我的書籤免費註冊

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2569

子法規・公布 2026-02-05・全 52 條

附則

อารัมภบท附則

หน้า ๕ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕ : 5 5 สซัณี พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสํานักงานเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๒๐๕ ๕ =- เฒ '% ณี พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดศรสินทรมหาวชิราลงกรณ ณี 9๑/ 9๑/ 1 ๑7 พระวชรเกลาเจาอยู่หว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นปีที่ ๑๑ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๓๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์การมหาชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑附則

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสํานักงานเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๐๑”

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

มาตรา ๓附則

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก (๑) พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๕ หน้า «๕ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕ (๒) พระราชกฤษฎีกาจัดตังศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (ฉบับที ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ ในพระราชกฤษฎีกานี “ชีววิทยาศาสตร์” หมายความว่า วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ทีเกียวข้องกับสุขภาพของมนุษย์ ฆ่ ซฆ่จ่ ย และสาขาอืนทิเกียวข้อง “สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านชีววิทยาศาสตร์ “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการสํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ “ผู้อํานวยการ” หมายความว่า ผู้อํานวยการสํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ “เจ้าหน้าที” หมายความว่า เจ้าหน้าทีของสํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ “ลูกจ้าง” หมายความว่า ลูกจ้างของสํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี การจัดตัง วัตถุประสงค์ หน้าทีและอํานาจ ฆ 6 ๕ = 9 ณฆฒ = 6 6 ฆ

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ ใให้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกา ๓ ๐ 6 ๕ = ข ฆ = 6 6 ๕ ๓๑๕9.2.9%7 ฆ จัดตังศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็น “สํานักงานเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน)” ตามพระราชกฤษฎีกานี เรียกโดยย่อว่า “สทนว.” และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “ไ@๐๓ก๐1๐ฮะ ลทส |กกองลน์อท เท เห้@ 5ตเลท6๕๕ร [แลน์อทล| /เฮลท6 (0น๒น์6 0เลทเ7ลน้อท)” เรียกโดยย่อว่า “1แรพ/เ” มาตรา ซ ให้สํานักงานมีทีตังของสํานักงานแห่งใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใกล้เคียง % ๐ 0๐๓๐/ ณฆ ๑ 6 ๑/ |! จ

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ ให้สํานักงานมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี่ (๑) แสวงหา ส่งเสริม สนับสนุน เชือมโยง ต่อยอดและขยายผลเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบริหารทรัพย์สินทางปัญญาสู่การขยายผลเชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและขยายโอกาส ภาคอุตสาหกรรมและงานบริการด้านชีววิทยาศาสตร์ รวมทังการผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าสู่ ระบบสุขภาพภาครัฐ หน้า ๑๐ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕ (๒) แสวงหา เชื่อมโยงแหล่งทุน เพื่อให้เกิดการลงทุนที่เหมาะสมสําหรับธุรกิจ ในภาคอุตสาหกรรมและบริการด้านชีววิทยาศาสตร์ (๓) ติดตามการประเมินผลของเทคโนโลยีและนวัตกรรมภายหลังเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม และการบริการด้านชีววิทยาศาสตร์ (๑ เป็นศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม ข้อมูลธุรกิจอุตสาหกรรม เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนโอกาสทางธุรกิจ ของอุตสาหกรรมและบริการด้านชีววิทยาศาสตร์ (@) ประสานความร่วมมือเพื่อสร้างโอกาสการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และยกระดับ ศักยภาพของธุรกิจอุตสาหกรรมและบริการจากพันธมิตรและเครื่อข่ายผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ (๒) เสนอแนะแนวทางเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนําไปกําหนดยุทธศาสตร์ นโยบาย หรือมาตรการเกี่ยวกับการยกระดับและการขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและบริการเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศ

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ ให้สํานักงานมีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง และมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ (๒) ก่อตั้งสิทธิหรือทํานิติกรรมทุกประเภท เพื่อประโยชน์ในการดําเนินกิจการของสํานักงาน (๓) ทําความตกลงและร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ในกิจการที่เกี่ยวกับการดําเนินการตามวัตถุประสงค์ของสํานักงาน (๓) จัดให้มีและให้ทุนเพื่อสนับสนุนโครงการด้านชีววิทยาศาสตร์และการดําเนินงานของสํานักงาน (๕) บริหารจัดการองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ ตลอดจนทรัพย์สิน ทางปัญญาและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องในการดําเนินการตามวัตถุประสงค์ของสํานักงาน (๒) ถือหุ้น เข้าเป็นหุ้นส่วน หรือเข้าร่วมทุนกับนิติบุคคลอื่น ในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ ของสํานักงาน (๓) กู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการดําเนินการตามวัตถุประสงค์ของสํานักงาน (๕) เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบํารุง ค่าตอบแทน หรือค่าบริการในการดําเนินกิจการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของสํานักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่คณะกรรมการกําหนด (๑) กระทําการอื่นใดที่จําเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสํานักงาน หน้า ๑๑ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕ การถือหุ้น การเข้าเป็นหุ้นส่วน และการเข้าร่วมทุนตาม (๒) ตลอดจนการกู้ยืมเงินตาม (๓) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกําหนด ทุน รายได้ และทรัพย์สิน

หมวด ๒

มาตรา ๑๐附則

มาตรา ๑๐ ทุนและทรัพย์สินในการดําเนินกิจการของสํานักงาน ประกอบด้วย (๑) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาตามมาตรา ๕๕ (๒) เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามความเหมาะสม (๓) เงินอุดหนุนจากภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่น รวมทั้ง จากต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ และเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ (๑ ค่าธรรมเนียม ค่าบํารุง ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือรายได้จากการดําเนินกิจการ (๕@) ดอกผลของเงินหรือรายได้จากทรัพย์สินของสํานักงาน การรับเงินหรือทรัพย์สินตาม (๓) จะต้องไม่กระทําในลักษณะที่ทําให้สํานักงานขาดความเป็นอิสระ หรือความเป็นกลาง

มาตรา ๑๑附則

มาตรา ๑๑ บรรดารายได้ของสํานักงานไม่เป็นรายได้ที่ต้องนําส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นหรือสมควร สํานักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจนํารายได้ ของสํานักงานในจํานวนที่เห็นสมควรส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ๑๒附則

มาตรา ๑๒ อสังหาริมทรัพย์ซึ่งสํานักงานได้มาจากการให้หรือซื้อด้วยเงินรายได้ ของสํานักงานเป็นกรรมสิทธิ์ของสํานักงาน สํานักงานมีอํานาจในการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช้ จําหน่าย และจัดหาประโยชน์ จากทรัพย์สินของสํานักงาน

มาตรา ๑๓附則

มาตรา ๑๓ การใช้จ่ายเงินของสํานักงาน ให้ใช้จ่ายไปเพื่อกิจการของสํานักงานโดยเฉพาะ การเก็บรักษาและเบิกจ่ายเงินของสํานักงาน ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกําหนด การบริหารและการดําเนินกิจการ

หมวด ๓

มาตรา ๑๕附則

มาตรา ๑๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการสํานักงานเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์” ประกอบด้วย หน้า ๑๒ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕ (๑) ประธานกรรมการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูง ในด้านวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องที่เป็นประโยชน์ ต่อกิจการของสํานักงาน (๒) กรรมการโดยตําแหน่ง จํานวนสามคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และผู้อํานวยการสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวนไม่เกินหกคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านธุรกิจอุตสาหกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ การเงิน การต่างประเทศ การลงทุน การตลาด กฎหมาย หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อกิจการ ของสํานักงาน ให้ผู้อํานวยการเป็นกรรมการและเลขานุการโดยตําแหน่ง และให้ผู้อํานวยการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ เป็นผู้ช่วยเลขานุการได้ตามความจําเป็น ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องไม่เป็นข้าราชการ ซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา พนักงานหรือลูกจ้างของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เว้นแต่เป็นผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนดโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการ ซึ่งต้องสอดคล้องกับ หลักเกณฑ์กลางที่คณะรัฐมนตรีกําหนด

มาตรา ๑๕附則

มาตรา ๑๕ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ด้วย (๑) มีอายุไม่ตํากว่าสามสิบห้าปีและไม่เกินเจ็ดสิบปี (๒) ไม่เป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของสํานักงาน (๓) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการที่กระทํากับสํานักงาน หรือในกิจการที่เป็นการแข่งขันกับกิจการของสํานักงาน เว้นแต่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งในนิติบุคคล ซึ่งสํานักงานเป็นผู้ถือหุ้น หรือเข้าเป็นหุ้นส่วนหรือเข้าร่วมทุนตามมาตรา ๕ (9) ทั้งนี้ ตามที่ คณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสีปี หน้า ๑๓ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕ เมื่อครบกําหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพันจากตําแหน่งตามวาระนั้น อยู่ในตําแหน่งเพื่อดําเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่ เข้ารับหน้าที่ ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพันจากตําแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พันจากตําแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อน ความสามารถ (๑ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๑๕ หรือมาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพันจากตําแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตําแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตําแหน่งที่ว่างหรือเป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้น อยู่ในตําแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทนหรือผู้ซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว แล้วแต่กรณี เว้นแต่วาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่แต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนก็ได้ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพันจากตําแหน่งก่อนวาระ และยังไม่มี การแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ แต่ยังมีกรรมการเหลืออยู่เกินถึ่งหนึ่ง ของจํานวนกรรมการทั้งหมด ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จนกว่าจะมีการแต่งตั้ง ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง และในกรณีที่ประธานกรรมการพ้นจากตําแหน่ง ก่อนวาระ ให้กรรมการที่เหลือเลือกกรรมการคนหนึ่งทําหน้าที่ประธานกรรมการเป็นการชั่วคราว

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ คณะกรรมการมีหน้าที่และอํานาจควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการและการดําเนินงาน ของสํานักงานเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ หน้าที่และอํานาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง (๑) กําหนดนโยบายการบริหารงานและให้ความเห็นชอบแผนการดําเนินงานของสํานักงาน (๒) อนุมัติงบประมาณประจําปี งบการเงิน แผนการลงทุน และการดําเนินโครงการ ตามที่คณะกรรมการกําหนด หน้า ๑๕ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕ (๓) กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสนับสนุนโครงการของสํานักงาน (๑ พิจารณายุทธศาสตร์ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการพัฒนาธุรกิจ อุตสาหกรรมและบริการ ด้านชีววิทยาศาสตร์เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (@ ให้คําแนะนําหรือเสนอแนะการแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคอันเกิดจากการบริหารจัดการ ตลอดจนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการในกรณีมีปัญหาหรืออุปสรรคเกี่ยวกับ การประสานงานในการดําเนินการตามวัตถุประสงค์และหน้าที่และอํานาจของสํานักงาน (๒) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือข้อกําหนดเกี่ยวกับสํานักงานในเรื่องดังต่อไปนี้ (ก) การบริหารงานทั่วไป การจัดแบ่งส่วนงาน และขอบเขตหน้าที่ของส่วนงานดังกล่าว (ข) การสรรหา การแต่งตั้ง และการถอดถอนผู้อํานวยการ การปฏิบัติงานและ การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อํานวยการ การรักษาการแทนและการมอบให้ผู้อื่นปฏิบัติงานแทน (ค) การกําหนดตําแหน่ง คุณสมบัติเฉพาะตําแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่น ของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน (ง) การกําหนดประมวลจริยธรรมในการปฏิบัติงานของกรรมการ ผู้อํานวยการ และเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน (จ) การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตั้ง การพัฒนา การประเมินผลงาน การถอดถอน วินัยและการลงโทษทางวินัย การออกจากตําแหน่ง การร้องทุกข์และการอุทธรณ์การลงโทษ ของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ้างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และลูกจ้าง (ฉ) การบริหารและจัดการการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของสํานักงาน รวมทั้ง การบัญชีและการจําหน่ายทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญ (ช) การกําหนดค่าธรรมเนียม ค่าบํารุง ค่าตอบแทน และค่าบริการในการดําเนินกิจการ ของสํานักงาน (ซ) การจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นแก่เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน (ณ) การแต่งตั้ง หน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการตรวจสอบ (ญ) การกําหนดขอบเขตเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ และผู้ตรวจสอบภายใน (ฏ) การกําหนดเครื่องแบบผู้อํานวยการ เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน และเครื่องหมาย ของสํานักงาน หน้า ๑๕ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕ (๓) ให้ความเห็นชอบรายงานประจําปีเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรี (๕) กระทําการอืนใดทีจําเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสํานักงาน (๑) ปฏิบัติหน้าทีอื่นตามทีบัญญัติไว้ในกฎหมาย พระราชกฤษฎีกานี หรือตามทีคณะรัฐมนตรี มอบหมาย ฆ จ่ ๑7 ๐ 1 ๑ ๕6๑ ๑ ส ๕ 97 ๕ ระเบียบเกียวกับการจําหน่ายทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญตาม (๒) (ฉ) ต้องเป็นไปตามกฎหมาย และหลักเกณฑ์ทีคณะรัฐมนตรีกําหนด

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึงหนึ่ง ของจํานวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ให้นําบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการทิมีอํานาจดําเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ในการควบคุมดูแลการดําเนินงานของสํานักงาน ให้คณะกรรมการพิจารณา ๐ = ๑/๕๑ ๐ 0๐/ ข ๕ ๑7 6 =ซฆ = =% ฆ ฆ พฆ่= กําหนดแนวทางการปฏิบัติงานของสํานักงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองทีดี ซ% ข ๕ ฆ่ เล =% ๑7 ร<์ ! =% ฆ =% =๑ ซึงต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิต่อภารกิจ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ ความซือสัตย์สุจริต การลดขันตอนการปฏิบัติงาน การกระจายอํานาจ การตัดสินใจ การอํานวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชน

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ คณะกรรมการมีอํานาจแต่งตังผู้ทรงคุณวุฒิซึงมีความเชียวชาญเป็นทีปรึกษา คณะกรรมการ และมีอํานาจแต่งตังคณะกรรมการตรวจสอบตามมาตรา ๑๕ (๒) (ญ) และคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามทีคณะกรรมการมอบหมายได้ ทีปรึกษาของคณะกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ ประธานอนุกรรมการ ข เซฒู่ขฆเ ข ฐ 1 ฆ ข = จฆ่ ๐ ๑ และอนุกรรมการ จะต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการทิกระทํากับ สํานักงานหรือในกิจการทีเป็นการแข่งขันกับกิจการของสํานักงาน เว้นแต่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งในนิติบุคคล ซ% ๐ ๓๑ ๕ บมฒ 7 ฆ ย ๕ ข [| ฆ ข เ| 9ย ๕ จ่ ซึ่งสํานักงานเป็นผู้ถือหุ้น หรือเข้าเป็นหุ้นส่วน หรือเข้าร่วมทุนตามมาตรา ๕ (9) ทั้งนี่ ตามที คณะกรรมการมอบหมาย ให้นําความในมาตรา ๒๐ มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะอนุกรรมการด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ให้ประธานกรรมการ กรรมการ ทีปรึกษาของคณะกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ ประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการ ได้รับเบียประชุมและประโยชน์ตอบแทนอิน ตามหลักเกณฑ์ทีคณะรัฐมนตรีกําหนด หน้า ๑๐ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ให้สํานักงานมีผู้อํานวยการคนหนึ่ง เป็นผู้บริหารกิจการของสํานักงาน ภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการ คณะกรรมการเป็นผู้มีอํานาจสรรหา แต่งตั้ง และถอดถอนผู้อํานวยการ การสรรหาผู้อํานวยการ ให้เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการซึ่งต้องสอดคล้องกับ หลักเกณฑ์กลางที่คณะรัฐมนตรีกําหนด

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ในการแต่งตั้งผู้อํานวยการต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่มีเหตุต้องแต่งตั้งผู้อํานวยการ และหากมีเหตุผลจําเป็น ให้คณะกรรมการขยายระยะเวลาได้อีก ไม่เกินหกสิบวัน หากดําเนินการไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการพัฒนา และส่งเสริมองค์การมหาชนรายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้อํานวยการ

มาตรา ๒๒附則

มาตรา ๒๒ ผู้อํานวยการต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เหมาะสมกับกิจการ ของสํานักงานตามที่กําหนดไว้ในวัตถุประสงค์และหน้าที่และอํานาจของสํานักงาน สามารถทํางาน ให้แก่สํานักงานได้เต็มเวลา รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วย องค์การมหาชนด้วย

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ ผู้อํานวยการมีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

มาตรา ๒๕附則

มาตรา ๒๕ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ผู้อํานวยการพันจากตําแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ออกตามกรณีที่กําหนดไว้ในสัญญาจ้างหรือข้อตกลงระหว่างคณะกรรมการกับผู้อํานวยการ (๑ คณะกรรมการให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อน ความสามารถ (@) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๒๒๐ มติของคณะกรรมการให้ผู้อํานวยการออกจากตําแหน่งตาม (๕) ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ โดยไม่นับรวมผู้อํานวยการ การขาดคุณสมบัติเพราะมีอายุเกินหกสิบห้าปีบริบูรณ์ ให้ถือว่าเป็นการพันจากตําแหน่ง ตามกําหนดเวลาในสัญญาจ้าง

มาตรา ๒๕附則

มาตรา ๒๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๓๕ วรรคสองและวรรคสาม ให้ผู้อํานวยการมีหน้าที่ บริหารกิจการของสํานักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ของสํานักงาน มติคณะรัฐมนตรี หน้า ๑ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกําหนด นโยบาย และมติของคณะกรรมการ และเป็นผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของสํานักงานทุกตําแหน่ง รวมทั้งให้มีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอยุทธศาสตร์ นโยบาย โครงการ แผนปฏิบัติงาน และงบประมาณประจําปี ต่อคณะกรรมการ เพื่อให้การดําเนินงานของสํานักงานบรรลุวัตถุประสงค์ (๒) เสนอรายงานประจําปีเกี่ยวกับผลการดําเนินงานด้านต่าง ๆ ของสํานักงาน รวมทั้ง รายงานการเงินต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา (๓) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงกิจการและการดําเนินงานของสํานักงาน ให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสํานักงานต่อคณะกรรมการ ผู้อํานวยการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของสํานักงาน

มาตรา ๓๐附則

มาตรา ๓๐ ผู้อํานวยการมีอํานาจ (๑) แต่งตั้งรองผู้อํานวยการหรือผู้ช่วยผู้อํานวยการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ เพื่อเป็นผู้ช่วยปฏิบัติงานของตู้อํานวยการตามที่ผู้อํานวยการมอบหมาย (๒) บรรจุ แต่งตั้ง เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงานตามมาตรา ๓๕ (๑) และ (๓) ตลอดจนให้บุคคลดังกล่าวออกจากตําแหน่ง ทั้งนี้ ตามระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการกําหนด (๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการดําเนินงานของสํานักงานโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกําหนด นโยบาย หรือมติของคณะกรรมการ

มาตรา ๓๑附則

มาตรา ๓๑ ในกรณีที่ไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการหรือผู้อํานวยการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองผู้อํานวยการที่คณะกรรมการกําหนดรักษาการแทน ถ้าไม่มีรองผู้อํานวยการหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งกรรมการหรือเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานตามมาตรา ๓๕ (๑) หรือ (๓) คนหนึ่ง เป็นผู้รักษาการแทน ให้ผู้รักษาการแทนตามวรรคหนึ่งมีหน้าที่และอํานาจเช่นเดียวกับผู้อํานวยการ ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคําสั่งอื่นแต่งตั้งให้ผู้อํานวยการเป็นกรรมการ หรือให้มีหน้าที่และอํานาจอย่างใด ให้ผู้รักษาการแทนเป็นกรรมการหรือมีหน้าที่และอํานาจเช่นเดียวกับ ผู้อํานวยการด้วย แล้วแต่กรณี

มาตรา ๓๒附則

มาตรา ๓๒ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อํานวยการเป็นผู้แทนของสํานักงาน เพื่อการนี้ ผู้อํานวยการจะมอบอํานาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไป ตามระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการกําหนด หน้า ๑๕ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕ นิติกรรมใดที่ผู้อํานวยการหรือผู้รับมอบอํานาจจากผู้อํานวยการกระทําโดยฝ่าฝืนระเบียบ หรือข้อบังคับที่คณะกรรมการกําหนดย่อมไม่ผูกพันสํานักงาน เว้นแต่คณะกรรมการจะให้สัตยาบัน

มาตรา ๓๓附則

มาตรา ๓๓ ให้คณะกรรมการเป็นผู้กําหนดอัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น ของผู้อํานวยการตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกําหนด เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของสํานักงาน

หมวด ๕

มาตรา ๓๕附則

มาตรา ๓๕ เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของสํานักงานมีสามประเภท คือ (๑) เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้าง ได้แก่ ผู้ซึ่งปฏิบัติงานโดยได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างจากงบประมาณ ของสํานักงาน (๒) ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ผู้ซึ่งสํานักงานจ้างให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญโดยมีสัญญาจ้าง (๓) เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมาปฏิบัติงานของสํานักงานเป็นการชั่วคราวตามมาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕附則

มาตรา ๓๕ เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานต้องมีคุณวุฒิหรือประสบการณ์เหมาะสมกับ วัตถุประสงค์ หน้าที่และอํานาจของสํานักงาน สามารถทํางานให้แก่สํานักงานได้เต็มเวลา รวมทั้ง ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนด้วย

มาตรา ๓๐附則

มาตรา ๓๐ เจ้าหน้าที่และลูกจ้างพันจากตําแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๓๕ (๑ ครบกําหนดเวลาจ้างตามสัญญา (๕@) ถูกให้ออก เพราะไม่ผ่านการประเมินผลงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดไว้ในข้อบังคับ (๒) ถูกไล่ออกหรือปลดออก เพราะผิดวินัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดไว้ในข้อบังคับ การขาดคุณสมบัติเพราะมีอายุเกินหกสิบปี ให้ถือว่าเป็นการพันจากตําแหน่งตามกําหนดเวลา ในสัญญาจ้าง

มาตรา ๓๓附則

มาตรา ๓๓ สํานักงานอาจทําสัญญาจ้างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ หรือลูกจ้างตามระยะเวลา ที่กําหนดในสัญญาจ้างได้ หน้า ๑๕ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕

มาตรา ๓๕附則

มาตรา ๓๕ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของสํานักงาน รัฐมนตรีอาจขอให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที หรือผู้ปฏิบัติงานอืนในกระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิน ๑ = = 6 ฆ่ ฆ 1 ฆ่ ๑7 = ๑/ ๕ 9/ ย สฆ่ ฆ ๑ เรจูข๑ร รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนอิน หรือหน่วยงานอินของรัฐ มาปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าทีหรือผู้ปฏิบัติงาน ในสํานักงานเป็นการชัวคราวได้ ทังนี่ เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างของผู้นัน = =ฆ่ ๐ @๑7๕ และมีข้อตกลงทีทําไว้ในการอนุมัติ ในกรณีทีเจ้าหน้าทีของรัฐได้รับอนุมัติให้มาปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าทิหรือผู้ปฏิบัติงานเป็นการชัวคราว = ขฆณ=ฆ 1 ๕ 9๑7๑๐7 ฆ ฆ = ๑7๕ ตามวรรคหนึง ให้ถือว่าเป็นการได้รับอนุญาตให้ออกจากราชการหรือออกจากงานไปปฏิบัติงานใด ๆ และให้นับระยะเวลาระหว่างทีมาปฏิบัติงานในสํานักงานสําหรับการคํานวณบําเหน็จบํานาญ ฆ เล ฆ่ ๐ ฆ ๑7 ฆ 1 เธดุขย=% ฆ = ๑/๕๕ ๕ ๑7 1 หรือประโยชน์ตอบแทนอื่นทํานองเดียวกันเสมือนอยู่ปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานเต็มเวลาดังกล่าว แล้วแต่กรณี เมือสินสุดระยะเวลาทีได้รับอนุมัติให้มาปฏิบัติงานในสํานักงาน ให้เจ้าหน้าทีของรัฐตามวรรคหนึ่ง มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตังให้ดํารงตําแหน่งและรับเงินเดือนในส่วนราชการหรือหน่วยงานเดิม ไม่ตํากว่าตําแหน่งและเงินเดือนเดิมตามข้อตกลงทีทําไว้ในการอนุมัติ การบัญชี การตรวจสอบ และการประเมินผลงานของสํานักงาน

หมวด ๕

มาตรา ๓๕附則

มาตรา ๓๕ การบัญชีของสํานักงาน ให้จัดทําตามหลักเกณฑ์ทิคณะกรรมการกําหนด ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ และต้องจัดให้มีการตรวจสอบ ภายในเกียวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุของสํานักงาน ตลอดจนรายงานผลการตรวจสอบ ให้คณะกรรมการทราบอย่างน้อยปีละครั้ง ในการตรวจสอบภายใน ให้มีเจ้าหน้าทีหรือผู้ปฏิบัติงานของสํานักงานทําหน้าทีเป็นผู้ตรวจสอบ ภายในโดยเฉพาะและให้รับผิดชอบขึ้นตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการตามระเบียบ ทิคณะกรรมการกําหนด ในการแต่งตัง โยกย้าย เลือนเงินเดือน เดือนตําแหน่ง และลงโทษทางวินัยของผู้ตรวจสอบภายใน ให้ผู้อํานวยการและคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาร่วมกันแล้วเสนอให้คณะกรรมการให้ความเห็นชอบก่อน จึงดําเนินการได้

มาตรา ๕๐附則

มาตรา ๕๐ ให้สํานักงานจัดทํารายงานการเงินประจําปีส่งผู้สอบบัญชีภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันสินปิบัญชีทุกป หน้า ๒๐ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕ ในทุกรอบปี ให้สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลภายนอกตามที่คณะกรรมการแต่งตัง ด้วยความเห็นชอบของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีและประเมินผลการใช้จ่ายเงิน ๑7 6= ๐ ๐7 ฆ = ๕ ๕ ๑7 = 6 ขเ ๑7 1 ๕ และทรัพย์สินของสํานักงาน โดยให้แสดงความคิดเห็นเป็นข้อวิเคราะห์ว่าการใช้จ่ายดังกล่าวเป็นไป ตามวัตถุประสงค์ ประหยัด และได้ผลตามเป้าหมายเพียงใด แล้วทําบันทึกรายงานผลการสอบบัญชีเสนอ ต่อคณะกรรมการ ผู้สอบบัญชีมีอํานาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสํานักงาน เข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลทิเกียวข้องในระบบสารสนเทศ สอบถามผู้อํานวยการ รองผู้อํานวยการ ผู้ช่วยผู้อํานวยการ ผู้ตรวจสอบภายใน เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน หรือบุคคลอื่น และเรียกให้ส่ง สรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสํานักงานเป็นการเพิ่มเติมได้ตามความจําเป็น

มาตรา ๕๑附則

มาตรา ๕๑ ให้สํานักงานทํารายงานประจําปีเสนอรัฐมนตรีทุกสินปีงบประมาณ รายงานนี ให้กล่าวถึงผลงานของสํานักงานในปีทีล่วงมาแล้ว รายงานการเงิน พร้อมทังรายงานของผู้สอบบัญชี รวมทังคําชีแจงเกียวกับนโยบายของคณะกรรมการ แผนงาน และโครงการทีจะจัดทําในภายหน้า

มาตรา ๕๒附則

มาตรา ๕๒ การประเมินผลงานของสํานักงานให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน การกํากับดูแล

หมวด ๒๐

มาตรา ๕๓附則

มาตรา ๕๓ ให้รัฐมนตรีมีหน้าทีและอํานาจกํากับดูแลการดําเนินกิจการของสํานักงาน ให้เป็นไปตามกฎหมายและให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสํานักงาน นโยบายของรัฐบาล ๑ ๑ ฆ | ฆ่ จ่ ข ๑ ๐ ๓ ฆ่ จ ข๑ ฆฆ๐ ฆ ๑ มติคณะรัฐมนตรี และแผนต่าง ๆ ทีเกียวข้องกับสํานักงาน เพื่อการนี ให้รัฐมนตรีมีอํานาจสังให้ สํานักงานชีแจง แสดงความคิดเห็น ทํารายงาน หรือยับยังการกระทําของสํานักงานทีขัดต่อกฎหมาย วัตถุประสงค์ของการจัดตังสํานักงาน นโยบายของรัฐบาล มติคณะรัฐมนตรี หรือแผนต่าง ๆ ทีเกียวข้อง กับสํานักงาน ตลอดจนสังสอบสวนข้อเท็จจริงเกียวกับการดําเนินการของสํานักงานได้ บทเฉพาะกาล

มาตรา ๕๕附則

มาตรา ๕๕ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี ภาระผูกพัน งบประมาณ ข 6 ๕ 3 ข ๕ %=% < 6 ฆ่= เ ๓ |1 ๓ จ่ และรายได้ของศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ทีมีอยู่ในวันก่อนวันที ฆ ซัต ข ๑/ ๑ ๕ ๐ ๐/ ฆ ๑7 ข ณฆ = 6 6 พระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับไปเป็นของสํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี หน้า ๒๑ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕

มาตรา ๕๕附則

มาตรา ๕๕ ในวาระเริมแรก ให้คณะกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตังศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึงดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าทีคณะกรรมการสํานักงาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ตามพระราชกฤษฎีกานีไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตัง คณะกรรมการสํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ตามพระราชกฤษฎีกานี ซึ่งต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยีสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ

มาตรา ๕๐附則

มาตรา ๕๐ ในวาระเริมแรก ให้ผู้อํานวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตังศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๕ = ๐ ๐ 1 1 ๑7 1 ๑7 จ่ =. =๊6 9๑7 ๑๐/ ๑๐7 ๕ 9/ ๐ ๐ ๑7 ฆ ซึงดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ เป็นผู้อํานวยการสํานักงานเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ตามพระราชกฤษฎีกานี และให้ปฏิบัติหน้าทีต่อไปจนกว่าสัญญาจ้าง ผู้อํานวยการดังกล่าวจะสินสุดลง การนับวาระการดํารงตําแหน่งของผู้อํานวยการตามวรรคหนึ่ง ให้นับต่อเนื่องกับการนับวาระ ตามพระราชกฤษฎีกานี 9/ บ บ” มฆ่ ขบ 6 ๕ = ปข ฆ = 6

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ ให้โอนเจ้าหน้าทีและลูกจ้างของศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ซึงปฏิบัติหน้าทีอยู่ในวันก่อนวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ ไปเป็นเจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงานของสํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) =. =๊« 9๑7 ๐ ๐ 1 97๑๐2» ณี ฆ =ฆ 1 9/ ๕ = ณี 6 1 ตามพระราชกฤษฎีกานีโดยให้ดํารงตําแหน่งและได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง รวมทังสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ซึงเคยได้รับอยู่ในวันก่อนวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับไปพลางก่อน ทังนี่ จนกว่าจะได้รับการบรรจุ และแต่งตังให้ดํารงตําแหน่งตามมาตรา ๕๕

มาตรา ๕๕附則

มาตรา ๕๕ ให้เจ้าหน้าทิหรือลูกจ้างตามมาตรา ๕๓ ซึ่งประสงค์จะปฏิบัติงานในสํานักงาน ฆ ๑7 จ = = 6 ด 1 ๐ ๕ ๑ =ฆ เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ต่อไป แสดงความจํานงเป็นหนังสือ ต่อผู้อํานวยการสํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ ภายในสามสิบวันนับแต่วันทิ ฆ ฆจัจุบข๑๐ ๓๑ ฆ่ ๐ เ ฆ ๑ท ข ฆ จ่ท ! ๐ พระราชกฤษยฎีกานีใช้บังคับ เมือแสดงความจํานงแล้วจะถอนคืนมิได้ ในกรณีทิไม่แสดงความจํานง ภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าไม่ประสงค์จะปฏิบัติงานในสํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ต่อไป และให้ดําเนินการตามมาตรา ๕๑ ภายในสองร้อยสีสิบวันนับแต่วันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ ให้สํานักงานเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ดําเนินการคัดเลือกเจ้าหน้าทีหรือลูกจ้างตามวรรคหนึ่ง ฆ่ ๕ ขบ ย” อฉ่ ฆ บ ๐ ง๓๑ ฆ ๑7 ย ฆ = 6 เพื่อบรรจุเป็นเจ้าหน้าทีหรือลูกจ้างของสํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ หน้า ๒๒ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕ (องค์การมหาชน) ต่อไป โดยให้นับระยะเวลาทํางานในศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ของเจ้าหน้าทีหรือลูกจ้างทีได้รับการคัดเลือกเป็นระยะเวลาทํางานต่อเนื่องกับ ระยะเวลาทํางานในสํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ด้วย การกําหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการคัดเลือกเจ้าหน้าทีหรือลูกจ้าง เพื่อบรรจุเป็นเจ้าหน้าที =ฆ 9จ/ ๐ ๑7 ฆ ๑7 9จ/ = = 6 6 9๑ ๕ หรือลูกจ้างของสํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ให้เป็นไป ตามทีคณะกรรมการตามมาตรา ๕๕ ประกาศกําหนด 9/ 9/ จ่ ฆ 9/ = 1 6 ณ-ณ ๑7/- ๐ ๑7 ฆ

มาตรา ๕๕附則

มาตรา ๕๕ เจ้าหน้าทีหรือลูกจ้างซึงไม่ประสงค์จะปฏิบัติงานในสํานักงานเทคโนโลยี ๑7 9/ = = 6 ด 1 '= 1 97๑๐7» ๑7 =ฆ และนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ต่อไป หรือไม่ได้รับการคัดเลือกตามมาตรา ๕๕ วรรคสอง แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าออกจากงานเพราะเลิกจ้างโดยมิใช่ความผิดของเจ้าหน้าทีหรือลูกจ้าง และให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนการเลิกจ้างตามข้อบังคับคณะกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ ว่าด้วยการพัฒนาและบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๐๕ และทีแก้ไขเพิ่มเติม ทังนี ตังแต่วันทีพันกําหนดเวลา จฆ่ 9/ ๐ =ฆ ๑7 จ่ ก 97๑๐2» ๑7 =ฆ 9/ 1 ฆ ทิให้แสดงความจํานงหรือวันทิไม่ได้รับการคัดเลือก แล้วแต่กรณี

มาตรา ๕๐附則

มาตรา ๕๐ ในระหว่างทียังไม่มีระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกําหนด หรือมติ ของคณะกรรมการตามพระราชกฤษฎีกานี ให้นําระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกําหนด หรือมติ ของคณะกรรมการ ทีออกตามพระราชกฤษฎีกาจัดตังศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ฆ่๑ ยข ๑/ ๑ เว 7 เ ไ - จ 0 ข๑/ ๑ สจ่ท !'๓๑ พ.ศ. ๒๕๕๕ บรรดาทิใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันทิพระราชกฤษฎีกานิใช้บังคับ มาใช้บังคับเท่าทิไม่ขัด หรือแย้งต่อพระราชกฤษฎีกานี จนกว่าจะได้มีการออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกําหนด หรือมติของคณะกรรมการตามพระราชกฤษฎีกานี ทังนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันทิพระราชกฤษฎีกานี ใช้บังคับ ฆ่ ๐ ๑7 = ๑7 9/ = = 6 6

มาตรา ๕๑附則

มาตรา ๕๑ เมือสํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ๐ ณี 9/ ณฆ| ๑7 1๑» จ่ ณฆ =๊% 9/7 ๐๑/ ๑» 9/ ๐ ๑7 ๑7 9๑/ = ดําเนินการครบห้าปีนับแต่วันทิีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ ให้สํานักงาน ก.พ.ร. จัดให้มีการประเมิน 9/ 1 ๐ =- จฆ่ 9๑ ๕ ๑7 6 ๑7 1 ความคุ้มค่าในการดําเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ ตลอดระยะเวลาดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทีคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนกําหนด หากไม่คุ้มค่า หรือมีความคุ้มค่าตํากว่าหลักเกณฑ์และเงือนไขทีคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนกําหนด ให้สํานักงาน ก.พ.ร. รายงานคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนเพือมีมติให้ยุบเลิก และโอนถ่ายภารกิจไปให้หน่วยงานอิ่นต่อไป หากดําเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ปรากฏว่ามีความคุ้มค่าสมควรดําเนินการต่อไป ให้มีการทบทวน ตามวรรคหนึ่งทุกห้าปีนับแต่ครบห้าปีแรกนับแต่วันทิีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ หน้า ๒๓ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕ ฆซฆ่ฆ จ่ ๑7 ๐ = จ 4

มาตรา ๕๒附則

มาตรา ๕๒ ในกรณีทิมีปัญหาเกียวกับการดําเนินการตามบทเฉพาะกาลของพระราชกฤษฎีกานี ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นผู้สังการและให้คําวินิจฉัยนัน ๕ จ่ ฆ 1 1 ฆ = ๑/- ๐ =๕=% 0๐/ ม เป็นทิสุด โดยให้หน่วยงานต่าง ๆ ถือปฏิบัติตามคําวินิจฉัยนัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวีรกูล ๑7 ฆ= นายกรัฐมนตรี หน้า ๒๕ เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยปรับเปลี่ยนบทบาทภารกิจของศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ให้สอดคล้องกับ การพัฒนาทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน เพื่อยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศให้ก้าวสู่ระดับสากล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้แก่อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ ตลอดจนส่งเสริมและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านชีววิทยาศาสตร์ของผู้ให้บริการภาครัฐ อันจะส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการและการรักษา ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จึงสมควรปรับเปลี่ยนศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) มาเป็นสํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) โดยปรับปรุงวัตถุประสงค์ หน้าที่และอํานาจ รวมทั้งองค์ประกอบของคณะกรรมการ ตลอดจนบทบัญญัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจของสํานักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) เกิดประสิทธิผลยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查