มาตรา ๘附則
มาตรา ๘ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการตำรวจให้เหมาะสม เป็นธรรม และได้มาตรฐาน โดยคำนึงถึงค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไป ค่าตอบแทนในภาคเอกชน ฐานะการคลังของประเทศ ความแตกต่างระหว่างรายได้ของข้าราชการต่างประเภทกันและปัจจัยอื่นที่จำเป็น สมควรปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ[๕๙] ข้อ ๕ ให้ ก.ตร. ดำเนินการออกกฎ ก.ตร. เพื่อปฏิบัติตามคําสั่งนี้ ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ข้อ ๖ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการออกกฎ ก.ตร. ตามข้อ ๕ ให้นำกฎ ก.ตร. ประกาศ มติ หรือกรณีที่กำหนดไว้แล้วในส่วนที่เกี่ยวข้องซึ่งใช้อยู่เดิมมาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนี้ จนกว่าจะมี กฎ ก.ตร. ตามข้อ ๕ ขึ้นใช้บังคับ ข้อ ๗ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน[๖๐] ข้อ ๙ ตำแหน่งพนักงานสอบสวนตามมาตรา ๔๔ (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๑) ในส่วนราชการใดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้รับการกำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้เป็นตำแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๑) แล้วแต่กรณี ในส่วนราชการนั้นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ใดดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนตามมาตรา ๔๔ (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๑) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ อยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๑) แล้วแต่กรณี และให้ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจและหน้าที่เช่นเดิมไปพลางก่อน จนกว่าการดำเนินการตามวรรคสามจะแล้วเสร็จ ให้ ก.ตร. กำหนดหรือตัดโอนตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง จากส่วนราชการหนึ่งไปเพิ่มให้อีกส่วนราชการหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้สั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนนั้น ให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๑) ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคสองยังคงได้รับเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษตามมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ จนกว่าการดำเนินการตามวรรคสามจะแล้วเสร็จ ข้อ ๑๐ บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติของคณะรัฐมนตรีใด ที่อ้างถึงพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ และพนักงานสอบสวนตามมาตรา ๔๔ (๙) (๑๐) และ (๑๑) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้ถือว่าอ้างถึงข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๙) (๑๐) และ (๑๑) ที่มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวนและอยู่ในสายงานสอบสวน แล้วแต่กรณี ข้อ ๑๑ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๗/๒๕๖๐ เรื่อง การปรับปรุงระบบการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ[๖๑] ข้อ ๒ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๔๔ (๗) ถึง (๑๐) ในวาระการแต่งตั้งประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ให้ดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๑/๒๕๕๙ เรื่อง การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ ๒๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ จนกว่าจะแล้วเสร็จ โดยให้นำข้อ ๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ข้อ ๓ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้กระทำโดยสุจริต เป็นธรรม ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดหากมีเรื่องร้องเรียนหรือข้อสงสัยว่ามีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือมีการเรียก รับ ให้หรือสัญญาว่าจะให้ประโยชน์ตอบแทน แลกเปลี่ยนหรือจูงใจในการแต่งตั้งไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ให้ผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบหรือสอบสวนโดยเร็วและรายงานผลให้ผู้บังคับบัญชาเหนือชั้นขึ้นไปหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้วแต่กรณี ทราบเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กระทรวงยุติธรรม มีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ การเรียก รับ ให้ หรือสัญญาว่าจะให้ประโยชน์ตอบแทนหรือการแลกเปลี่ยนหรือจูงใจในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ เพิ่มขึ้นอีกช่องทางหนึ่ง เมื่อตรวจสอบแล้วให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไปโดยกำหนดมาตรการคุ้มครองพยานหรือผู้แจ้งเบาะแสชี้ช่องด้วย ในกรณีจำเป็นจะเสนอหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเพื่อสั่งให้ข้าราชการตำรวจที่ถูกร้องเรียนหรือเกี่ยวข้องไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานอื่นหรือนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นการชั่วคราวระหว่างการตรวจสอบก็ได้ ข้อ ๔ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติศึกษาแนวทางการปฏิรูปตำรวจทั้งระบบ โดยอย่างน้อยให้ครอบคลุมถึงการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ โดยพิจารณาเปรียบเทียบผลดีผลเสียและความเป็นไปได้ของหลักประกันความเป็นธรรมในการแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ การมีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม การดำเนินการทางวินัย การจัดระเบียบเกี่ยวกับอำนาจในการสอบสวนคดีอาญา การควบคุมและถ่วงดุลการใช้ดุลยพินิจ การกระจายอำนาจ การนำวิทยาการตำรวจสมัยใหม่ เทคโนโลยี และการบริหารราชการแนวใหม่มาใช้ในกิจการตำรวจ การปรับปรุงประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การให้บริการที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและการจัดระบบสวัสดิการของข้าราชการตำรวจโดยอยู่บนพื้นฐานของหลักนิติธรรม หลักธรรมาภิบาล สิทธิมนุษยชน การรักษาความมั่นคงแห่งชาติ การปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ แล้วรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการปฏิรูปกิจการตำรวจที่จะจัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๒๖๐ ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รับไปพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจต่อไป ข้อ ๕ ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้ ข้อ ๖ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เอกฤทธิ์/ผู้จัดทำ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๗ เอกฤทธิ์/ปรับปรุง ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ วริญา/เพิ่มเติม ปัญญา/ตรวจ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ปริญสินีย์/เพิ่มเติม ปัญญา/ตรวจ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๘ ปุณิกา/เพิ่มเติม พจนา/ตรวจ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ปริญสินีย์/เพิ่มเติม ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนที่ ๑๘ ก/หน้า ๑/๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ [๒] มาตรา ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑๑/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๓] มาตรา ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑๔/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๔] มาตรา ๑๑ (๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน [๕] มาตรา ๑๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๖] มาตรา ๑๘ (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๗] มาตรา ๓๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๘] มาตรา ๓๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ [๙] มาตรา ๓๓ ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๑๐] มาตรา ๓๔ ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๑๑] มาตรา ๓๕ ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๑๒] มาตรา ๓๖ ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๑๓] มาตรา ๓๗ ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๑๔] มาตรา ๓๘ ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๑๕] มาตรา ๓๙ ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๑๖] มาตรา ๔๐ ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๑๗] มาตรา ๔๑ ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๑๘] มาตรา ๔๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน [๑๙] มาตรา ๔๕ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน [๒๐] มาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน [๒๑] มาตรา ๔๗ ยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน [๒๒] มาตรา ๕๑ (๖) แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน [๒๓] มาตรา ๕๑ (๗) แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน [๒๔] มาตรา ๕๑ (๘) แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน [๒๕] มาตรา ๕๑ (๙) แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน [๒๖] มาตรา ๕๑ (๑๐) แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน [๒๗] มาตรา ๕๑ (๑๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน [๒๘] มาตรา ๕๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ [๒๙] มาตรา ๕๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๗/๒๕๖๐ เรื่อง การปรับปรุงระบบการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ [๓๐] มาตรา ๕๕ ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๓๑] มาตรา ๕๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ [๓๒] มาตรา ๕๗ วรรคสอง ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๓๓] มาตรา ๕๗ วรรคสาม ยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ [๓๔] มาตรา ๖๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ [๓๕] มาตรา ๖๘ (๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ [๓๖] มาตรา ๖๘ (๖) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ [๓๗] มาตรา ๖๘ (๗) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ [๓๘] มาตรา ๖๘ (๘) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ [๓๙] มาตรา ๖๘ (๙) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ [๔๐] มาตรา ๖๘ (๑๐) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ [๔๑] มาตรา ๖๘ (๑๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ [๔๒] มาตรา ๖๘ วรรคสี่ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ [๔๓] มาตรา ๖๘ วรรคสี่ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ [๔๔] มาตรา ๖๘/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ [๔๕] มาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน [๔๖] มาตรา ๑๐๔ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน [๔๗] มาตรา ๑๐๕/๑ เพิ่มโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ [๔๘] บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ แก้เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ [๔๙] บัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตำรวจ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ [๕๐] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๙๘ ก/หน้า ๖/๒๔ กันยายน ๒๕๔๙ ๓๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๙๘ ก/หน้า ๗/๒๔ กันยายน ๒๕๔๙ [๕๒] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๑๐๕ ก/หน้า ๑๓/๓ ตุลาคม ๒๕๔๙ [๕๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๑๗ ก/หน้า ๑/๒๑ มีนาคม ๒๕๕๔ [๕๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๓๑ ก/หน้า ๑/๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔ [๕๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๓๔ ง/หน้า ๒๐/๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ [๕๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง/หน้า ๒๔/๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗ [๕๗] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง/หน้า ๒๘/๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗ [๕๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๔๓ ก/หน้า ๑๐/๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [๕๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๓๒๒ ง/หน้า ๓๑/๔ ธันวาคม ๒๕๕๘ [๖๐] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๓๖ ง/หน้า ๗/๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ [๖๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๕๓ ง/หน้า ๘/๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐