ข้อ ๘
ข้อ ๘ การคำนวณค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาและค่าความยืดหยุ่นไขว้ของอุปสงค์ต่อราคาให้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดประเภทบริการโทรคมนาคมหลักเพื่อเป็นฐานในการพิจารณา (๒) คำนวณค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาของแต่ละประเภทบริการโทรคมนาคมหลักจากข้อมูลตาม (๑) (๓) พิจารณาความสามารถในการทดแทนกันของประเภทบริการโทรคมนาคม โดยใช้หลักเกณฑ์การพิจารณา ดังต่อไปนี้ (ก) กรณีค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคามีค่าสัมบูรณ์น้อยกว่า ๐.๕ แสดงว่าประเภทบริการโทรคมนาคมหลักนั้นสามารถกำหนดเป็นตลาดที่เกี่ยวข้องหนึ่งตลาด เนื่องจากประเภทบริการโทรคมนาคมดังกล่าวไม่สามารถถูกทดแทนได้จากประเภทบริการโทรคมนาคมอื่นที่ใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกัน และไม่ต้องคำนวณค่าความยืดหยุ่นไขว้ของอุปสงค์ต่อราคากับบริการโทรคมนาคมประเภทอื่น (ข) กรณีค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์มีค่าสัมบูรณ์เท่ากับหรือมากกว่า ๐.๕ แสดงว่าประเภทบริการโทรคมนาคมหลักดังกล่าวอาจสามารถถูกทดแทนได้จากบริการโทรคมนาคมอื่นที่ใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกัน และให้นำประเภทบริการโทรคมนาคมอื่นที่ใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกันมารวมกับประเภทบริการโทรคมนาคมหลัก เพื่อพิจารณาว่าประเภทบริการโทรคมนาคมอื่นสามารถถูกกำหนดเป็นตลาดที่เกี่ยวข้องเดียวกันกับประเภทบริการโทรคมนาคมหลักหรือไม่ โดยใช้ค่าความยืดหยุ่นไขว้ของอุปสงค์ต่อราคาประกอบในการพิจารณา (๔) พิจารณาค่าความยืดหยุ่นไขว้ของอุปสงค์ต่อราคาระหว่างบริการโทรคมนาคมทั้งสองประเภทเพื่อพิจารณาว่าบริการโทรคมนาคมทั้งสองประเภทดังกล่าว สามารถทดแทนกันได้หรือไม่ โดยใช้หลักเกณฑ์ดังนี้ (ก) หากค่าความยืดหยุ่นไขว้ของอุปสงค์ต่อราคามีค่าเป็นลบ แสดงว่าประเภทบริการโทรคมนาคมสองประเภทนั้นไม่อยู่ในตลาดที่เกี่ยวข้องเดียวกัน โดยไม่ต้องพิจารณารวมเป็นตลาดที่เกี่ยวข้องเดียวกัน (ข) หากค่าความยืดหยุ่นไขว้ของอุปสงค์ต่อราคามีค่าเป็นบวก ให้นำประเภทบริการโทรคมนาคมหลักมาทดสอบกับประเภทบริการโทรคมนาคมอื่นตามกระบวนการตาม (๒) ถึง (๔) จนได้ค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาของบริการโทรคมนาคมรวมกันน้อยกว่า ๐.๕ แสดงว่าบริการโทรคมนาคมทั้งสองประเภท เป็นตลาดที่เกี่ยวข้องหนึ่งตลาด