หน้า ๑๐
เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ จันวาคม ๒๕๒๐๕
ณส
พระราชกฤษฎกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๕๐๑)
พ.ศ. ๒๕๒๐๕
๕ ๓ 0 =- =
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดศรสินทรมหาวชิราลงกรณ
ณี 9๑/ 9๑7 1 ๓
พระวชรเกลาเจาอยู่หว
ให้ไว้ ณ วันที ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๕
เป็นปีที ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยทีเป็นการสมควรยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ในบางกรณี
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๓๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ (๑)
แห่งประมวลรัษฎากร ซึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที ๑๐)
พ.ศ. ๒๕๓๕๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขีนไว้ ดังต่อไปนี่
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานีเรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎฐากร (ฉบับที่ ๕๐๑) พ.ศ. ๒๕๒๐๕”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานีให้ใช้บังคับตังแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
หน้า ๑
เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ จันวาคม ๒๕๒๐๕
มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้
“จังหวัดท่องเที่ยวรอง” หมายความว่า เขตจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดกําแพงเพชร
จังหวัดจันทบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดชุมพร จังหวัดเชียงราย จังหวัดตรัง จังหวัดตราด
จังหวัดตาก จังหวัดนครนายก จังหวัดนครพนม จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครสวรรค์
จังหวัดนราธิวาส จังหวัดน่าน จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดปัตตานี
จังหวัดพะเยา จังหวัดพัทลุง จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดแพร่
จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดยโสธร จังหวัดยะลา
จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดระนอง จังหวัดราชบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดเลย จังหวัดลําปาง จังหวัดลําพูน
จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสกลนคร จังหวัดสตูล จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสระแก้ว จังหวัดสิงห์บุรี
จังหวัดสุโขทัย จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองบัวลําภู
จังหวัดอ่างทอง จังหวัดอํานาจเจริญ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดอุทัยธานี
จังหวัดอุบลราชธานี และให้หมายความรวมถึงอําเภอในเขตจังหวัดดังต่อไปนี้
(๑) จังหวัดกระบี่ เฉพาะในท้องที่อําเภอเขาพนม อําเภอปลายพระยา และอําเภอลําทับ
(๒) จังหวัดกาญจนบุรี เฉพาะในท้องที่อําเภอด่านมะขามเตี้ย อําเภอท่าม่วง อําเภอท่ามะกา
อําเภอบ่อพลอย อําเภอพนมทวน อําเภอเลาขวัญ อําเภอหนองปรือ และอําเภอห้วยกระเจา
(๓) จังหวัดขอนแก่น เฉพาะในท้องที่อําเภอกระนวน อําเภอเขาสวนกวาง อําเภอโคกโพธิ์ไชย
อําเภอชนบท อําเภอชุมแพ อําเภอซําสูง อําเภอนําพอง อําเภอโนนศิลา อําเภอบ้านไผ่ อําเภอบ้านฝาง
อําเภอบ้านแฮด อําเภอเปือยน้อย อําเภอพระยืน อําเภอพล อําเภอภูผาม่าน อําเภอภูเวียง
อําเภอมัญจาคีรี อําเภอเวียงเก่า อําเภอแวงน้อย อําเภอแวงใหญ่ อําเภอสีชมพู อําเภอหนองนาคํา
อําเภอหนองเรือ อําเภอหนองสองห้อง และอําเภออุบลรัตน์
(๕) จังหวัดฉะเชิงเทรา เฉพาะในท้องที่อําเภอคลองเขื่อน อําเภอท่าตะเกียบ อําเภอบางน้้าเปรี่ยว
อําเภอแปลงยาว อําเภอราชสาส์น และอําเภอสนามชัยเขต
(@) จังหวัดชลบุรี เฉพาะในท้องที่อําเภอเกาะจันทร์ อําเภอบ่อทอง อําเภอบ้านบึง
อําเภอพนัสนิคม อําเภอพานทอง และอําเภอหนองใหญ่
หน้า ๑๕
เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ จันวาคม ๒๕๒๐๕
(๒) จังหวัดเชียงใหม่ เฉพาะในท้องที่อําเภอกัลยาณิวัฒนา อําเภอไชยปราการ อําเภอดอยเต่า
อําเภอดอยสะเก็ด อําเภอดอยหล่อ อําเภอพร้าว อําเภอแม่แจ่ม อําเภอแม่แตง อําเภอแม่วาง
อําเภอแม่อาย อําเภอเวียงแหง อําเภอสะเมิง อําเภอสันทราย อําเภอสันป่าตอง อําเภอสารภี
อําเภออมก๋อย และอําเภอฮอด
(๓) จังหวัดนครราชสีมา เฉพาะในท้องที่อําเภอแก้งสนามนาง อําเภอขามทะเลสอ
อําเภอขามสะแกแสง อําเภอคง อําเภอครบุรี อําเภอจักราช อําเภอเฉลิมพระเกียรติ อําเภอชุมพวง
อําเภอโชคชัย อําเภอด่านขุนทด อําเภอเทพารักษ์ อําเภอโนนแดง อําเภอโนนไทย อําเภอโนนสูง
อําเภอบัวลาย อําเภอบัวใหญ่ อําเภอบ้านเหลื่อม อําเภอประทาย อําเภอปักธงชัย อําเภอพระทองคํา
อําเภอพิมาย อําเภอเมืองยาง อําเภอลําทะเมนชัย อําเภอวังน้้าเขียว อําเภอสีคิ้ว อําเภอสีดา
อําเภอสูงเนิน อําเภอเสิงสาง อําเภอหนองบุญมาก และอําเภอห้วยแถลง
(๕) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เฉพาะในท้องที่อําเภอกุยบุรี อําเภอทับสะแก อําเภอบางสะพาน
อําเภอบางสะพานน้อย และอําเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์
(๑) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เฉพาะในท้องที่อําเภอท่าเรือ อําเภกอนครหลวง อําเภอบางข้าย
อําเภอบางบาล อําเภอบางปะหัน อําเภอบ้านแพรก อําเภอผักไห่ อําเภอภาชี อําเภอมหาราช
อําเภอลาดบัวหลวง อําเภอวังน้อย อําเภอเสนา และอําเภออุทัย
(๑๐) จังหวัดพังงา เฉพาะในท้องที่อําเภอกะปง อําเภอเกาะยาว อําเภอคระบุรี อําเภอตะกัวทุ่ง
อําเภอทับปุด อําเภอท้ายเหมือง และอําเภอเมืองพังงา
(๑๑) จังหวัดเพชรบุรี เฉพาะในท้องที่อําเภอบ้านลาดและอําเภอหนองหญ้าปล้อง
(๑๒) จังหวัดระยอง เฉพาะในท้องที่อําเภอเขาชะเมา อําเภอนิคมพัฒนา อําเภอบ้านค่าย
อําเภอบ้านฉาง อําเภอปลวกแดง และอําเภอวังจันทร์
(๑๓) จังหวัดสงขลา เฉพาะในท้องที่อําเภอกระแสสินธุ์ อําเภอคลองหอยโข่ง อําเภอควนเนียง
อําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอนาทวี อําเภอนาหม่อม อําเภอบางกลํา อําเภอเมืองสงขลา
อําเภอระโนด อําเภอรัตภูมิ อําเภอสทิงพระ อําเภอสะเดา อําเภอสะบ้าย้อย และอําเภอสิงหนคร
(๑๕) จังหวัดสระบุรี เฉพาะในท้องที่อําเภอแก่งคอย อําเภอเฉลิมพระเกียรติ อําเภอดอนพุด
อําเภอบ้านหมอ อําเภอวังม่วง อําเภอวิหารแดง อําเภอหนองแค อําเภอหนองแซง และอําเภอหนองโดน
หน้า ๑๕
เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ จันวาคม ๒๕๒๐๕
(๑๕) จังหวัดสุราษฎร์ธานี เฉพาะในท้องทีอําเภอกาญจนดิษฐ์ อําเภอคีรีรัฐนิคม อําเภอเคียนซา
อําเภอชัยบุรี อําเภอไชยา อําเภอดอนสัก อําเภอท่าฉาง อําเภอท่าชนะ อําเภอบ้านนาเดิม
อําเภอบ้านนาสาร อําเภอพระแสง อําเภอพุนพิน อําเภอเมืองสุราษฎร์ธานี อําเภอวิภาวดี
และอําเภอเวียงสระ
มาตรา ๕ ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน ๓ หมวด ๓ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร
ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สําหรับเงินได้เท่าทีได้จ่ายไปในการอบรมสัมมนาภายในประเทศ
ทิจัดให้แก่ลูกจ้าง ดังต่อไปนี่
(๑) สําหรับเงินได้เป็นจํานวนร้อยละหนึ่งร้อยของรายจ่ายในการอบรมสัมมนาทิบริษัท
ฆ 9/ 9/ 1 = = ๑7 9/ 1 9/ 9/ จฆ่ ๑7 ๑7 1 จ่
หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจัดให้แก่ลูกจ้าง ณ ท้องทีในจังหวัดท่องเทียวรอง
(๒) สําหรับเงินได้เป็นจํานวนร้อยละห้าสิบของรายจ่ายในการอบรมสัมมนาทิบริษัท
ฆ 9/ 9/ 1 = = ๑7 9/ 1 9/ 9/ จฆ่จ่ = =: | ฆ% จ่
หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจัดให้แก่ลูกจ้าง ณ ท้องทีอื่นซึ่งมิใช่ท้องทิตาม (๑)
(๓) สําหรับเงินได้เป็นจํานวนร้อยละห้าสิบของรายจ่ายในการอบรมสัมมนาทิบริษัท
ฆ 9/ 9/ 1 = =: ๑7 9/ 1 9/ 9/ จ่ 1 ฆ่ ๑7 1 9/ จฆ่ 9/ จฆ่ขฆ่
หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจัดให้แก่ลูกจ้างในท้องทีต่อเนื่องกัน ระหว่างท้องทีตาม (๑) และท้องทิอิน
ซึงมิใช่ท้องทิตาม (๑) และเป็นรายจ่ายในการอบรมสัมมนาทิไม่สามารถแยกได้โดยชัดแจ้งว่าส่วนใด
๕ 1 จ่ = =% 9 จข่
เป็นรายจ่ายทีเกิดขึ้นในท้องทีใด
ข๑๓ =% =๑ ขบ ฆ= บ < ข ๕ ๑ 6 ๑จ ฆ่
การได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงือนไข
จ่ = ณฆ ๐
ทอธิบด์ประกาศกําหนด
9๑7๐7/ = =ี 9๑ ณฒ = 9/ 9/ ๕ 1 จ่ 9/ 1
มาตรา ๕ การได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๕ ต้องเป็นรายจ่ายทิได้จ่ายไป
ตั้งแต่วันที ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ถึงวันที ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ทังนี่ เฉพาะรายจ่าย
ดังต่อไปนี
(๑) ค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอืนทิเกียวข้องกับการอบรมสัมมนา
ทีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจ่าย
(๒) ค่าบริการทีได้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนําเทียวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนําเทียว
และมัคคุเทศก์เพื่อการอบรมสัมมนา
หน้า ๒๐
เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ จันวาคม ๒๕๒๐๕
รายจ่ายตามวรรคหนึ่ง บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องจ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพิ่มและต้องได้รับใบกํากับภาษีตามมาตรา ๕๒๐/๕ แห่งประมวลรัษฎากร ทีได้จัดทํา
โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา ๓ โสฬส แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่ค่าขนส่งซึ่งได้จ่าย
ให้แก่ผู้ประกอบการทีไม่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
9/ 9๑7๐7 ๑7 1 ๑7 สฆ่ทๆ ๑๐/ ๐ - =% ๕ = 6
ต้องได้รับใบรับตามมาตรา ๑๐๕ แห่งประมวลรัษฎากร ทิได้จัดทําโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
ตามมาตรา ๓ โสฬส แห่งประมวลรัษฎากร
97๑๐๑” =% =๑ ฆ ฆ =% 9๑7 = ข ๕ ๑7 6 ๑=๑ซฆ
การได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
ฆ่ ฆ่ = จ ๐
และเงื่อนไขทีอธิบดีประกาศกําหนด
附則
มาตรา ๒ ใชห้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อนุทิน ชาญวีรกูล
๑7 ฆ=
นายกรัฐมนตรี
หน้า ๒๑
เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ จันวาคม ๒๕๒๐๕
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรส่งเสริม
และสนับสนุนให้มีการจัดอบรมสัมมนาในประเทศในจังหวัดท่องเที่ยวรองและในท้องที่ของจังหวัดท่องเที่ยวหลัก
ที่ยังมีการท่องเที่ยวน้อย เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ สมควรยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัท
หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้จัดให้มีการอบรมสัมมนาภายในประเทศในจังหวัดและท้องที่ดังกล่าวให้แก่ลูกจ้าง
สําหรับเงินได้เท่าที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จ่ายไป ตั้งแต่วันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ถึงวันที่
๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ จึงจําเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).