พระราชกฤษฎีกา
กำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
กระติกน้ำร้อนไฟฟ้าต้องเป็นไปตามมาตรฐาน
พ.ศ. ๒๕๔๖
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
เป็นปีที่ ๕๘ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าต้องเป็นไปตามมาตรฐาน และได้ดำเนินการตามความในมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ แล้ว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. ๒๕๔๖
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เลขที่ มอก. ๒๐๖๒-๒๕๔๓ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ ๒๙๑๘ (พ.ศ. ๒๕๔๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ เรื่อง กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระติกน้ำร้อนไฟฟ้า เฉพาะด้านความปลอดภัย ลงวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๔๔
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการนำมาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น จึงจำเป็นต้องควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยและเพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจจะเกิดแก่ประชาชน สมควรกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าต้องเป็นไปตามมาตรฐาน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ศุภชัย/ผู้พิมพ์
๕ มกราคม ๒๕๔๗
ศุภสรณ์/อรดา/ตรวจ
๑๓ มกราคม ๒๕๔๗
วิมล/ปรับปรุง
๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓
ภิรมย์พร/ตรวจ
๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม.๑๒๐/ตอนที่ ๑๐๖ ก/หน้า ๔๐/๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).