พระราชกฤษฎีกา
ให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้
พุทธศักราช ๒๔๗๖ ในบริเวณเขตเพลิงไหม้
ที่ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรี
จังหวัดจันทบุรี
พ.ศ. ๒๕๑๒
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่
๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๒
เป็นปีที่ ๒๔
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรควบคุมการก่อสร้างในบริเวณเขตเพลิงไหม้
ที่ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเกิดเพลิงไหม้เมื่อวันที่ ๒๗
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๑
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๕๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้
พุทธศักราช ๒๔๗๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้
พุทธศักราช ๒๔๗๖ ในบริเวณเขตเพลิงไหม้ ที่ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรี
จังหวัดจันทบุรี พ.ศ. ๒๕๑๒
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้
พุทธศักราช ๒๔๗๖ ในบริเวณเขตเพลิงไหม้ ที่ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๔
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้
พุทธศักราช ๒๔๗๖ ในบริเวณเขตเพลิงไหม้ ที่ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี
พ.ศ. ๒๕๑๒
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้เกิดเพลิงไหม้ตลาดจันทบุรี
ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๑
และสมควรให้มีการควบคุมการก่อสร้างภายในบริเวณเขตเพลิงไหม้ ทั้งนี้ เพื่อจะได้ป้องกันและระงับอัคคีภัย
เพื่อความมั่นคงแข็งแรง เพื่อประโยชน์ในการอนามัยและการผังเมือง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ขึ้น
โชติกานต์/จัดทำ
๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๓
อรญา/ตรวจ
๓ กันยายน ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๖/ตอนที่ ๑๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๒/๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).