ข้อ ๔๕
ในการคำนวณกำลังต้านทานแรงดันส่วนอาคารประกอบด้วยอิฐประสานด้วยปูนผสมส่วนต่างๆ
ให้กำหนดใช้ไม่เกินอัตราดังต่อไปนี้
ชนิดอิฐ
ส่วนปูนขาว
ตามปริมาตร
ส่วนปูนซีเมนต์
ตราช้าง
ตามปริมาตร
ส่วนทราย
ตามปริมาตร
กำลังดันต่อ
๑ ตารางเซนติเมตร
ธรรมดา
๑
๓
๒
กิโลกรัม
๑
๑
๖
๓
๑
๔
๖
๑
๓
๘
อัด
๑
๓
๔
๑
๑
๖
๖
๑
๔
๑๐
๑
๓
๑๒
ข้อ ๔๖ ให้ใช้ส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน
๔ ของแรงจุดยึดแห่งเหล็ก
กำลังต้านทานแรงประเภทต่างๆ
ของส่วนอาคารประกอบด้วยเหล็กชนิดต่างๆ ที่มีส่วนปลอดภัย โดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๔
ของแรงจุดยึดนั้น ถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือได้เป็นอย่างอื่น
ให้คำนวณโดยอัตราแรงไม่เกินอัตราต่อไปนี้
ชนิดเหล็ก
แรงดึงต่อ
๑
ตารางเซนติเมตร
แรงดันต่อ
๑
ตารางเซนติเมตร
แรงเฉือนต่อ
๑
ตารางเซนติเมตร
เหล็กหล่อ
๒๐๐ กิโลกรัม
๑,๒๐๐
กิโลกรัม
๒๐๐ กิโลกรัม
เหล็กเสริม
๑,๒๐๐
กิโลกรัม
๑,๒๐๐
กิโลกรัม
๑,๐๕๐
กิโลกรัม
ข้อ ๔๗ ให้ใช้ส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน
๖ ของแรงประลัยแห่งไม้ แต่ไม่ให้ความแอ่นของไม้เกิน ของช่วงคาน
กำลังต้านทานแรงประเภทต่างๆ ของไม้ชนิดต่างๆ
ที่มีส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๖ ของแรงประลัยแห่งไม้นั้น
ถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือได้เป็นอย่างอื่น
ให้คำนวณโดยไม่เกินอัตราต่อไปนี้
ชนิดไม้
แรงดึงตามเสี้ยน
ต่อ ๑
ตารางเซนติเมตร
แรงดันตามเสี้ยน
ต่อ ๑
ตารางเซนติเมตร
แรงเฉือนตาม
เสี้ยนต่อ
๑ ตารางเซนติเมตร
ไม้อ่อน
๘๐ กิโลกรัม
๘๐ กิโลกรัม
๖ กิโลกรัม
ไมสัก
๙๐
๙๐
๑๐
ไม้แก่น
๑๐๐
๑๐๐
๑๕
ข้อ ๔๘ ให้ใช้ส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน
๔ ของแรงประลัยแห่งคอนกรีตเมื่ออายุครบ ๒๘ วันแล้ว
กำลังต้านทานแรงอัดของคอนกรีตธรรมดาที่มีส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน
๑ ใน ๔ ของแรงประลัยแห่งคอนกรีต เมื่อครบอายุ ๒๘ วันแล้วนั้น
ถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือได้เป็นอย่างอื่น
ให้คำนวณโดยอัตราแรงต่อไปนี้
ส่วนซีเมนต์ตามปริมาตร
ส่วนทรายตามปริมาตร
ส่วนหินตามปริมาตร
แรงดันต่อ
๑ ตารางเซนติเมตร
คาน
เสา
๑
๑
๓
๕๐ กิโลกรัม
๔๐
๑
๒
๔
๔๕
๓๐
๑
๒
๕
๔๐
๒๘
๑
๓
๖
๓๕
๒๓
๑
๓
๗
๓๐
๒๐
๑
๔
๘
๑๕
๑๐
ถ้าความยาวของเสามากกว่า ๑๒ เท่า ของด้านที่แคบหรือของเส้นผ่าศูนย์กลาง
(Diameter) ให้ใช้ค่าในตารางข้างบน ±
หมายเหตุ ส
= ยาวของเสา
บ =
ด้านที่แคบของเสา
กฎนี้ ใช้ได้ทั้งเสาคอนกรีตและเสาไม้
ข้อ ๔๙
ในการคำนวณกำลังแรงของส่วนอาคารประกอบด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก
ให้ผู้คำนวณแสดงรายคำนวณจนเป็นที่พอใจเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่าอยู่ในลักษณะปลอดภัย
ถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือเป็นอย่างอื่น
ให้ถือหลักการคำนวณดังต่อไปนี้
ก. พิกัดยืดของคอนกรีต = ๑.๔ x ๑๐๖
เมตริกตันต่อ ๑ ตารางเมตร
ข. พิกัดยืดของเหล็กเสริม = ๒๑ x ๑๐๖
เมตริกตันต่อ ๑ ตารางเมตร
ค. ส่วนผสมไม่อ่อนกว่าซีเมนต์ ๑ ทราย ๒ และหิน ๔
ตามปริมาตร
ง. แรงดันของคอนกรีตไม่เกิน ๔๕ กิโลกรัมต่อ ๑
ตารางเซนติเมตร
จ. สำหรับคานให้มีคอนกรีตหุ้มเหล็กหนาไม่น้อยกว่า ๒ เซนติเมตร และไม่ต่ำกว่าขนาดของเหล็กเสริมเส้นใหญ่ที่สุด
ฉ. ให้มีช่องว่างระหว่างเหล็กที่ขนานกันไม่น้อยกว่า ๒
เซนติเมตร
และไม่ต่ำกว่าขนาดของเหล็กเสริมหรือโตกว่าขนาดของหินที่โตที่สุดใช้อยู่ ซม
ช. สำหรับพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กให้มีคอนกรีตหุ้มเหล็กหนาไม่น้อยกว่า
๑ เซนติเมตร และไม่ต่ำกว่าขนาดของเหล็กเสริมเส้นใหญ่ที่สุด
ซ. สำหรับคานคอนกรีตเสริมเหล็กต้องมีส่วนยาวไม่เกิน
๒๐ เท่าของส่วนหนาและไม่ใช้เหล็กเสริมแนวนอนเล็กกว่า ๖ มิลลิเมตร
ฌ.
สำหรับเสาคอนกรีตเสริมเหล็กรับน้ำหนักต้องมีเหล็กเสริมตามลำไม่น้อยกว่า ๔ เส้น
และส่วนเหล็กไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐๐ ของคอนกรีต และขนาดของเหล็กต้องไม่น้อยกว่า ๑๒.๗
มิลลิเมตร
ข้อ ๕๐ น้ำหนักบรรทุกของอาคารประเภทต่างๆ
นอกจากน้ำหนักของตัวอาคารหรือส่วนเครื่องจักร และอุปกรณ์อย่างอื่นที่แน่ชัด
ให้คำนวณเป็นประมาณเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าอัตราดังต่อไปนี้
ก. โรงเก็บรถยนต์ นอกจากโรงเก็บรถยนต์ส่วนบุคคล
โรงเก็บเครื่องจักร โรงงานอุตสาหกรรม ตั้งแต่ ๕๐๐ กิโลกรัมต่อ ๑ ตารางเมตรขึ้นไป
ข. คลังสินค้า ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ โรงกีฬา ๕๐๐
กิโลกรัมต่อ ๑ ตารางเมตร
ค. โรงงาน โรงพิมพ์ ร้านขายของ โรงมหรสพ หอประชุม
ภัตตาคาร ๔๐๐ กิโลกรัมต่อ ๑ ตารางเมตร
ง. โรงเรียนชั้นเตรียมอุดมขึ้นไป โรงพยาบาล โรงแรม
อาคารสำนักงาน ๓๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร
จ. โรงเรียนชั้นประถม และมัธยม ๒๐๐ กิโลกรัมต่อ ๑
ตาราเมตร
ฉ. อาคารที่พักอาศัย ๑๒๕ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร
แต่ถ้าเนื้อที่ส่วนใดแห่งอาคารนั้น
จะรับบรรทุกสิ่งที่มีน้ำหนักมากกว่าอัตราที่กล่าวแล้ว เช่น เครื่องจักร
ก็ให้คำนวณน้ำหนักบรรทุกเพิ่มขึ้นให้พอที่จะรับบรรทุกน้ำหนักนั้นได้
ข้อ ๕๑
แรงลมอย่างสูงขนานกับพื้นดินสำหรับส่วนอาคารที่สูงกว่า ๑๐
เมตรขึ้นไปให้ถือกำหนดแรงท่ากับ ๑๕๐ กิโลกรัมต่อ ๑ ตารางเมตร ส่วนที่ต่ำตั้งแต่ ๑๐
เมตร ลงมาให้ลดอัตราแรงลมเป็น ๑๐๐ กิโลกรัมต่อ ๑ ตารางเมตร
ข้อ ๕๒
น้ำหนักบรรทุกบนดินที่รากฐานของอาคารนั้นต้องคำนวณให้เหมาะสมเพื่อความมั่นคงและปลอดภัย
ซึ่งถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือได้เป็นอย่างอื่น
จะต้องไม่เกินอัตรากำหนดสำหรับดินประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้
ก. ดินอ่อนหรือดินถมไว้ ๒ เมตริกตันต่อ ๑ ตารางเมตร
ข. ดินปานกลางหรือทรายร่วน ๑๐ เมตริกตันต่อ ๑
ตารางเมตร
ค. ดินแน่นหรือทรายหยาบ ๒๐ เมตริกตันต่อ ๑ ตารางเมตร
ง. กรวดหรือดินดาน ๔๐ เมตริกตันต่อ ๑ ตารางเมตร
จ.
หินปูนหรือหินทราย ๘๐ ๑
ฉ.
หินอัคนี ๑๕๐ ๑
ทั้งนี้ เว้นไว้แต่จะได้แสดงให้เป็นที่เชื่อถือได้ว่าจะจัดการเพิ่มอัตรารับน้ำหนักบรรทุกแห่งรากฐานของอาคารได้เป็นอย่างอื่น
ข้อ ๕๓ ในการคำนวณกำลังต้านทานของรากฐาน
ให้คำนวณน้ำหนักของอาคารเต็มอัตราและ (เข็มราก ฐานบนดินอ่อน)
ให้เข็มรับน้ำหนักทั้งหมดโดยไม่คิดเอาแรงฝืดของดินรอบๆ เข็มมาช่วยรับน้ำหนัก
ถ้าปลายเข็มจดดินแข็ง ดินดานหรือวัตถุพื้นแข็งให้คำนวณเข็มนั้น เช่น ลักษณะเสา
แต่ถ้าเข็มอยู่ในดินอ่อนอาศัยแรงฝืดพยุง ให้ใช้เข็มไม่สั้นกว่า ๓.๐๐ เมตร
และให้ใช้แรงฝืดดินตามสูตรต่อไปนี้
ฝ = ๔๐๐ ๓๕ ย
ฝ
= แรงฝืดดินเป็นกิโลกรัม ต่อตารางเมตรของเนื้อที่ผิวเข็ม
ย
= ความยาวของเสาเข็มเป็นเมตร
ถ้าความยาวของเสาเข็มเกิน ๑๒.๐๐ เมตร
ต้องมีการทดลองกำลังน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็ม
เนื้อที่ของรากฐานทั้งหมดจะต้องไม่น้อยกว่า ๑/๑๐
ของเนื้อที่ผิวของเสาเข็มทั้งหมด ซึ่งอยู่ภายใต้รากฐานนั้น
สำหรับเครื่องตอกเข็มด้วยแรงคน
ถ้าตอกด้วยเครื่องจักรซึ่งตอกได้ไม่น้อยกว่า ๔๐
ครั้งต่อ ๑ นาที
ให้ บ =
น้ำหนักบรรทุกได้โดยปลอดภัยเป็นกิโลกรัม
น
= น้ำหนักลูกตุ้มเป็นกิโลกรัม
ส
= ระยะลูกตุ้มตกเป็นเซนติเมตร
จ
= ระยะเข็มที่จมครั้งสุดท้ายเป็นเซนติเมตร
ข้อ ๕๔
ในการคำนวณกำลังต้านทานของรากฐานและเสาของอาคารสูงตั้งแต่สามชั้นขึ้นไป
ให้คำนวณน้ำหนักของอาคารรวมทั้งน้ำหนักบรรทุกเต็มอัตรา
ส่วนน้ำหนักบรรทุกของอาคารซึ่งมิใช่เป็นอาคารพิเศษ คลังสินค้า ห้องสมุด
หรือโรงงานอุตสาหกรรมนั้น ให้ลดส่วนลงได้ตามชั้นของอาคารดังนี้
ก. พื้นชั้นสอง ลดอัตราลง ๒๐ ใน ๑๐๐
ข.
พื้นชั้นสาม ๓๐ ๑๐๐
ค.
พื้นชั้นต่อไป ๔๐ ๑๐๐
แนวอาคารและระยะต่างๆ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).