附則
หน้า ๑
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕
ว.
กฎกระทรวง
การขออนุญาตและการอนุญาตให้นําเข้า ส่งออก นําผ่าน
เพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้้าบางชนิด
พ.ศ. ๒๕๒๐๕
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกําหนด
การประมง พ.ศ. ๒๕๕๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้นําเข้า ส่งออก นําผ่าน
เพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้าบางชนิด พ.ศ. ๒๕๕๓
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
“ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตให้นําเข้าสัตว์น้า ใบอนุญาตให้ส่งออกสัตว์น้้า
ใบอนุญาตให้นําผ่านสัตว์น้า ใบอนุญาตให้ทําการเพาะเลี้ยงสัตว์น้า หรือใบอนุญาตให้มีสัตว์น้้าไว้
ในครอบครอง ซึ่งเป็นสัตว์น้้าที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดห้ามการนําเข้า ส่งออก นําผ่าน เพาะเลี้ยง
หรือมีไว้ในครอบครองตามมาตรา ๒๕
“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎกระทรวงนี้
บททั่วไป
ข้อ ๓ การยื่นคําขอ การแจ้งหรือส่งข้อมูลหรือเอกสารหรือหลักฐาน หรือการติดต่อ
หรือออกเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ รวมทั้งการชําระค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวงนี้ ให้ดําเนินการ
ตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีเหตุไม่สามารถดําเนินการ
โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ดําเนินการโดยวิธีการและสถานที่ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีการนําเข้า ส่งออก หรือนําผ่านสัตว์น้้าที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดห้ามการนําเข้า
ส่งออก หรือนําผ่านตามมาตรา ๒๕
(ก) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ ด่านตรวจประมง ศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจประมง
หรือกองตรวจสอบเรือประมง สินค้าสัตว์น้า และปัจจัยการผลิต ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
หน้า ๒
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕
(ข) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ด่านตรวจประมงหรือศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจประมง
ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
(ค) สถานที่หรือวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๒) กรณีการเพาะเลี้ยงหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้้าที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดห้ามการเพาะเลี้ยง
หรือมีไว้ในครอบครองตามมาตรา ๒๕
(ก) กรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สํานักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร
(ข) จังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ สํานักงานประมงจังหวัด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
(ค) สถานที่หรือวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๕ คําขอรับใบอนุญาต บันทึกการตรวจสอบคําขอรับใบอนุญาต ใบอนุญาต และคําขอรับ
ใบแทนใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๕ เมื่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตแล้ว
อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายอาจกําหนดรายละเอียดของเงื่อนไขที่จําเป็นไว้ในใบอนุญาต เพื่อให้บรรลุ
วัตถุประสงค์ตามกฎหมายว่าด้วยการประมงด้วยก็ได้
ข้อ ๒ นอกจากหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ ผู้รับอนุญาตให้นําเข้า ส่งออก
นําผ่าน เพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้้าที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดห้ามการนําเข้า ส่งออก
นําผ่าน เพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองตามมาตรา ๒๕ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้
ในใบอนุญาตด้วย
การขออนุญาตและการอนุญาต
การนําเข้า การส่งออก หรือการนําผ่านสัตว์น้าบางชนิด
ข้อ ๓ ผู้ใดประสงค์จะนําเข้า ส่งออก หรือนําผ่านสัตว์น้้าที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดห้าม
การนําเข้า ส่งออก หรือนําผ่านตามมาตรา ๒๕ ให้ยื่นคําขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคําขอ
ข้อ ๕ เมื่อได้รับคําขอรับใบอนุญาตให้นําเข้า ส่งออก หรือนําผ่านสัตว์น้้าแล้ว ให้เจ้าหน้าที่
ออกใบรับคําขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต และดําเนินการตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคําขอรับ
ใบอนุญาต และเอกสารหรือหลักฐาน
กรณีที่คําขอรับใบอนุญาต เอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้
ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งผู้ขอรับใบอนุญาต
แก้ไขเพิ่มเติมคําขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องและครบถ้วน
หน้า ๓
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕
หากไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นให้บันทึกรายละเอียดของเอกสารหรือหลักฐานที่ไม่ถูกต้อง
หรือไม่ครบถ้วนนั้นไว้ในบันทึกการตรวจสอบคําขอรับใบอนุญาต และกําหนดระยะเวลาที่จะต้องจัดส่ง
เอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนและแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคําขอรับใบอนุญาต
หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กําหนด ในกรณีที่การยื่นคําขอรับ
ใบอนุญาตมิได้กระทําโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้เจ้าหน้าที่และผู้ขอรับใบอนุญาตลงนามไว้
ในบันทึกนั้นด้วย
กรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคําขอรับใบอนุญาต หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐาน
ให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์
จะดําเนินการต่อไป และให้เจ้าหน้าที่จําหน่ายเรื่องออกจากสารบบและคืนคําขอให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต
โดยแจ้งถึงเหตุแห่งการคืนคําขอให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบด้วย
ข้อ ๕ การพิจารณาอนุญาตให้นําเข้าสัตว์น้้าที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดห้ามการนําเข้า
ตามมาตรา ๒๕ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) จํานวนสัตว์น้้าที่มือยู่ในประเทศเพื่อตรวจสอบการแพร่พันธุ์ภายในประเทศ วิธีการสืบพันธุ์
ความปลอดภัยของพันธุ์สัตว์น้าที่หายาก และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์น้าภายในประเทศ รวมทั้ง
สภาพของสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้าหรือสถานที่ที่มีสัตว์น้าไว้ในครอบครองและผลกระทบต่อความสมดุล
ของระบบนิเวศ
(๒) กรณีนําเข้าสัตว์น้าดัดแปลงพันธุกรรม สัตว์น้้าต่างถิ่นที่ไม่ได้มีถิ่นกําเนิดในประเทศไทย
ตามที่อธิบดีประกาศกําหนด หรือสัตว์น้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์นําพื้นเมืองและระบบนิเวศ
ต้องมีเอกสารแสดงความเห็นชอบให้นําเข้าของคณะกรรมการด้านความหลากหลายและด้านความปลอดภัย
ทางชีวภาพของกรมประมง
(๓) กรณีนําเข้าสัตว์น้าเพื่อการเพาะเลี้ยงหรือมีไว้ในครอบครองต้องแสดงใบอนุญาตให้ทํา
การเพาะเลี้ยงสัตว์น้้าหรือใบอนุญาตให้มีสัตว์น้้าไว้ในครอบครองเพื่อประกอบการนําเข้าด้วย เว้นแต่ผู้นําเข้า
สามารถแสดงเอกสารหรือหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าสัตว์นําดังกล่าวมิได้นําเข้ามาเพื่อการเพาะเลี้ยง
ข้อ ๑๐ การพิจารณาอนุญาตให้ส่งออกสัตว์น้้าที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดห้ามการส่งออก
ตามมาตรา ๒๕ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ชนิดพันธุ์และจํานวนสัตว์น้้าที่มีอยู่ในประเทศ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
ของพันธุ์สัตว์น้าที่หายาก รวมทั้งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อวงจรชีวิตของสัตว์น้าอื่นและความสมดุล
ของระบบนิเวศ
หน้า ๕
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕
(๒) กรณีเป็นชนิดพันธุ์สัตว์น้าที่หายากต้องมีหนังสือรับรองว่าเป็นสัตว์น้้าที่ได้จาก
การเพาะเลี้ยงจากกรมประมงหรือผู้ซึ่งกรมประมงประกาศกําหนด
ข้อ ๑๑ การพิจารณาอนุญาตให้นําผ่านสัตว์น้้าที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดห้ามการนําผ่าน
ตามมาตรา ๒๕ ให้พิจารณาตามชนิดพันธุ์และจํานวนสัตว์น้าซึ่งต้องตรงกับที่ขออนุญาต
ความปลอดภัยของสัตว์นําในประเทศ และอันตรายที่อาจเกิดจากสัตว์น้้านั้น
ข้อ ๑๒ ในการพิจารณาคําขอรับใบอนุญาตให้นําเข้า ส่งออก หรือนําผ่านสัตว์น้้า ให้อธิบดี
หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ขอรับใบอนุญาตภายในห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคําขอรับ
ใบอนุญาตและเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน
ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคําสั่งอนุญาต ให้แจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตชําระ
ค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กําหนด เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตชําระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้ออกใบอนุญาต
แก่ผู้นั้นโดยไม่ชักช้า ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ชําระค่าธรรมเนียมภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้ถือว่าผู้นั้น
ไม่ประสงค์จะรับใบอนุญาตและให้จําหน่ายเรื่องออกจากสารบบ
ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคําสั่งไม่อนุญาต ให้แจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ
ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคําสังไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลและแจ้งสิทธิอุทธรณ์ด้วย
ใบอนุญาตให้นําเข้าสัตว์น้า ใบอนุญาตให้ส่งออกสัตว์น้า หรือใบอนุญาตให้นําผ่านสัตว์น้า
ให้มีอายุไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตนั้น
ข้อ ๑๓ ผู้รับอนุญาตให้นําเข้า ส่งออก หรือนําผ่านสัตว์น้าต้องแสดงใบอนุญาตต่อพนักงาน
เจ้าหน้าที่ประจําด่านตรวจประมงและนําสัตว์น้้าเคลื่อนที่ผ่านด่านตรวจประมงตามที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี
มอบหมายกําหนดไว้ในใบอนุญาต เว้นแต่มีเหตุจําเป็นหรือโดยสภาพข้อเท็จจริงที่ไม่อาจนําสัตว์น้านั้น
เคลื่อนที่ผ่านด่านตรวจประมงนั้น ให้ผู้รับอนุญาตให้นําเข้า ส่งออก หรือนําผ่านสัตว์น้าแจ้งต่อพนักงาน
เจ้าหน้าที่ประจําด่านตรวจประมงนั้น
ข้อ ๑๕ การนําผ่านสัตว์น้้าที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดห้ามการนําผ่านตามมาตรา ๒๕
ผู้รับอนุญาตต้องไม่เปิดหรือเปลี่ยนถ่ายภาชนะบรรจุสัตว์นํานั้น ยกเว้นกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย
และจําเป็นต้องมีการเปิดภาชนะบรรจุสัตว์น้้าซึ่งผู้ปฏิบัติงานจะต้องดําเนินการภายใต้คําสั่งและการควบคุม
ของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจําด่านตรวจประมงอย่างใกล้ชิด
การเพาะเลี้ยงหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้้าบางชนิด
ข้อ ๑๕ ผู้ใดประสงค์จะทําการเพาะเลี้ยงหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้าที่รัฐมนตรีประกาศ
กําหนดห้ามการเพาะเลี้ยงหรือมีไว้ในครอบครองตามมาตรา ๒๕ ให้ยื่นคําขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดี
หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคําขอ โดยต้องแจ้งที่มา
ของสัตว์น้้าที่จะขออนุญาตให้ชัดเจน
หน้า ๕
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕
ให้นําความในข้อ ๕ มาใช้บังคับแก่การออกใบรับคําขอและการตรวจสอบความถูกต้อง
และครบถ้วนของคําขอรับใบอนุญาตและเอกสารหรือหลักฐานตามวรรคหนึ่งด้วย
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่คําขอรับใบอนุญาตให้ทําการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าและเอกสารหรือหลักฐาน
ถูกต้องและครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่จัดส่งคําขอรับใบอนุญาตและเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวให้แก่
เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินเพื่อดําเนินการตรวจสอบและจัดทําความเห็นเสนอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี
มอบหมาย
ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินตามวรรคหนึ่งนัดวันและเวลาการตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้้า
ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ
ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินตามวรรคหนึ่งประกอบด้วย
(๑) เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร
(ก) กรณีทําการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าจืด ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสํานักงานประมง
พื้นที่กรุงเทพมหานคร กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าจืด และกองวิจัยและพัฒนาประมงนําจืด
อย่างน้อยหน่วยงานละหนึ่งคน
(ข) กรณีทําการเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเล ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสํานักงานประมง
พื้นที่กรุงเทพมหานคร กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าชายฝั่ง และกองวิจัยและพัฒนาประมงทะเล
อย่างน้อยหน่วยงานละหนึ่งคน
(๒) เขตพื้นที่จังหวัดอื่น
(ก) กรณีทําการเพาะเลี้ยงสัตว์นําจืด ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสํานักงานประมงจังหวัด
อย่างน้อยหนึ่งคน และเจ้าหน้าที่จากกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าจืด กองวิจัยและพัฒนา
ประมงน้้าจืด หรือกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้า ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ อย่างน้อยหนึ่งคน
ตามที่ประมงจังหวัดเห็นสมควร โดยเมื่อรวมจํานวนทั้งหมดแล้วต้องไม่น้อยกว่าสามคน
(ข) กรณีทําการเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเล ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากสํานักงานประมงจังหวัด
อย่างน้อยหนึ่งคน และเจ้าหน้าที่จากกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าชายฝั่ง กองวิจัย
และพัฒนาประมงทะเล กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้า กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้้า
หรือกองวิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์น้ํา ในเขตพื้นที่รับถิดชอบ อย่างน้อยหนึ่งคน ตามที่ประมงจังหวัด
เห็นสมควร โดยเมื่อรวมจํานวนทั้งหมดแล้วต้องไม่น้อยกว่าสามคน
ข้อ ๑๕ ในการตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้า ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินตรวจสอบ
สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้าตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ลักษณะของสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้า
(ก) ต้องแยกออกจากบริเวณสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้าอื่นอย่างชัดเจน
(ข) ต้องมีผนังหรือกําแพงโดยรอบบริเวณเพื่อป้องกันการหลุดรอดของสัตว์น้้า
หน้า ๒
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕
(ค) บ่อ ตู้ หรือภาชนะอื่นใดที่ใช้ทําการเพาะเลี้ยงสัตว์น้า ต้องมีความคงทน แข็งแรง
ไม่แตก และไม่รัวซึม
(ง) ต้องมีการจัดทําหมายเลขประจําบ่อ ตู้ หรือภาชนะอื่นใดที่ใช้ทําการเพาะเลี้ยงสัตว์น้า
(จ) ต้องมีทางระบายนัาที่มีระบบ อุปกรณ์ และวิธีการป้องกันการหลุดรอดของสัตว์น้้า
ลูกสัตว์น้า และไข่สัตว์น้า
(ฉ) ต้องมีศักยภาพเหมาะสมกับจํานวนสัตว์น้้าที่ทําการเพาะเลี้ยง
(ช) ในกรณีที่มีการเคลื่อนย้ายสัตว์น้าภายในสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้า ต้องจัดให้มีระบบ
อุปกรณ์ และวิธีการป้องกันการหลุดรอดของสัตว์น้้า ลูกสัตว์น้า และไข่สัตว์น้า
(๒) ต้องจัดให้มีคู่มือปฏิบัติงานประจําของสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้า โดยอย่างน้อยต้องระบุ
ข้อมูลทั่วไป แผนที่ตั้ง แผนผังสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้า วิธีการเตรียมน้า เตรียมบ่อ การให้อาหาร
แบบบันทึกการเลี้ยง บันทึกอื่น ๆ และแผนการป้องกันสัตว์น้า ลูกสัตว์น้า และไข่สัตว์น้าหลุดรอด
(๓) ต้องมีมาตรการควบคุมการเข้าออกสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้าเพื่อป้องกันการนําสัตว์น้้า
ออกจากสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้า
(๓ ต้องกําหนดให้มีบุคคลผู้ทําหน้าที่ดูแลรับผิดชอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้าอย่างชัดเจน
(@ กรณีสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้้าอยู่ในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เช่น
พื้นที่ที่เกิดน้าท่วมข้าซาก ต้องมีมาตรการป้องกันการหลุดรอดของสัตว์น้้า
ข้อ ๑๕ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินจัดทําความเห็นเสนอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
ให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้าแล้วเสร็จ
กรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินดําเนินการตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์นําแล้วเห็นว่าเป็นไป
ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดตามข้อ ๑๓ ให้จัดทําความเห็นเสนอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
เพื่อพิจารณาอนุญาตต่อไป
กรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินดําเนินการตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์นําแล้วเห็นว่า
ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดตามข้อ ๑ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาต
ดําเนินการแก้ไขข้อบกพร่องให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กําหนด เมื่อผู้ขอรับใบอนุญาตดําเนินการ
ปรับปรุงแก้ไขถูกต้องแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินดําเนินการตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้าอีกครั้ง
กรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ดําเนินการแก้ไขข้อบกพร่องภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้ถือว่า
ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะดําเนินการต่อไปและให้เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ
พร้อมทั้งจัดทําความเห็นเสนอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
ข้อ ๑๕ การพิจารณาอนุญาตให้ทําการเพาะเลี้ยงสัตว์น้้าที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดห้าม
การเพาะเลี้ยงตามมาตรา ๒๕ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
หน้า ๓
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕
(๑) จํานวนสัตว์น้้าที่มือยู่ในประเทศหรือต่างประเทศเพื่อตรวจสอบการแพร่พันธุ์ภายในประเทศ
ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ วิธีการสืบพันธุ์ ความปลอดภัยของพันธุ์สัตว์น้าที่หายากและอันตราย
ที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์น้้าภายในประเทศ รวมทั้งสภาพของสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์นํา และผลกระทบต่อ
ความสมดุลของระบบนิเวศ
(๒) สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้าต้องมีการจัดระบบการดูแลสัตว์น้า ความปลอดภัยของพันธุ์สัตว์น้า
และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์น้าภายในประเทศ รวมทั้งผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศ
(๓) ต้องไม่ทําการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าในที่จับสัตว์น้าซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
ข้อ ๒๐ การพิจารณาอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้้าที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดห้าม
การมีไว้ในครอบครองตามมาตรา ๒๕ ให้พิจารณาถึงจํานวนสัตว์น้้าที่มีอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ
เพื่อตรวจสอบการแพร่พันธุ์ภายในประเทศ ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ วิธีการสืบพันธุ์ ความปลอดภัย
ของพันธุ์สัตว์น้าที่หายาก และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์น้าภายในประเทศ รวมทั้งสภาพของสถานที่
ที่มีสัตว์น้าไว้ในครอบครองและผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศ
ข้อ ๒๑ ในการพิจารณาคําขอรับใบอนุญาตให้ทําการเพาะเลี้ยงสัตว์น้้า ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี
มอบหมายแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ขอรับใบอนุญาตภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคําขอรับใบอนุญาต
และเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน
ในการพิจารณาคําขอรับใบอนุญาตให้มีสัตว์น้าไว้ในครอบครอง ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี
มอบหมายแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้ขอรับใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคําขอรับใบอนุญาต
และเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน
ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคําสั่งอนุญาต ให้ออกใบอนุญาตแก่ผู้นั้นโดยไม่ชักข้า
ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคําสั่งไม่อนุญาต ให้แจ้งผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ
ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคําสังไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลและแจ้งสิทธิอุทธรณ์ด้วย
ใบอนุญาตให้ทําการเพาะเลี้ยงสัตว์น้้าหรือใบอนุญาตให้มีสัตว์น้าไว้ในครอบครอง ให้มีอายุสองปี
นับแต่วันที่ออกใบอนุญาตหรือถือว่าได้รับใบอนุญาต แล้วแต่กรณี
ข้อ ๒๒ ผู้รับอนุญาตให้ทําการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าหรือให้มีสัตว์นําไว้ในครอบครอง ต้องปฏิบัติ
ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจํานวน ต้องจัดทําบันทึกการเปลี่ยนแปลงจํานวนของสัตว์น้้า
ที่ทําการเพาะเลี้ยงหรือที่มีไว้ในครอบครอง และเก็บไว้เป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
(๒) กรณีที่มีการหลุดรอดของสัตว์น้้า ผู้รับอนุญาตต้องแจ้งการหลุดรอดดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่
ภายในยี่สิบสีชั่วโมงนับแต่วันที่ทราบเหตุดังกล่าว
(๓) ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์นําออกจากสถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้ทําการเพาะเลี้ยงสัตว์น้า
หรือให้มีสัตว์น้ําไว้ในครอบครองโดยเด็ดขาด
หน้า ๕
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕
(๓ กรณีไม่ประสงค์จะทําการเพาะเลี้ยงสัตว์น้้าหรือมีสัตว์น้าไว้ในครอบครองแล้ว ให้นําสัตว์น้านั้น
ส่งมอบให้แก่กรมประมงเพื่อดูแลหรือทําลายตามที่เห็นสมควร
(@) ปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นที่กําหนดไว้ในใบอนุญาต
ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตให้ทําการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าหรือให้มีสัตว์นําไว้ในครอบครองส่งมอบสัตว์น้้า
ที่ไม่ประสงค์จะทําการเพาะเลี้ยงหรือมีไว้ในครอบครองให้แก่กรมประมงตาม (๕) ซึ่งเป็นสัตว์น้า
ตามชนิดและจํานวนที่ได้รับอนุญาตทั้งหมด ให้ใบอนุญาตให้ทําการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าหรือให้มีสัตว์น้าไว้
ในครอบครองสําหรับชนิดและจํานวนสัตว์น้านั้นเป็นอันสิ้นผล
ข้อ ๒๓ ผู้รับอนุญาตให้นําเข้าสัตว์น้าหรือให้ทําการเพาะเลี้ยงสัตว์น้า ให้ถือว่าได้รับอนุญาต
ให้มีสัตว์น้าไว้ในครอบครองด้วย
การออกใบแทนใบอนุญาต
ข้อ ๒๕ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทําลาย หรือชํารุดเสียหายในสาระสําคัญ ให้ผู้รับอนุญาต
ยื่นคําขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้
ในแบบคําขอ และให้นําความในข้อ ๕ ข้อ ๑๒ และข้อ ๒๑ มาใช้บังคับแก่การขอรับใบแทน
ใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้ขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้รับอนุญาต และใบอนุญาตสูญหาย
ถูกทําลาย หรือชํารุดเสียหายในสาระสําคัญจริง ให้เสนอความเห็นประกอบการพิจารณาต่ออธิบดี
หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อออกใบแทนใบอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคําขอภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคําขอ
ในกรณีที่มีคําสั่งอนุญาตให้ออกใบแทนใบอนุญาต ให้ออกใบแทนใบอนุญาตโดยใช้แบบใบอนุญาตเดิม
และระบุคําว่า “ใบแทน” หรือใช้ข้อความอื่นใดทํานองเดียวกันไว้ที่กึ่งกลางส่วนบนด้านหน้าของใบอนุญาต
โดยหากเป็นใบแทนใบอนุญาตให้นําเข้า ส่งออก หรือนําผ่านสัตว์น้า ผู้ขอรับใบแทนใบอนุญาต
ต้องชําระค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาตให้ครบถ้วนก่อนด้วย
ในกรณีที่มีคําสั่งไม่อนุญาตให้ออกใบแทนใบอนุญาต ให้แจ้งผู้ขอรับใบแทนใบอนุญาตทราบ
ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคําสังไม่อนุญาต พร้อมด้วยเหตุผลและแจ้งสิทธิอุทธรณ์ด้วย
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๕ คําขอรับใบอนุญาตและคําขอรับใบแทนใบอนุญาตที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้
ใช้บังคับและยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ให้ถือว่าเป็นคําขอตามกฎกระทรวงนี้ และให้พิจารณา
ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในกฎกระทรวงนี้
หน้า «
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕
ในกรณีที่คําขอที่ยื่นตามวรรคหนึ่งและเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคําขอดังกล่าวแตกต่างไป
จากที่กําหนดในกฎกระทรวงนี้ ให้เจ้าหน้าที่มีอํานาจสั่งให้ดําเนินการแก้ไขเพิ่มเติมคําขอหรือจัดส่ง
เอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมได้ตามความจําเป็น เพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๒๒ ใบอนุญาตและใบแทนใบอนุญาตที่ออกให้ตามกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาต
ให้นําเข้า ส่งออก นําผ่าน เพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้าบางชนิด พ.ศ. ๒๕๕๓
ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุหรือถูกเพิกถอน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๕
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หน้า ๑๐
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐๕
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข
ในการขออนุญาตและการอนุญาตให้นําเข้า ส่งออก นําผ่าน เพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้าบางชนิด
ตามที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้นําเข้า ส่งออก นําผ่าน เพาะเลี้ยง หรือมีไว้
ในครอบครองซึ่งสัตว์น้าบางชนิด พ.ศ. ๒๕๕๕ ยังไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการประกาศกําหนด
ห้ามการนําเข้า ส่งออก นําผ่าน เพาะเลี้ยง หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์น้าบางชนิดตามมาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชกําหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดการประมง (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๒๐ สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังกล่าวให้เหมาะสมยิงขึ้นเพื่อให้การคุ้มครอง
พันธุ์สัตว์น้้าที่หายากและการป้องกันอันตรายมิให้เกิดแก่สัตว์น้าและระบบนิเวศบรรลุผลตามวัตถุประสงค์
รวมทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับการดําเนินการของกรมประมงในปัจจุบัน จึงจําเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).