มาตรา ๗๕
มาตรา ๗๕ ในกรณีที่ศาลปกครองได้มีคําพิพากษาหรือคําสั่งชี้ขาดคดีปกครองเสร็จเด็ดขาดแล้ว คู่กรณีหรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียหรืออาจถูกกระทบจากผลแห่งคดีนั้นอาจมีคําขอให้ศาลปกครองพิจารณาพิพากษาคดีหรือมีคําสั่งชี้ขาดคดีปกครองนั้นใหม่ได้ในกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) ศาลปกครองฟังข้อเท็จจริงผิดพลาดหรือมีพยานหลักฐานใหม่ อันอาจทําให้ข้อเท็จจริง ที่ฟังเป็นยุติแล้วนั้นเปลี่ยนแปลงไปในสาระสําคัญ (๒)คู่กรณีที่แท้จริงหรือบุคคลภายนอกนั้นมิได้เข้ามาในการดําเนินกระบวนพิจารณาคดีหรือได้เข้ามาแล้วแต่ถูกตัดโอกาสโดยไม่เป็นธรรมในการมีส่วนร่วมในการดําเนินกระบวนพิจารณา (๓) มีข้อบกพร่องสําคัญในกระบวนพิจารณาพิพากษาที่ทําให้ผลของคดีไม่มีความยุติธรรม (๔) คําพิพากษาหรือคําสั่งนั้นได้ทําขึ้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใด และต่อมาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายนั้นเปลี่ยนแปลงไปในสาระสําคัญซึ่งทําให้ผลแห่งคําพิพากษาหรือคําสั่งขัดกับกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น การยื่นคําขอตามวรรคหนึ่ง ให้กระทําได้เฉพาะเมื่อคู่กรณีหรือบุคคลภายนอกไม่ทราบถึงเหตุนั้นในการพิจารณาคดีครั้งที่แล้วมา โดยมิใช่ความผิดของผู้นั้น การยื่นคําขอให้พิจารณาพิพากษาคดีหรือมีคําสั่งใหม่ต้องกระทําภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นได้รู้หรือควรรู้ถึงเหตุซึ่งอาจขอให้พิจารณาพิพากษาหรือมีคําสั่งใหม่ได้ แต่ไม่เกินห้าปีนับแต่ศาลปกครองได้มีคําพิพากษาหรือคําสั่งชี้ขาด