ข้อ 16 ในกรณีที่กรรมการหรือผู้บริหารที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์สินทรัพย์ดิจิทัลได้ยื่นคําขอรับความเห็นชอบเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในประกาศนี้ ให้สํานักงาน ก.ล.ต. ใช้เหตุแห่งการมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวในการปฏิเสธการให้ความเห็นชอบบุคคลดังกล่าวได้
ข้อ 17 ในกรณีที่ผู้มีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน ก.ล.ต. ให้สํานักงาน ก.ล.ต. ดําเนินการดังต่อไปนี้
(1) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามตามข้อ 4(1) ให้การให้ความเห็นชอบสิ้นสุดลง
(2) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามตามหมวด 2 หมวด 3 ลักษณะต้องห้ามตามกลุ่มที่ 1ตามข้อ 8 หรือลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 2 ตามข้อ 9(1) หรือ (2) ให้สํานักงาน ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ
(3) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 2 ตามข้อ 9(3) (4) หรือ (5) ให้สํานักงาน ก.ล.ต.
สั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามแต่เหตุแห่งการมีลักษณะต้องห้ามนั้น
(4) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามข้อ 10 สํานักงาน ก.ล.ต. อาจสั่งพักหรือ
เพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามสมควรแก่กรณี
ข้อ 18 ในการใช้ดุลยพินิจปฏิเสธการให้ความเห็นชอบตามข้อ 16 พักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามข้อ 17(3) และ (4) แล้วแต่กรณี ให้สํานักงาน ก.ล.ต. มีอํานาจดําเนินการ
อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้แทนหรือประกอบการดําเนินการดังกล่าวได้
(1) กําหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขในการรับพิจารณาคําขอความเห็นชอบหรือห้ามการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลดังกล่าวในคราวต่อไป โดยระยะเวลาที่กําหนดต้องไม่เกิน 10 ปี สําหรับการพิจารณาการมีลักษณะต้องห้ามในแต่ละกรณี
(2) กําหนดระยะเวลาการสั่งพักการให้ความเห็นชอบ ซึ่งเมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วให้บุคคลดังกล่าวสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในตําแหน่งเดิมต่อไปได้โดยไม่ต้องยื่นคําขอความเห็นชอบ
(3) ในกรณีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามข้อ 10มีลักษณะไม่ร้ายแรง หรือเกิดขึ้นมาแล้วเกินกว่า 10 ปีนับถึงวันที่ปรากฏข้อเท็จจริงต่อสํานักงาน ก.ล.ต. สํานักงาน ก.ล.ต. อาจไม่ยกกรณีดังกล่าวขึ้นพิจารณาเป็นเหตุในการปฏิเสธการให้ความเห็นชอบการพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบหรือห้ามการปฏิบัติหน้าที่ หรืออาจลดระดับการดําเนินการเป็นการเปิดเผยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวก็ได้
การพิจารณาลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3
ข้อ 19 ในการพิจารณาความร้ายแรงของพฤติกรรมที่มีผลกระทบต่อการมีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามข้อ 10 หรือการพิจารณาดําเนินการตามข้อ 16 ให้สํานักงาน ก.ล.ต.นําปัจจัยดังต่อไปนี้ มาใช้ประกอบการพิจารณา
(1) บทบาทความเกี่ยวข้องและพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกพิจารณา
(2) การลงโทษที่บุคคลนั้นได้รับไปแล้ว
(3) ผลกระทบหรือความเสียหายต่อลูกค้า ผู้ลงทุน บริษัท หรือผู้ถือหุ้นโดยรวมตลาดเงิน ตลาดทุน หรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม หรือผลประโยชน์ที่เกี่ยวเนื่องกับข้อเท็จจริงหรือพฤติกรรมที่พิจารณา
(4) การแก้ไขหรือการดําเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า ผู้ลงทุน บริษัทหรือผู้ถือหุ้นโดยรวม ตลาดเงิน ตลาดทุน หรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม หรือแก้ไข เยียวยาหรือป้องกันมิให้เกิดข้อเท็จจริงหรือพฤติกรรมทํานองเดียวกันนั้นซ้ําอีก
(5) พฤติกรรมอื่นของผู้ถูกพิจารณาที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานหรือขัดขวางการปฏิบัติงานของสํานักงาน ก.ล.ต.
(6) ประวัติหรือพฤติกรรมในอดีตอื่นใดที่แสดงถึงความไม่เหมาะสมที่จะเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
ข้อ 20 ให้สํานักงาน ก.ล.ต. ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งเพื่อทําหน้าที่พิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน รวมทั้งเสนอความเห็น
ต่อสํานักงาน ก.ล.ต. เกี่ยวกับการพิจารณาเหตุของการพักหรือเพิกถอน การให้ความเห็นชอบกรรมการหรือผู้บริหารที่มีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามข้อ 10 หรือพิจารณาให้ความเห็นต่อสํานักงาน ก.ล.ต.ในเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามความในหมวดนี้ หรือพิจารณาวางแนวทางและให้ความเห็นต่อสํานักงาน ก.ล.ต.ในการดําเนินการ
ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากตลาดเงิน ตลาดทุนหรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจํานวนไม่เกิน 5 คนซึ่งไม่เป็นเลขาธิการหรือพนักงานของสํานักงาน ก.ล.ต. โดยจํานวนนี้อย่างน้อยต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นผู้แทนของผู้ลงทุนจํานวน 1 คน และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หลักทรัพย์ หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจํานวน 2 คน
ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการและให้สํานักงาน ก.ล.ต. แต่งตั้งพนักงานของสํานักงาน ก.ล.ต. คนหนึ่งเป็นเลขานุการ
กรรมการรายใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาในลักษณะที่อาจมีผลกระทบต่อการให้ความเห็นอย่างเป็นกลาง ให้ผู้นั้นแจ้งการมีส่วนได้เสียนั้นและห้ามมิให้เข้าร่วมพิจารณาในเรื่องดังกล่าว
ข้อ 21 เพื่อให้การใช้ดุลยพินิจสั่งการของสํานักงาน ก.ล.ต. ตามหมวดนี้มีความชัดเจนและผ่านกระบวนการทบทวนตามสมควร ในการแจ้งเหตุในการสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเนื่องจากการมีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามข้อ 10 สํานักงาน ก.ล.ต. จะกระทําได้ต่อเมื่อได้ดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(1) เปิดโอกาสให้ผู้ถูกพิจารณามีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง
(2) เสนอข้อเท็จจริงรวมทั้งคําชี้แจงของผู้ถูกพิจารณา (ถ้ามี) ให้คณะกรรมการเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และเสนอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และหากคณะกรรมการประสงค์จะให้ผู้ถูกพิจารณาชี้แจงเพิ่มเติม ให้สํานักงาน ก.ล.ต. จัดให้มีการชี้แจงเช่นนั้น
ในการปฏิบัติอื่นใดนอกจากที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
ข้อ 22 สํานักงาน ก.ล.ต. อาจไม่ดําเนินการตามข้อ 21 วรรคหนึ่งได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) กรณีดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการพิจารณาอื่นที่ทําให้ผู้ถูกพิจารณามีโอกาสชี้แจง และเคยผ่านการพิจารณาให้ความเห็นในรูปองค์คณะที่มีผู้มีความรู้ประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจในตลาดทุนเป็นองค์คณะด้วยหรือโดยองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องมาอย่างเพียงพอแล้ว หรือ
(2) คณะกรรมการได้กําหนดแนวทางพิจารณาดําเนินการสําหรับกรณีที่มีข้อเท็จจริงทํานองเดียวกันกับกรณีที่พิจารณานี้ไว้ชัดเจนเพียงพอแล้ว
ประกาศ ณ วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
(นายวรวิทย์ จําปีรัตน์)
ประธานกรรมการ
คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).