หน้า ๓
เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ จันวาคม ๒๕๒๐๕
กฎกระทรวง
กําหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหาร
สําหรับปรุงอาหารด้วยความร้อนต้องเป็นไปตามมาตรฐาน
พ.ศ. ๒๕๐๕
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์
อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐาน
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐาน
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพันกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารสําหรับปรุงอาหารด้วยความร้อน
ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก. ๓๕๓๕ - ๒๕๐๕ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ ๒๓๕๕
(พ.ศ. ๒๕๒๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ เรื่อง
กําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารสําหรับปรุงอาหารด้วยความร้อน ลงวันที่
ฒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๕
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๕
ธนกร วังบุญคงชนะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
หน้า ๕
เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ จันวาคม ๒๕๒๐๕
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงอบับนี้ คือ โดยที่มีความจําเป็นต้องควบคุม
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารสําหรับปรุงอาหารด้วยความร้อนให้มีคุณภาพและมีความปลอดภัย
จากสารเคมีที่เป็นอันตรายเพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจจะเกิดแก่ประชาชน กิจการอุตสาหกรรม
และเศรษฐกิจของประเทศ ในการนี้ ได้มีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ ๒๕๕๕ (พ.ศ. ๒๕๒๕)
ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ เรื่อง กําหนดมาตรฐาน
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารสําหรับปรุงอาหารด้วยความร้อน ลงวันที่ «๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๕
และได้มีการดําเนินการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของตัวแทนของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้มีประโยชน์
เกี่ยวข้องครบถ้วนตามความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๒ แล้ว
สมควรกําหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารสําหรับปรุงอาหารด้วยความร้อนต้องเป็นไป
ตามมาตรฐาน จึงจําเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).