดยทั่วไปจากแพทย์

เด็กที่ป่วยเจ็บจะต้องจัดให้ได้รับการรักษาพยาบาลตามสมควร และถ้าจำเป็นอธิบดีมีอำนาจสั่งให้ส่งตัวไปรักษาพยาบาลนอกสถานฝึกและอบรมได้

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ โดยปกติในวันหนึ่ง ๆ จะจัดให้เด็กทำงานและศึกษาเกินกว่าสิบชั่วโมงไม่ได้

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ เมื่อถึงคราวให้ออกไปเป็นอิสระ ให้เด็กได้รับ

๑. ใบบริสุทธิ์

๒. หนังสือแสดงผลของการฝึกและอบรม

๓. เครื่องแต่งกายหนึ่งสำรับ ถ้าของตนเองไม่มี

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ เมื่อถึงคราวให้ออกไปเป็นอิสระ หากปรากฏว่าเด็กป่วยหนัก หรือไม่มีที่จะไปอยู่ หรือไม่มีทางดำรงชีพ อธิบดีจะอนุญาตให้คงอยู่ในสถานฝึกและอบรมก็ได้ แต่เด็กนั้นจักต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งการที่จะอยู่ต่อไป

นอกจากในกรณีป่วยหนัก อธิบดีจะอนุญาตให้เด็กอยู่ต่อไปในสถานฝึกและอบรมจนเกินอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ไม่ได้

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ภายใต้บทแห่งพระราชบัญญัตินี้ รัฐมนตรีจะจัดให้มีการสงเคราะห์เด็กซึ่งได้ออกไปเป็นอิสระแล้วก็ได้

เด็กที่ได้รับการสงเคราะห์ตามวรรคต้นจะต้องอยู่ภายใต้กฎ ข้อบังคับระเบียบและเงื่อนไขแห่งการสงเคราะห์นั้น

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ เด็กที่ได้รับความไว้วางใจหรือการผ่อนผันให้ไปนอกเขตสถานฝึกและอบรม หากกระทำผิดวินัยหรือเงื่อนไขที่กำหนดให้ พนักงานเจ้าหน้าที่อาจนำตัวส่งสถานฝึกและอบรมได้โดยมิต้องมีหมายหรือดำเนินการฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งอย่างใด

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ถ้าเด็กกระทำความผิดอาญาขึ้นภายในเขตของสถานฝึกและอบรม และความผิดนั้นเป็นเพียงความผิดฐานลหุโทษหรือฐานนำสิ่งของต้องห้ามเข้ามาในเขตสถานฝึกและอบรม หรือฐานประทุษร้ายต่อทรัพย์สินของสถานฝึกและอบรม หรือฐานพยายามหลบหนี แทนที่จะดำเนินเรื่องเพื่อการฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา อธิบดีมีอำนาจวินิจฉัยให้ลงทัณฑ์ฐานละเมิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้ได้

ข้อความตามมาตรานี้ไม่ตัดสิทธิของเอกชนที่จะเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญาหรือคดีแพ่ง ดั่งบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ เด็กที่หลบหนีจากการควบคุมของเจ้าพนักงานสถานฝึกและอบรม หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ศาลสั่งเพิ่มเวลาที่ต้องฝึกและอบรมขึ้นอีกตามที่เห็นควรแทนการลงโทษอาญา แต่ต้องไม่เกินอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์

หากเด็กที่กระทำผิดตามวรรคต้นมีอายุในขณะหลบหนีครบ ๑๘ ปีบริบูรณ์และปรากฏว่าเคยหลบหนีมาแล้วแต่ก่อน ให้มีความผิดฐานหลบหนีที่คุมขัง

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ผู้ใดช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่เด็กด้วยประการใด ๆ ให้หลบหนีดั่งบัญญัติไว้ในมาตราก่อน มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ

ถ้าผู้กระทำผิดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับสถานฝึกและอบรมหรือเป็นเจ้าพนักงานสังกัดกรมประชาสงเคราะห์ ให้เพิ่มโทษเป็นทวีคูณ[๓]

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ เด็กที่ได้ออกเป็นอิสระไปแล้ว ไปกระทำความผิดอาญาขึ้นอีก หากศาลมีคำสั่งให้ส่งไปไว้ในสถานฝึกและอบรมสำหรับความผิดในครั้งหลัง ให้เพิ่มเวลาส่งไปไว้ในสถานฝึกและอบรมเป็นทวีคูณ แต่ต้องไม่เกินอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าทรัพย์สินอย่างใดห้ามมิให้นำเข้ามาหรือมีไว้ในสถานฝึกและอบรม

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ผู้ใดเข้าไปในสถานฝึกและอบรมโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ดี หรือบังอาจรับจากหรือส่งมอบแก่เด็ก นำเข้ามาหรือเอาออกไปจากสถานฝึกและอบรมซึ่งเงินหรือสิ่งของต้องห้ามโดยทางใด ๆ อันฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับหรือกฎแห่งสถานฝึกและอบรมก็ดี ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาทหรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

ถ้าผู้กระทำผิดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับสถานฝึกและอบรมหรือเป็นเจ้าพนักงานสังกัดกรมประชาสงเคราะห์ ให้เพิ่มโทษเป็นทวีคูณ[๔]

เงินหรือสิ่งของต้องห้ามที่นำเข้ามาในสถานฝึกและอบรมโดยฝ่าฝืนบทมาตรานี้ให้ริบเป็นของแผ่นดิน

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ กับให้มีอำนาจตั้งแต่งและถอดถอนพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

(ตามมติคณะรัฐมนตรี)

พิบูลสงคราม

รัฐมนตรี

พระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๑[๕]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๖

มาตรา ๖ การฝึกและอบรมเด็กตามพระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก พุทธศักราช ๒๔๗๙ ซึ่งกรมราชทัณฑ์ปฏิบัติอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้โอนไปอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของกรมประชาสงเคราะห์เพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ด้วยรัฐบาลได้พิจารณาเห็นว่า การปฏิบัติและอบรมแก้ไขความประพฤติของเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดกฎหมายนั้น มีหลักสำคัญมุ่งไปในทางที่จะสงเคราะห์ให้เด็กได้มีโอกาสแก้ไขความประพฤติและปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพสิ่งแวดล้อมทั้งทางครอบครัวและสังคม ยิ่งกว่าที่จะแก้ไขด้วยวิธีกำราบและลงโทษดังที่เคยปฏิบัติกันมา โดยที่ถือว่าสาเหตุที่เด็กเหล่านี้กระทำผิดกฎหมายนั้น เนื่องจากไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนและความเอาใจใส่ดูแลจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองโดยถูกต้องและเพียงพอ หรือตกไปอยู่ในสภาพแห่งสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ อันไม่เป็นคุณแก่เด็ก หรือด้วยเหตุความวิปริตทางร่างกายและจิตใจของเด็กเอง ฉะนั้น การปฏิบัติต่อเด็กหรือเยาวชนดังกล่าว จึงจำเป็นต้องดำเนินการโดยสุขุมรอบคอบ โดยการพินิจถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพสิ่งแวดล้อม สภาพทางบ้านและครอบครัว ตลอดจนสภาพทางร่างกายและจิตใจ เพื่อจะวิเคราะห์และได้ทราบถึงมูลแห่งการกระทำผิดนั้น แล้วหาทางสงเคราะห์อบรมแก้ไขด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ส่งไปอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษา ทั้งวิชาสามัญและวิชาชีพ ในสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ ตามที่เหมาะสมกับเด็ก และเมื่อถึงเวลาที่เด็กหรือเยาวชนเหล่านี้จะต้องเลี้ยงรักษาตนเอง ก็มีการจัดหางานให้ทำ จัดหาที่อยู่อาศัยให้ เหล่านี้เป็นต้น

โดยเหตุที่การปฏิบัติต่อเด็กหรือเยาวชนที่กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งแต่เดิมมาหนักไปในทางลงโทษนั้น ได้เปลี่ยนแปลงไปในทางแก้ไขความประพฤติตามหลักจิตวิทยาและสังคมสงเคราะห์ อันมีลักษณะเป็นงานประชาสงเคราะห์ยิ่งกว่างานราชทัณฑ์ ดังนั้นรัฐบาลจึงเห็นสมควรที่จะโอนการฝึกและอบรมเด็กซึ่งอยู่ในโรงเรียนฝึกอาชีพเกาะใหญ่ของกรมราชทัณฑ์ไปอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของกรมประชาสงเคราะห์เพื่อดำเนินการต่อไป

ปณตภร/จัดทำ

๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๔/-/หน้า ๒๐๔/๒๖ เมษายน ๒๔๘๐

[๒] มาตรา ๔ นิยามคำว่า “อธิบดี” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๑

[๓] มาตรา ๒๔ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๑

[๔] มาตรา ๒๗ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๑

[๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๕/ตอนที่ ๗๙/หน้า ๕๔๒/๑๔ ตุลาคม ๒๕๐๑

28 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก พุทธศักราช 2479 (ฉบับ Update ณ วันที่ 14/10/2501) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_fd3ea5bfd21c987f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com