หน้า ๑๒๐
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ สิงหาคม ๒๕๒๐๕
๒๕ 4
คคธิ"
พระราชบัญญัติ
สภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล (ฉบับที่ ๕)
พ.ศ. ๒๕๒๐๕
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
=- 9๑/ 9๑/ 1 ๑7
พระวชรเกลาเจาอยูหว
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๕
เป็นปีที่ ๑๑ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหาร
ส่วนตําบล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๐๒๓”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๕/๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหาร
ส่วนตําบล พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๕๕/๑ บุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตําบลต้องมีคุณสมบัติ
และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น”
หน้า ๑
เล่ม ๑๕๓ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ สิงหาคม ๒๕๒๐๕
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๕/๒ แห่งพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหาร
ส่วนตําบล พ.ศ. ๒๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๕๕/๒ นายกองค์การบริหารส่วนตําบลมีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง
เว้นแต่เหตุอื่นใดที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น”
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรี
หน้า ๑๕
เล่ม ๑๕๓ ตอนที ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ สิงหาคม ๒๕๒๐๕
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี่ คือ โดยทีเป็นการสมควรแก้ไขเพิมเติม
-๊ค --- ซฑ จ ขาย
บทบัญญัติเกี่ยวกับคุณสมบัติของบุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตังเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตําบล
และวาระการดํารงตําแหน่งของนายกองค์การบริหารส่วนตําบลเพื่อส่งเสริมการแข่งขัน การมีส่วนร่วม
และเพิ่มความหลากหลายของบุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตัง จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี่
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).