มาตรา ๓
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในลำดับที่ ๔๓ ของบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๖๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน ลำดับที่ จังหวัด เขตหรืออำเภอ “๔๓ ร้อยเอ็ด จตุรพักตรพิมาน จังหาร เชียงขวัญ ทุ่งเขาหลวงธวัชบุรี โพธิ์ชัย โพนทอง เมยวดี เมืองร้อยเอ็ดเมืองสรวง ศรีสมเด็จ เสลภูมิ หนองพอก และอาจสามารถ” ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในบางท้องที่ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. ๒๕๒๐ บังคับสำหรับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่ (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๖๓ ลำดับที่ ๔๓ ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่ทุกอำเภอของจังหวัดร้อยเอ็ด แต่โดยที่ได้มีการเปิดทำการศาลแขวงสุวรรณภูมิซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีเขตอำนาจตลอดท้องที่อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอพนมไพร อำเภอโพนทราย อำเภอสุวรรณภูมิ และอำเภอหนองฮี ประกอบกับการคมนาคมระหว่างอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดร้อยเอ็ดมีความสะดวกมากขึ้น สมควรให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัดสำหรับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงซึ่งเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอจตุรพักตรพิมาน อำเภอจังหาร อำเภอเชียงขวัญ อำเภอทุ่งเขาหลวง อำเภอธวัชบุรี อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอโพนทอง อำเภอเมยวดี อำเภอเมืองร้อยเอ็ด อำเภอเมืองสรวง อำเภอศรีสมเด็จ อำเภอเสลภูมิ อำเภอหนองพอก และอำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยเสมอภาคและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้