ข้อ ๒
ข้อ ๒ ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นจะให้ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดพ้นจากตำแหน่งหน้าที่และขาดจากอัตราเงินเดือนในตำแหน่งเดิมโดยให้รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นของข้าราชการพลเรือนสามัญผู้นั้นเสนอเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๗ พิจารณาอนุมัติกำหนดอัตรากำลังทดแทนได้ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดได้รับอนุญาตให้ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ ให้กำหนดอัตรากำลังทดแทนได้ไม่เกินกำหนดระยะเวลาที่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้นั้นได้รับอนุญาตให้ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินกำหนดระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ (๒) เมื่อข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดได้รับอนุญาตให้ลาติดตามคู่สมรส ซึ่งไปปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ให้กำหนดอัตรากำลังทดแทนได้ไม่เกินกำหนดระยะเวลาที่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้นั้นได้รับอนุญาตให้ลาติดตามคู่สมรสไปปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินกำหนดระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ (๓) เมื่อข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดได้รับทุนรัฐบาลให้ไปศึกษาหรือฝึกอบรมในต่างประเทศตามระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยทุนของรัฐบาล ให้กำหนดอัตรากำลังทดแทนได้ไม่เกินกำหนดระยะเวลาที่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้นั้นได้รับอนุญาตให้ลาไปศึกษาหรือฝึกอบรม แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินกำหนดระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ (๔) เมื่อข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศตามระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการโดยการให้ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศ ให้กำหนดอัตรากำลังทดแทนได้ไม่เกินกำหนดระยะเวลาที่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้นั้นได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศ (๕) เมื่อข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดมีกรณีที่ไม่อาจปฏิบัติงานให้สัมฤทธิ์ผลได้ตามเป้าหมายที่กำหนดในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือละเลยเพิกเฉยไม่ให้ความร่วมมือในเรื่องนี้ หรือมีเหตุอันควรสงสัยอย่างยิ่งว่ามีพฤติกรรมในการผลิต การค้า การเสพ หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้กำหนดอัตรากำลังทดแทนได้ไม่เกินหกเดือน