มาตรา ๙๑附則
มาตรา ๙๑ บรรดากฎกระทรวง ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ หรือพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ที่ใช้อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ประกาศ หรือคำสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การดำเนินการออกกฎกระทรวง ประกาศ หรือคำสั่งตามวรรคหนึ่งให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากไม่สามารถดำเนินการได้ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลต่อคณะรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม (๑) ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงภาพยนตร์ ฉบับละ ๒๕,๐๐๐ บาท (๒) ใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ (๓) ใบอนุญาตประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท (๔) ใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายวีดิทัศน์ (๕) การอนุญาตให้สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศ เรื่องละ ๕,๐๐๐ บาท (๖) การตรวจพิจารณาภาพยนตร์หรือวีดิทัศน์ นาทีละ ๕๐ บาท เศษของนาทีให้ปัดทิ้ง (๗) การตรวจพิจารณาสื่อโฆษณา เรื่องละ ๒๐๐ บาท (๘) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๕๐ บาท (๙) การต่ออายุใบอนุญาตประกอบ ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท กิจการโรงภาพยนตร์ (๑๐) การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ (๑๑) การต่ออายุใบอนุญาตประกอบ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท กิจการร้านวีดิทัศน์ (๑๒) การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายวีดิทัศน์ ในการออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมจะกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม ให้แตกต่างกันโดยคำนึงถึงลักษณะ ขนาด หรือประเภทของโรงภาพยนตร์ ร้านวีดิทัศน์หรือของสถานที่ประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์หรือวีดิทัศน์ก็ได้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน บทบัญญัติบางประการจึงไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันซึ่งเทคโนโลยีได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ในปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบของหลายองค์กรและมีความซ้ำซ้อนกับพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ดังนั้น เพื่อปรับปรุงบทบัญญัติตามกฎหมายว่าด้วยภาพยนตร์และกฎหมายว่าด้วยการควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมทั้งปรับปรุงระบบการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ให้อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรเดียวเพื่อลดความซ้ำซ้อนของการตรวจพิจารณา ประกอบกับกิจการภาพยนตร์ในปัจจุบันมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ภิรมย์พร/แก้ไข วศิน/ตรวจ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๖ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๔๒ ก/หน้า ๑๑๖/๔ มีนาคม ๒๕๕๑