หน้า ๑
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๒๐๕
49»
กฎกระทรวง
แบ่งส่วนราชการสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สํานักนายกรัฐมนตรี
พ.ศ. ๒๕๒๐๕
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ ฉ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕)
พ.ศ. ๒๕๕๓ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิก
(๑) กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักนายกรัฐมนตรี
พ.ศ. ๒๕๕๒๐
(๒) กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักนายกรัฐมนตรี
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๐๐
(๓) กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักนายกรัฐมนตรี
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๐
ข้อ ๒ ให้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีภารกิจเกี่ยวกับการจัดทํากฎหมาย
การใช้กฎหมาย และการพัฒนากฎหมายให้ถูกต้อง สร้างความเป็นธรรม และส่งเสริมการพัฒนาประเทศ
และประโยชน์สุขของประชาชน ตลอดจนพัฒนาบุคลากรให้มีความเชียวชาญด้านกฎหมาย
โดยให้มีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้
(๑) พิจารณาและจัดทําร่างกฎหมายตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
และพิจารณาเสนอความเห็นให้มีการแก้ไข ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมาย รวมทั้งช่วยเหลือหน่วยงานของรัฐ
ในการจัดทําร่างกฎหมาย
(๒) ให้ความเห็นทางกฎหมายแก่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานของรัฐ
(๓) ประสานงานด้านการนิติบัญญัติ โดยการตรวจสอบดูแลงานกฎหมายของประเทศ
และแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องในการเสนอกฎหมาย รวมทั้งการช่วยเหลืองานด้านกฎหมายในชั้นรัฐสภา
หน้า ๒
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๒๐๕
(๑ จัดทําคําแปลกฎหมาย ให้ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับการกู้เงิน และให้คําปรึกษา
หรือปฏิบัติงานอื่นอันเกี่ยวกับกฎหมายให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือตามที่รัฐบาลต่างประเทศหรือสถาบัน
ระหว่างประเทศร้องขอ
(@) วิจัยและพัฒนากฎหมาย โดยตรวจสอบสภาพปัญหาของประเทศและของสังคม
แล้วทําการศึกษาวิจัยเพื่อเสนอร่างกฎหมายใหม่หรือแก้ไขกฎหมายเดิม
(๒) พัฒนาหลักกฎหมายปกครองเพื่อกําหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติราชการ และส่งเสริม
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิบัติราชการ รวมทั้งรับผิดชอบกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการ
ทางปกครองและกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
(๓) ทําหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง อํานวยความสะดวกในการเข้าถึงบทบัญญัติ
และข้อมูลทางกฎหมาย รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และให้บริการค้นคว้าแก่รัฐบาล รัฐสภา หน่วยงานของรัฐ
และประชาชน
(๕) ดําเนินการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐเพื่อให้มีความรู้ความเชียวชาญด้านกฎหมายมหาชน
(๑ ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกําหนดให้เป็นหน้าที่และอํานาจของสํานักงาน
หรือตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ข้อ ๓ ให้แบ่งส่วนราชการสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังต่อไปนี้
(๑) สํานักงานเลขาธิการ
(๒) - (๑๕) กองกฎหมาย ๑ - ๑๕
ข้อ ๕ ในสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้มีกลุ่มตรวจสอบภายใน เพื่อทําหน้าที่หลัก
ในการตรวจสอบการดําเนินงานภายในสํานักงาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานของสํานักงาน รับผิดชอบงาน
ขึ้นตรงต่อเลขาธิการ โดยมีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ดําเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านการบริหาร การเงิน และการบัญชีของสํานักงาน
(๒) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่เลขาธิการ
มอบหมาย
ข้อ ๕ ในสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้มีกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร เพื่อทําหน้าที่หลัก
ในการพัฒนาการบริหารของสํานักงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่า รับผิดชอบงาน
ขึ้นตรงต่อเลขาธิการ โดยมีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอแนะและให้คําปรึกษาแก่เลขาธิการเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ
ภายในสํานักงาน
(๒) ติดตาม ประเมินผล และจัดทํารายงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการภายในสํานักงาน
(๓) ประสานและดําเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการร่วมกับหน่วยงานกลางต่าง ๆ
และหน่วยงานภายในสํานักงาน
(๑ ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่เลขาธิการ
มอบหมาย
หน้า ๓
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๒๐๕
附則
ข้อ ๒ ในสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้มีศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต
เพื่อทําหน้าที่หลักในการบูรณาการและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริต
และประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในสํานักงาน รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อเลขาธิการ
โดยมีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอแนะต่อเลขาธิการเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ของสํานักงาน ประเมินความเสี่ยงและกําหนดมาตรการบริหารความเสี่ยงเพื่อลดและปิดโอกาสการทุจริต
และประพฤติมิชอบ รวมทั้งจัดทําแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ
และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมของสํานักงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระดับชาติและนโยบาย
ของรัฐบาล เสนอต่อเลขาธิการ
(๒) เร่งรัดและกํากับการดําเนินการตามแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริต
และประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมของส่วนราชการในสํานักงาน
(๓) ดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรมและประมวลจริยธรรม
ข้าราชการพลเรือน รับข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริต การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
และการฝ่าฝืนจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ในสํานักงาน และส่งต่อไปยังส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งประสานงาน เร่งรัด และติดตามจนได้ข้อยุติ
(๑) ติดตาม ประเมินผลสัมฤทธิ์ และจัดทํารายงานการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ
และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมของสํานักงาน เสนอต่อเลขาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(@) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือที่เลขาธิการ
มอบหมาย
ข้อ ๓ สํานักงานเลขาธิการ มีหน้าที่และอํานาจเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการทั่วไป
ของสํานักงานและราชการอื่นที่มิได้แยกให้เป็นหน้าที่ของกองหรือส่วนราชการใดโดยเฉพาะ
หน้าที่และอํานาจดังกล่าวให้รวมถึง
(๑) ดําเนินการเกี่ยวกับการจัดทําแผนปฏิบัติการของสํานักงาน การดูแลติดตาม
การดําเนินงานตามแผนงาน ตามแผนและคําสังของเลขาธิการ และการสนับสนุนข้อมูล รวมทั้ง
การปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย
(๒) ดําเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณ งานช่วยอํานวยการ งานการเงินและการพัสดุ
การจัดระบบงานและบริหารงานบุคคล งานประมวลผลข้อมูล และงานบริหารทั่วไป
(๓) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่เลขาธิการ
มอบหมาย
ข้อ ๕ กองกฎหมาย ๑ - ๑๕ มีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ปฏิบัติงานใด ๆ ตามหน้าที่และอํานาจของสํานักงานหรือตามที่กฎหมายกําหนด รวมทั้ง
การจัดทําและตรวจพิจารณาร่างกฎหมาย การให้ความเห็นทางกฎหมาย การวิจัยและพัฒนากฎหมาย
การประสานงานด้านการนิติบัญญัติ การพัฒนาศักยภาพนักกฎหมายภาครัฐ และการเผยแพร่
หรือให้บริการข้อมูลทางกฎหมาย ทั้งนี้ ตามที่เลขาธิการกําหนด
หน้า ๕
เล่ม ๑๕๓ ตอนที ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๒๕
(๒) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอืนในส่วนทีเกียวข้องกับภารกิจ
หรืออยู่ในความรับผิดชอบ
(๓) ปฏิบัติงานอินตามที่เลขาธิการมอบหมาย
ให้ไว้ ณ วันที ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๐๕
อนุทิน ชาญวิรกูล
นายกรัฐมนตรี
หน้า ๕
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๒๐๕
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการ
และหน้าที่และอํานาจของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักนายกรัฐมนตรี ให้มีความยืดหยุ่น คล่องตัว
และสามารถตอบสนองต่อภารกิจและนโยบายของรัฐบาลได้ทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคม
ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อันจะเป็นการยกระดับการบริหารราชการ
ของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และทําให้การปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่และอํานาจของสํานักงาน
คณะกรรมการกฤษฎีกามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).