我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2559) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2530 ข้อ 1

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๕ และข้อ ๖ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๓๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๓๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ ๕ เครื่องแบบปฏิบัติราชการ ก. เครื่องแบบสีกากีคอพับ ประกอบด้วย (๑) หมวก ชาย ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีกากี กะบังหน้าหมวกทำด้วยสักหลาดสีดำที่ขอบโค้งของกะบังหน้าหมวกปักด้วยดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ โดยปักหรือทำมาบรรจบกันที่ตรงกลางของกะบังหน้าหมวกมีระยะห่างกันพองาม ตามภาพท้ายกฎกระทรวง พื้นกะบังหน้าหมวกด้านล่างสีดำสายรัดคางสีทองกว้างประมาณ ๑ เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวก ข้างละ ๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีดำคาดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองกว้างประมาณ ๖ มิลลิเมตร ๒ แถบ ที่กลางผ้าพันหมวกมีระยะห่างกันประมาณ ๘ มิลลิเมตร ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทองสูงประมาณ ๕.๕ เซนติเมตร บนหมอนสักหลาดสีดำ หญิง ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีกากี แต่เป็นทรงอ่อนพับปีก ผ้าพันหมวกสีดำตรงกลางด้านหน้าของผ้าพันหมวกปักด้วยดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์มีระยะห่างกันพองาม ตามภาพท้ายกฎกระทรวง ล้อมด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองกว้างประมาณ ๖ มิลลิเมตร ๒ แถบ ที่กลางผ้าพันหมวกมีระยะห่างกันประมาณ ๘ มิลลิเมตร ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทองสูงประมาณ ๔.๕ เซนติเมตร บนหมอนสักหลาดสีดำ การสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันควร (๒) เสื้อ ชาย ให้ใช้เสื้อคอพับสีกากีแขนยาวรัดข้อมือ มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้น ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีสาบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๕ ดุม ระยะห่างกันพอสมควร มีกระเป๋าเย็บติดที่หน้าอกเสื้อข้างละ ๑ กระเป๋า ที่กระเป๋าเสื้อมีแถบอยู่ตรงกลางตามทางดิ่ง กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มีใบปกกระเป๋าเป็นรูปมนชายกลางแหลม หรือเป็นกระเป๋าเสื้อชนิดไม่มีแถบกลางกระเป๋าและใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม ที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋า ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวาไหล่เสื้อมีหูสำหรับประดับอินทรธนูเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้าง ข้างละ ๒ หู ในช่วงอากาศร้อนให้ใช้เสื้อเป็นแบบคอแบะแขนสั้นได้ ดุมที่ใช้กับเสื้อมีลักษณะเป็นรูปกลมแบน ทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ ในโอกาสไปงานพิธี ให้ใช้เสื้อเชิ้ตแขนยาว ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีสอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย หญิง ให้ใช้เสื้อได้ ๓ แบบ แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบเสื้อของชาย แบบที่ ๒ เสื้อคอพับสีกากีสีอ่อนกว่ากระโปรงหรือสีเดียวกับกระโปรง หรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ มีสาบกว้างประมาณ ๒.๕ เซนติเมตร แขนยาวรัดข้อมือ ขอบปลายแขนกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร หรือแขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อยตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร เดินคิ้วด้านหน้าเสื้อต่อจากเส้นบ่า มีตะเข็บผ่านกลางอกยาวตลอดตัวทั้งสองด้าน มีดุมสีเดียวกับสีเสื้อ ๕ ดุม ด้านหลังจากเส้นต่อบ่าหลังมีตะเข็บผ่านตามตัวเสื้อทั้งสองด้านเช่นเดียวกับด้านหน้าติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา ไหล่เสื้อมีหูสำหรับประดับอินทรธนูเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้าง ข้างละ ๒ หู ให้สวมสอดชายเสื้อไว้ในขอบกระโปรงหรือกางเกง แบบที่ ๓ เสื้อคอพับปล่อยเอวสีกากีสีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ ๔ ดุม แขนยาวจรดข้อมือหรือแขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อยตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร มีคิ้วหน้าหลังเช่นเดียวกับแบบที่ ๒ และมีเส้นแนวตะเข็บเช่นเดียวกับแบบที่ ๒ ทั้งหน้าหลัง ความยาวของเสื้อให้คลุมสะโพกพองาม ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา ไหล่เสื้อมีหูสำหรับประดับอินทรธนูเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้าง ข้างละ ๒ หู ให้ปล่อยชายเสื้อทับกระโปรงหรือกางเกง และคาดเข็มขัดตาม (๕) แบบที่ ๒ ทับเอวเสื้อ ในโอกาสไปงานพิธี ให้ใช้เสื้อแบบที่ ๑ หรือแบบที่ ๒ โดยใช้เสื้อเชิ้ตแขนยาวผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย (๓) อินทรธนู ให้ใช้อินทรธนูแข็ง มีเครื่องหมายบนอินทรธนู ดังต่อไปนี้ ชาย ให้ใช้อินทรธนูแข็งทำด้วยสักหลาดสีดำเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปลายรวบ กว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๒.๕ เซนติเมตร ที่ปลายรวบติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็กตราครุฑพ่าห์ ๑ ดุม มีแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองกว้าง ๕ เซนติเมตร ตรึงด้านบนเต็มแผ่นอินทรธนู มีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทองขนาดสูงประมาณ ๒.๙ เซนติเมตร ติดทับกึ่งกลางบนแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง ตามภาพท้ายกฎกระทรวง หญิง ให้ใช้อินทรธนูแข็งเช่นเดียวกับชาย แต่กว้างประมาณ ๔.๕ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๑.๕ เซนติเมตร (๔) กางเกง กระโปรง ชาย ให้ใช้กางเกงแบบราชการสีกากีขายาว ไม่พับปลายขา หญิง ให้ใช้กางเกงหรือกระโปรงสีกากีได้ ๕ แบบ แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบกางเกงของชาย แบบที่ ๒ กางเกงขายาว ขาตรง ไม่มีลวดลาย ขอบกางเกงกว้างประมาณ ๑ นิ้ว มีหรือไม่มีกระเป๋าก็ได้ มีซิปด้านหน้าหรือด้านข้าง ไม่พับปลายขา แบบที่ ๓ กระโปรงยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย แบบที่ ๔ กระโปรงมีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บยาวครึ่งเข่า ปลายบานเล็กน้อย แบบที่ ๕ กระโปรงกางเกง แบบกางเกงยาวครึ่งเข่า มีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ มีจีบกระทบด้านหน้าและด้านหลัง (๕) เข็มขัด ชาย ให้ใช้เข็มขัดทำด้วยด้ายถักสีกากี กว้าง ๓ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอนปลายมน กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร มีรูปครุฑดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัดไม่มีเข็มสำหรับสอดรู ปลายเข็มขัดหุ้มด้วยโลหะสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร หญิง ให้ใช้เข็มขัดได้ ๒ แบบ แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบเข็มขัดของชาย แบบที่ ๒ เข็มขัดผ้าสีกากีสีเดียวกับสีเสื้อ กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร หัวสี่เหลี่ยมหุ้มผ้า ใช้คาดทับเสื้อแบบปล่อยชาย (๖) รองเท้า ถุงเท้า ชาย ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดผูกหรือหุ้มข้อหนังสีดำ ไม่มีลวดลาย ถุงเท้าสีดำ หญิง ถ้าใช้กางเกงให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ปิดปลายเท้า ไม่มีลวดลาย ถุงเท้าสั้นสีดำ ถ้าใช้กระโปรงให้ใช้รองเท้าส้นสูงสีดำ ปิดปลายเท้า ไม่มีลวดลาย ส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร ถุงเท้ายาวสีเนื้อ (๗) เครื่องหมายแสดงสังกัด ให้มีเครื่องหมายแสดงสังกัดเป็นรูปตราราชสีห์ทำด้วยโลหะโปร่งสีทอง ไม่มีขอบ สูง ๒ เซนติเมตร ชาย ให้ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่คอเสื้อตอนหน้าทั้งสองข้าง สำหรับหญิง ให้ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่คอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้มีเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ทำด้วยโลหะสีทองรูปวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๕ เซนติเมตร ติดที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา ข. เครื่องแบบสีกากีคอแบะ ประกอบด้วย (๑) หมวก ให้ใช้หมวกเช่นเดียวกับเครื่องแบบสีกากีคอพับ (๒) เสื้อ ชาย ให้ใช้เสื้อสีกากีคอแบะแบบคอตื้น แขนสั้น ปล่อยเอว ตัวเสื้อ ผ่าอกตลอด มีดุมที่อกเสื้อ ๔ ดุม มีกระเป๋าเย็บติดภายนอกเป็นกระเป๋าบนและล่างอย่างละสองกระเป๋ากระเป๋าบนมีใบปกมนชายกลางแหลม มีแถบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ตรงกึ่งกลางกระเป๋าทางดิ่ง กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามมีใบปกรูปตัด ที่ปากกระเป๋าทั้งสองกระเป๋ามีดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋าที่เอวด้านหลังคาดด้วยผ้าสีเดียวกับสีเสื้อ ขนาดกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางหลังเปิดไว้ถึงผ้าคาดเอว ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอแบะทั้งสองข้าง และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา ดุมที่ใช้กับเสื้อมีลักษณะเป็นรูปกลมแบน ทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย หญิง ให้ใช้เสื้อได้ ๒ แบบ แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบเสื้อของชาย แบบที่ ๒ เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากีสีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุมทำด้วยโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ ๓ ดุม แขนยาวจรดข้อมือหรือแขนสั้นเหนือศอกเล็กน้อยตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร ต่อด้านหน้า และด้านหลังยาวตามตัว ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอแบะทั้งสองข้าง และติดเข็มรูปอักษรย่อ “กทม.” ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา และมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อยไม่มีใบปกกระเป๋า ให้ปล่อยชายเสื้อทับกระโปรงหรือกางเกง และคาดเข็มขัดตาม ก. (๕) แบบที่ ๒ ทับเอวเสื้อ ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย (๓) อินทรธนู กางเกง กระโปรง เข็มขัด รองเท้า ถุงเท้า ให้ใช้เช่นเดียวกับเครื่องแบบสีกากีคอพับ

查看整部法規全文 →

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

接下來可以查