ข้อ ๘
ข้อ ๘ ที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อการอยู่อาศัย ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย การท่องเที่ยว สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ และมีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๑๐๐ ตารางเมตร (๒) คลังน้ำมัน สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม สถานีบริการน้ำมันประเภท ก สถานีบริการน้ำมันประเภท ข สถานีบริการน้ำมันประเภท ค ลักษณะที่สอง สถานีบริการน้ำมันประเภท จ ลักษณะที่สอง และสถานีบริการน้ำมันประเภท ฉ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการจำหน่าย (๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ และสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่า ตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า (๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน (๖) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๕๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑๔ หมายเลข ๑.๑๕ หมายเลข ๑.๑๖ หมายเลข ๑.๑๗ หมายเลข ๑.๑๘ หมายเลข ๑.๑๙ หมายเลข ๑.๒๐ หมายเลข ๑.๒๑ หมายเลข ๑.๒๒ หมายเลข ๑.๒๓ หมายเลข ๑.๒๔ หมายเลข ๑.๒๕ หมายเลข ๑.๒๖ และหมายเลข ๑.๒๘ ให้มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๗๕๐ ตารางเมตร (๗) โรงมหรสพตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร (๘) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม (๙) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม (๑๐) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย (๑๑) จัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (๑๒) การอยู่อาศัยประเภทห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว บ้านแฝด หรืออาคารอยู่อาศัยรวม (๑๓) การประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแถว (๑๔) การประกอบพาณิชยกรรมที่มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน ๑๐๐ ตารางเมตร (๑๕) การติด ตั้ง หรือก่อสร้างป้าย เว้นแต่ป้ายที่มีขนาดไม่เกิน ๐.๕๐ ตารางเมตร โดยมีความกว้างของป้ายไม่เกิน ๐.๕๐ เมตร และความยาวของป้ายไม่เกิน ๑.๐๐ เมตร (๑๖) สถานที่เก็บสินค้าซึ่งเป็นที่เก็บ พัก หรือขนถ่ายสินค้าหรือสิ่งของเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรืออุตสาหกรรมที่มีพื้นที่อาคารรวมกันเกิน ๑๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่รวมถึงการเก็บสินค้าหรือสิ่งของเพื่อรอการจำหน่าย ณ สถานที่นั้น (๑๗) ตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข (๑๘) โรงฆ่าสัตว์ (๑๙) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร (๒๐) กำจัดมูลฝอย (๒๑) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้ (๑) ให้มีอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินไม่เกิน ๐.๖ : ๑ ทั้งนี้ ที่ดินแปลงใดที่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว หากมีการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินของที่ดินแปลงที่เกิดจากการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนทั้งหมดรวมกันต้องไม่เกิน ๐.๖ : ๑ (๒) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน ๑๕๐ ตารางเมตร และมีความสูงของอาคารไม่เกิน ๗ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด (๓) ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต (๔) ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย โรงแรม และบังกะโล ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑๔ หมายเลข ๑.๑๕ หมายเลข ๑.๑๖ หมายเลข ๑.๑๗ หมายเลข ๑.๑๘ หมายเลข ๑.๑๙ หมายเลข ๑.๒๐ หมายเลข ๑.๒๑ หมายเลข ๑.๒๒ หมายเลข ๑.๒๓ หมายเลข ๑.๒๔ หมายเลข ๑.๒๕ หมายเลข ๑.๒๖ และหมายเลข ๑.๒๘ ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้ (๑) ในระยะ ๗๐ เมตร จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำปาย ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน ๗๕ ตารางเมตร และมีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต (๒) ในระยะ ๔๕ เมตร จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของห้วยม่วงกอนและห้วยหัวนา ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน ๗๕ ตารางเมตร และมีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต (๓) ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค