มาตรา ๖๙
มาตรา ๖๙ คําพิพากษาหรือคําสั่งชี้ขาดคดีปกครองของศาลปกครองอย่างน้อยต้องระบุ (๑) ชื่อผู้ยื่นคําฟ้อง (๒) หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดี (๓) เหตุแห่งการฟ้องคดี (๔) ข้อเท็จจริงของเรื่องที่ฟ้อง (๕) เหตุผลแห่งคําวินิจฉัย (๖) คําวินิจฉัยของศาลในประเด็นแห่งคดี (๗) คําบังคับ ถ้ามี โดยให้ระบุหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องปฏิบัติตามคําบังคับไว้ด้วย (๘) ข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีการดําเนินการให้เป็นไปตามคําพิพากษา ถ้ามี คําพิพากษาหรือคําสั่งตามวรรคหนึ่งต้องลงลายมือชื่อของตุลาการศาลปกครองที่นั่งพิจารณาและพิพากษาคดีหรือมีคําสั่งนั้นถ้าตุลาการศาลปกครองคนใดมีเหตุจําเป็นไม่สามารถลงลายมือชื่อได้ให้อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นหรือประธานศาลปกครองสูงสุดแล้วแต่กรณี จดแจ้งเหตุดังกล่าวไว้ในคําพิพากษาหรือคําสั่งนั้นด้วย เมื่อศาลปกครองได้อ่านผลแห่งคําพิพากษาหรือคําสั่งชี้ขาดคดีปกครองในศาลปกครองโดยเปิดเผยในวันใดแล้วให้ถือว่าวันที่ได้อ่านนั้นเป็นวันที่ศาลปกครองมีคําพิพากษาหรือคําสั่ง ในการนี้ให้ศาลปกครองแจ้งให้คู่กรณีทราบกําหนดวันอ่านผลแห่งคําพิพากษาหรือคําสั่งนั้นเป็นการล่วงหน้าตามสมควร ถ้าไม่มีคู่กรณีมาศาลปกครองในวันนัดอ่านผลแห่งคําพิพากษาหรือคําสั่งให้ศาลปกครอง งดการอ่านคําพิพากษาหรือคําสั่งแล้วบันทึกไว้และให้ถือว่าวันที่บันทึกเป็นวันที่ศาลปกครองได้มีคําพิพากษาหรือคําสั่ง ให้สํานักงานศาลปกครองจัดให้มีคําพิพากษาหรือคําสั่งชี้ขาดคดีปกครองไว้ที่ศาลปกครองเพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูหรือขอสําเนาที่มีการรับรองถูกต้องได้ โดยจะเรียกค่าธรรมเนียมในการนั้นก็ได้ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ ก.ศป. กําหนด ให้สํานักงานศาลปกครองพิมพ์เผยแพร่คําพิพากษาหรือคําสั่งชี้ขาดคดีของศาลปกครองและความเห็นของผู้แถลงคดีปกครองตามมาตรา ๕๘