มาตรา ๔๓
ในการดำเนินกิจการรถไฟฟ้าตามพระราชบัญญัตินี้ รฟม.
โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีอาจให้สัมปทานกิจการรถไฟฟ้าทั้งหมดหรือบางส่วนแก่เอกชนก็ได้
ในกรณีที่การให้สัมปทานตามวรรคหนึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ
ให้การเสนอโครงการ การดำเนินโครงการและการกำกับดูแลและติดตามผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๔๔
ผู้รับสัมปทานต้อง
(๑)
เป็นนิติบุคคลไทย
(๒)
มีทุน เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์
และผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความชำนาญในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพียงพอ และ
(๓)
มีคุณสมบัติอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๔๕
ในการดำเนินกิจการรถไฟฟ้าของผู้รับสัมปทานต้องจัดให้บุคคลสัญชาติไทยเป็นผู้ทำงานให้มากที่สุด
เว้นแต่งานใดที่มีลักษณะเฉพาะด้าน
ซึ่งผู้รับสัมปทานไม่สามารถจัดหาคนไทยที่มีความรู้ความชำนาญในด้านนั้นมาทำงานได้
ผู้รับสัมปทานอาจให้ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญจากต่างประเทศมาทำงานแทนได้
แต่ผู้รับสัมปทานต้องจัดให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี
และความรู้ความชำนาญให้บุคคลสัญชาติไทย
สามารถทำงานแทนได้ภายในห้าปีนับแต่วันที่ได้รับสัมปทาน
มาตรา ๔๖
ให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ได้จัดสร้างหรือจัดหามาตามสัญญาสัมปทานตกเป็นของรัฐ
เมื่อ
(๑)
ตรวจและรับมอบงานที่ได้รับสัมปทานกิจการรถไฟฟ้าทั้งหมดหรือบางส่วน
(๒)
ได้รับอนุญาตให้เดินรถ ในกรณีที่เป็นการให้สัมปทานการเดินรถไฟฟ้า
(๓)
เมื่อมีการเพิกถอนสัมปทานตามมาตรา ๕๑ หรือมาตรา ๕๓
มาตรา ๔๗
ในการดำเนินการตามสัมปทานหากมีความจำเป็นต้องได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์หรือมีความจำเป็นต้องใช้อสังหาริมทรัพย์
โดยไม่จำเป็นต้องได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นและไม่สามารถดำเนินการให้ได้มาหรือได้ใช้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยวิธีอื่น
ให้ รฟม.
ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์หรือกฎหมายว่าด้วยการจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน
แล้วแต่กรณี โดยผู้รับสัมปทานเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและค่าทดแทน ทั้งนี้ ให้กรรมสิทธิ์หรือสิทธิการใช้ในอสังหาริมทรัพย์นั้นตกเป็นของรัฐ
มาตรา ๔๘
เพื่อประโยชน์ในการจัดโครงข่ายการเดินรถไฟฟ้าและอำนวยความสะดวกในการจราจร
ผู้รับสัมปทานต้องยินยอมและให้ความสะดวกแก่ รฟม.
หรือผู้รับสัมปทานรายอื่นสามารถเชื่อมต่อหรือร่วมใช้กิจการรถไฟฟ้าที่ผู้นั้นได้รับสัมปทาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด
ในการกำหนดหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง
ให้กำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งปันผลประโยชน์จากค่าโดยสารในอัตราที่เป็นธรรม
โดยคำนึงถึงภาระค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์ที่พึงจะได้รับของทุกฝ่ายด้วย
มาตรา ๔๙
ภายใต้บังคับมาตรา ๗๕ (๗) การโอนสัมปทานจะกระทำได้ต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่การให้บริการประชาชน
และผู้รับโอนมีคุณสมบัติตามมาตรา ๔๔
และต้องไม่ทำให้กิจการตามที่ได้รับสัมปทานหยุดชะงัก
ผู้โอนสัมปทานและผู้รับโอนสัมปทานตามวรรคหนึ่ง
ต้องรับผิดร่วมกันและแทนกันในการปฏิบัติตามสัมปทานและตามพระราชบัญญัตินี้
การโอนสัมปทาน
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
ในกรณีที่ผู้รับสัมปทานไม่ได้รับอนุญาตให้โอนสัมปทาน ให้ รฟม.
มีหนังสือแจ้งให้ผู้รับสัมปทานทราบพร้อมทั้งเหตุผลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ
มาตรา ๕๐
ในกรณีที่ผู้รับสัมปทานสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคล หรือตกเป็นบุคคลล้มละลาย
ให้ผู้ชำระบัญชีหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แล้วแต่กรณี
เป็นผู้มีสิทธิแสดงเจตนาในการโอนสัมปทานตามมาตรา ๔๙
มาตรา ๕๑
ภายใต้บังคับมาตรา ๗๕ (๗) คณะกรรมการอาจพิจารณาให้เพิกถอนสัมปทานได้
เมื่อปรากฏว่าผู้รับสัมปทาน
(๑)
ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือข้อตกลงที่ได้รับสัมปทานจนอาจเป็นเหตุให้เกิดความล่าช้าหรือความเสียหายในการให้บริการแก่ประชาชน
(๒)
ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานวิธีการประกอบกิจการรถไฟฟ้าของ รฟม.
จนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
(๓)
ไม่ชำระผลประโยชน์ตามสัมปทานให้แก่ รฟม.
(๔)
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ระบุในสัมปทานว่าเป็นเหตุเพิกถอนสัมปทานได้
มาตรา ๕๒
ในกรณีที่มีเหตุตามมาตรา ๕๑ เกิดขึ้น ก่อนที่จะดำเนินการเพิกถอนสัมปทาน
ถ้าคณะกรรมการเห็นว่าเหตุดังกล่าวสามารถแก้ไขได้และเป็นประโยชน์แก่การให้บริการประชาชน
คณะกรรมการอาจแจ้งให้ผู้รับสัมปทานดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนดเสียก่อนก็ได้
แต่ถ้าผู้รับสัมปทานไม่แก้ไข ให้คณะกรรมการดำเนินการเพื่อเพิกถอนสัมปทานตามมาตรา
๕๑ โดยไม่ชักช้า
มาตรา ๕๓
ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะ คณะรัฐมนตรี
อาจมีมติดังต่อไปนี้
(๑)
ให้ผู้รับสัมปทานกระทำการหรือแก้ไขการใด
(๒)
เพิกถอนสัมปทานในกรณีที่มีเหตุสำคัญอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้
เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติตาม
(๑) ให้ รฟม. แจ้งให้ผู้รับสัมปทานกระทำการหรือแก้ไขการนั้น
ในกรณีที่ผู้รับสัมปทานไม่กระทำการหรือแก้ไขการนั้น ให้คณะรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้
รฟม. เป็นผู้กระทำการหรือแก้ไขการนั้น
โดยให้ผู้รับสัมปทานเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดังกล่าว
ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติตาม
(๒) ให้ รฟม. มีอำนาจเข้าครอบครองกิจการที่ให้สัมปทานได้ และให้ รฟม.
จ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้รับสัมปทานตามความเป็นจริงแต่ไม่เกินจำนวนเงินค่าทดแทนที่กำหนดในสัมปทาน
ในกรณีที่จะต้องจ่ายเงินค่าทดแทนตามวรรคสาม
หรือในกรณีที่สัมปทานมิได้กำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนไว้
ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งเพื่อกำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนที่จะจ่ายให้แก่ผู้รับสัมปทาน
ประกอบด้วยผู้แทนของผู้รับสัมปทาน ผู้แทน รฟม.
ผู้มีความรู้ความชำนาญในการประเมินราคาทรัพย์สิน
และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกินสามคนเป็นผู้พิจารณาเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ให้คณะรัฐมนตรีวินิจฉัยให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
การกำหนดเงินค่าทดแทนของคณะกรรมการอาจกำหนดค่าเสียโอกาสให้ด้วยก็ได้
มาตรา ๕๔
ผู้รับสัมปทานต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของคณะกรรมการว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยในการใช้และรักษาทรัพย์สินของ
รฟม. และกฎกระทรวงเกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบรถไฟฟ้า คนโดยสาร
และบุคคลอื่นที่อยู่ในเขตระบบรถไฟฟ้า
และต้องจัดให้มีการประกันภัยสำหรับความเสียหาย
การจัดให้มีการประกันภัยตามวรรคหนึ่งต้องมีผู้รับประกันภัยตั้งแต่สองรายขึ้นไป
มาตรา ๕๕
ในการปฏิบัติหน้าที่
ให้พนักงานหรือผู้ซึ่งปฏิบัติงานร่วมกับพนักงานมีอำนาจดังต่อไปนี้
(๑)
เข้าไปในบริเวณที่ประกอบกิจการรถไฟฟ้า และสถานที่ทำการของผู้รับสัมปทานในเวลาทำการ
เพื่อตรวจกิจการให้เป็นไปตามสัมปทานและตามพระราชบัญญัตินี้
(๒)
สั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับสัมปทานปฏิบัติการใด ๆ
หรืองดเว้นการปฏิบัติการที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของบุคคลอื่น
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
พนักงานต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ผู้รับสัมปทานมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของพนักงานที่สั่งตาม
(๒) ต่อรัฐมนตรี โดยยื่นต่อผู้ว่าการภายในสิบห้าวันนับแต่วันรับแจ้งคำสั่ง
คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
การอุทธรณ์คำสั่งของพนักงานตามวรรคสาม
ไม่เป็นเหตุทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่ง
เว้นแต่รัฐมนตรีเห็นสมควรให้ทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่งนั้น
มาตรา ๕๖
ผู้รับสัมปทาน ผู้ปฏิบัติงานให้แก่ผู้รับสัมปทาน ตัวแทน
และลูกจ้างของผู้รับสัมปทานมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
คนโดยสาร
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).