我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2536 มาตรา 7

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบ ราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบ ราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๙ ให้มี”สภากลาโหม” ประกอบด้วยสมาชิก ดังต่อไปนี้ (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (๒) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม (๓) ปลัดกระทรวงกลาโหม (๔) รองปลัดกระทรวงกลาโหม (๕) สมุหราชองครักษ์ (๖) รองสมุหราชองครักษ์ (๗) ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (๘) รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (๙) เสนาธิการทหาร (๑๐) รองเสนาธิการทหาร (๑๑) ผู้บัญชาการทหารบก (๑๒) รองผู้บัญชาการทหารบก (๑๓) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (๑๔) เสนาธิการทหารบก (๑๕) ผู้บัญชาการทหารเรือ (๑๖) รองผู้บัญชาการทหารเรือ (๑๗) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ (๑๘) เสนาธิการทหารเรือ (๑๙) ผู้บัญชาการทหารอากาศ (๒๐) รองผู้บัญชาการทหารอากาศ (๒๑) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ (๒๒) เสนาธิการทหารอากาศ (๒๓) นายทหารยศชั้นนายพลขึ้นไป ผู้เคยดำรงตำแหน่งหรือมีความดี ความชอบในราชการทหารมาแล้ว ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะได้แต่งตั้งจำนวน ไม่เกินสามนาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเชิญบุคคลอื่นเข้าชี้แจงต่อสภากลาโหม เฉพาะเรื่องใดก็ได้” ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากการใช้กำลังทหาร เพื่อปฏิบัติการปราบปรามการจลาจลเป็นภารกิจสำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายต่าง ๆ และมีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ดังนั้น เพื่อให้ การสั่งใช้กำลังทหารเพื่อปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปด้วยความรอบคอบยิ่งขึ้น สมควรกำหนด ให้การใช้กำลังทหารเพื่อการปราบปรามการจลาจลเป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดโดย ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และนอกจากนี้เพื่อให้กรมราชองครักษ์สามารถปฏิบัติ ภารกิจต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สมควรกำหนดให้กรม ราชองครักษ์เป็นส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมและมีฐานะเป็นนิติบุคคล มีหน้าที่ ตามกฎหมายว่าด้วยราชองครักษ์และกฎหมายว่าด้วยนายตำรวจราชสำนัก รวมทั้งกำหนดให้ สมุหราชองครักษ์และรองสมุหราชองครักษ์เป็นสมาชิกสภากลาโหม จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ พรพิมล/แก้ไข ๒๖ พ.ย ๒๕๔๔ A+B (C)

查看整部法規全文 →

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

接下來可以查