我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2534 มาตรา 3

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๒ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๒๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๒๒ ในศาลชั้นต้น ผู้พิพากษาคนเดียวมีอำนาจเกี่ยวแก่คดี ซึ่งอยู่ใน อำนาจของศาลนั้นดังต่อไปนี้ (๑) ไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องหรือคำขอที่ยื่นต่อศาลในคดีแพ่ง (๒) ไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งในคดีอาญา (๓) ไต่สวนและมีคำสั่งในการชันสูตรพลิกศพ ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา (๔) พิจารณาพิพากษาคดีแพ่ง ซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจำนวนเงินที่ฟ้อง ไม่เกินสี่หมื่นบาท (๕) พิจารณาพิพากษาคดีอาญา ซึ่งอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ทั้งนี้จะลงโทษจำคุกเกิน หกเดือน หรือปรับเกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งโทษจำคุกหรือปรับนั้นอย่างหนึ่งอย่างใด หรือทั้งสองอย่างเกินอัตราที่กล่าวแล้วไม่ได้ (๖) พิจารณาคดีแพ่งซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาท หรือจำนวนเงินที่ฟ้องเกินสี่หมื่น บาท แต่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือคดีอาญาซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ จำคุกเกินสามปีแต่ไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับเกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ในคดีที่ผู้พิพากษาคนเดียวมีแต่เพียงอำนาจพิจารณา ไม่มีอำนาจพิพากษา ตาม (๕) หรือ (๖) เมื่อจะพิพากษาคดี จะต้องมีผู้พิพากษาอีกอย่างน้อยคนหนึ่งตรวจสำนวนและลง ลายมือชื่อในคำพิพากษาเป็นองค์คณะด้วย” ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ได้ประกาศใช้มาเป็นเวลานานและกำหนดทุนทรัพย์ในการพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งของผู้พิพากษาคนเดียวไว้ค่อนข้างต่ำ ทำให้ผู้พิพากษาคนเดียวไม่สามารถพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์สูงกว่าที่กำหนดไว้ได้ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และให้การดำเนินคดีเป็นไปโดยรวดเร็ว จึงสมควรแก้ไขอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งของผู้พิพากษาคนเดียวในศาลชั้นต้นให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ภคินี/แก้ไข ๒๕/๒/๒๕๔๕ A+B (C)

查看整部法規全文 →

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

接下來可以查