กฎ ก
กฎ ก.ตร.
ว่าด้วยอำนาจการลงโทษ
อัตราโทษ และการลงโทษ
ภาคทัณฑ์ ทัณฑกรรม กักยาม
กักขัง หรือตัดเงินเดือน
พ.ศ. ๒๕๔๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๓๑ วรรคหนึ่ง (๒) และมาตรา ๘๙ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗
และ มติ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗
และมติอนุกรรมการ ก.ตร. เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย ในการประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๔๗
เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงออกกฎ ก.ตร. ไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ตร.
นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒
การลงโทษข้าราชการตำรวจผู้กระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงผู้บังคับบัญชาจะลงโทษภาคทัณฑ์
หรือในสถานโทษและอัตราโทษใด ได้เพียงใด
ให้เป็นไปตามตารางกำหนดอำนาจและอัตราการลงโทษข้าราชการตำรวจที่ ก.ตร. กำหนด
ผู้สั่งลงโทษจะสั่งลงโทษเกินกว่าอัตราโทษที่ตารางกำหนดอำนาจและอัตราการลงโทษข้าราชการตำรวจที่
ก.ตร. กำหนดไม่ได้ แต่ลงโทษต่ำกว่านี้ได้
ผู้บังคับบัญชาผู้สั่งลงโทษและผู้ใต้บังคับบัญชาผู้กระทำผิดวินัยซึ่งตามตารางกำหนดอำนาจและอัตราการลงโทษข้าราชการตำรวจที่
ก.ตร. กำหนด มิได้กำหนดไว้ให้ถือเกณฑ์เทียบตำแหน่งตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
ข้อ ๓
การคำนวณระยะเวลาการลงโทษกักยามและกักขัง
ให้นับวันเวลาเริ่มลงโทษกักยามหรือกักขังเป็นหนึ่งวันเต็มโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมงและให้นับติดต่อกันไม่เว้นวันหยุดราชการจนครบกำหนด
และให้ปล่อยตัวไปในวันถัดจากวันที่ครบกำหนด
ข้อ ๔
เมื่อมีคำสั่งลงโทษ ให้ผู้บังคับบัญชาจัดการให้ผู้ถูกลงโทษได้รับโทษโดยเร็ว
การอุทธรณ์คำสั่งลงโทษของผู้ได้รับโทษในความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงมิให้นำมาเป็นเหตุทุเลาการรับโทษ
ข้อ ๕
โทษทัณฑกรรมที่กำหนดไว้เป็นวัน ๆ ให้หมายความว่าทำทัณฑกรรมทุก ๆ
วันจนกว่าจะครบกำหนด ในวันหนึ่งกำหนดทัณฑกรรมได้ไม่เกินวันละหกชั่วโมง
แต่ถ้าให้อยู่เวรยามในวันหนึ่งต้องไม่เกินกำหนดเวลาอยู่เวรยามตามปกติ
การสั่งลงโทษทัณฑกรรมให้กำหนดจำนวนวันและจำนวนชั่วโมงในแต่ละวันให้ชัดเจน
ข้อ ๖
โทษกักยามให้ใช้ได้แต่เฉพาะข้าราชการตำรวจตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับการหรือเทียบเท่าลงมาและสำหรับโทษกักขังให้ใช้ได้แต่เฉพาะข้าราชการตำรวจตำแหน่งตั้งแต่รองสารวัตรลงมา
ข้อ ๗
การลงโทษกักยามให้นำตัวผู้ถูกลงโทษไปกักไว้ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งตามที่เห็นสมควร
ข้อ ๘
การลงโทษกักขัง ให้นำตัวผู้ถูกลงโทษไปรับโทษที่สถานีหรือหน่วยงานอื่นที่ผู้ถูกลงโทษมิได้ประจำอยู่
การลงโทษกักขังข้าราชการตำรวจหญิง
ห้ามมิให้กักขังรวมกับข้าราชการตำรวจชาย หากไม่มีสถานที่พอจะแยกกักขัง
หัวหน้าหน่วยงานที่รับตัวผู้ถูกลงโทษไว้เพื่อลงโทษจะกำหนดสถานที่ใดสถานที่หนึ่งที่เห็นเหมาะสมเป็นสถานที่กักขังก็ได้
ข้อ ๙
การลงโทษกักขัง ให้ลงโทษกักขังไว้ในสถานที่จัดไว้โดยเฉพาะ
ห้ามมิให้กักขังรวมกับผู้ต้องหา เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเพราะไม่มีที่กักขัง
และห้ามนำสิ่งของไม่จำเป็นหรืออาวุธเข้าไปในสถานที่กักขัง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘
ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
ร้อยตำรวจเอก
ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์
รองนายกรัฐมนตรี
ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ
ภูวนนท์/ผู้จัดทำ
๑ กันยายน ๒๕๕๓
พัสสน/ผู้ตรวจ
๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนที่ ๗๕ ก/หน้า ๓๐/๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).