หน้า ๓๑
เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓ฒฒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ จันวาคม ๒๕๐๕
ว.
กฎกระทรวง
สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๐๕
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ซ (๑) (๓) (๕) และ (๓)
แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้้ามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๕๒ และมาตรา ๓ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติ
ควบคุมน้ามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมน้ามันเชื้อเพลิง
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพันกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๓/๑ ของหมวด ๑ บททั่วไป แห่งกฎกระทรวงสถานีบริการ
ก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. ๒๕๐๕
“ข้อ ๓/๑ ผู้ประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติต้องจัดเก็บเอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับ
สถานีบริการก๊าซธรรมชาติอย่างเป็นระบบ และพร้อมให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ตลอด
การประกอบกิจการ โดยอย่างน้อยต้องมีเอกสารและข้อมูล ดังต่อไปนี้
(๑) แบบก่อสร้างและรายการคํานวณความมั่นคงแข็งแรง พร้อมรายละเอียดต่าง ๆ
(๒) รายงานผลการทดสอบและตรวจสอบต่าง ๆ ตามที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้
เอกสารและข้อมูลตามวรรคหนึ่งจะจัดเก็บโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้”
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๓ และข้อ ๒๕ แห่งกฎกระทรวงสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ
พ.ศ. ๒๕๒๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๒๓ การติดตั้งและเชื่อมต่อระบบของถังเก็บและจ่ายก๊าซธรรมชาติอัดตามข้อ ๒๕
ถังเก็บและจ่ายก้าซธรรมชาติเหลวตามข้อ ๒๕ และอุปกรณ์ตามข้อ ๒๒๐ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๒๕ การวางระบบท่อก๊าซธรรมชาติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรี
ประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา”
หน้า ๓๒
เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓« ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ จฉันวาคม ๒๕๐๕
附則
ข้อ ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๕๑/๑ และข้อ ๕๑/๒ ของหมวด ๕ การป้องกัน
และระงับอัคคีภัย แห่งกฎกระทรวงสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. ๒๕๒๐๕
“ข้อ ๕๑/๑ ผู้ประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติต้องจัดทําแผนฉุกเฉินและจัดให้มี
การเตรียมการในกรณีเกิดเหตุฉูกเฉิน
การฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินตามวรรคหนึ่ง ให้ดําเนินการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง พร้อมทั้งจัดทํา
และจัดเก็บรายงานการฝึกซ้อมเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบของกรมธุรกิจพลังงาน
ข้อ ๕๑/๒ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทําให้ถัง ท่อ อุปกรณ์ และเครื่องมือต่าง ๆ ชํารุดเสียหาย
จนเกิดการรั่วไหลของก้าซธรรมชาติ หรือเกิดเหตุเพลิงไหม้ ผู้ประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ
ต้องดําเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกําหนด
ในราชกิจจานุเบกษา”
ข้อ ๕ สถานีบริการก๊าซธรรมชาติที่ได้รับใบอนุญาตและยังประกอบกิจการอยู่ในวันก่อนวันที่
กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับยกเว้นในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ในการจัดเก็บเอกสารและข้อมูลตามข้อ ๓/๑ แห่งกฎกระทรวงสถานีบริการก้าซธรรมชาติ
พ.ศ. ๒๕๒๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้ หากไม่มีแบบก่อสร้างและรายการคํานวณความมั่นคง
แข็งแรง ให้จัดเก็บเอกสารหรือข้อมูลเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เห็นว่ามีความจําเป็น
จะแจ้งให้สถานีบริการก๊าซธรรมชาตินั้นจัดเก็บเอกสารหรือข้อมูลอื่นทดแทนแบบก่อสร้างและรายการ
คํานวณความมั่นคงแข็งแรงก็ได้
(๒) ไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๒๓ และข้อ ๒๕ แห่งกฎกระทรวงสถานีบริการก้าซธรรมชาติ
พ.ศ. ๒๕๒๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่เป็นกรณีมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงการติดตั้ง
หรือการเชื่อมต่อระบบของถังเก็บและจ่ายก้าซธรรมชาติ หรือการวางระบบท่อตามข้อ ๒ หรือข้อ ๒๕
แล้วแต่กรณี ภายหลังจากวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ให้นําความใน (๒) มาใช้บังคับแก่สถานีบริการก๊าซธรรมชาติที่ได้รับความเห็นชอบแบบแปลน
แผนผัง และแบบก่อสร้าง ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ามันเชื้อเพลิงไว้แล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้
ใช้บังคับด้วย
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๕
อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
หน้า ๓๓
เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓« ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ จฉันวาคม ๒๕๐๕
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่หลักเกณฑ์และวิธีการติดตั้งและเชื่อมต่อ
ระบบของถังเก็บและจ่ายก้าซธรรมชาติ อุปกรณ์ และการวางระบบท่อก้าซธรรมชาติในปัจจุบันยังไม่สอดคล้องกับ
การกํากับการประกอบกิจการ จึงเป็นการสมควรที่รัฐมนตรีจะได้กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในเรื่องดังกล่าว
ให้ชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น และเพิ่มเติมข้อกําหนดให้ผู้ประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติจัดเก็บเอกสาร
และข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบตามกฎหมาย รวมทั้งจัดให้มีมาตรการเพื่อการป้องกัน
และระงับเหตุฉุกเฉินและอันตรายที่มีขึ้นเมื่อมีอุบัติเหตุจากการประกอบกิจการสถานีบริการก้าซธรรมชาติ
จึงจําเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).