มาตรา ๕๓
มาตรา ๕๓ ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาว่าผู้กระทำความผิดได้กระทำความผิดตามมาตรา ๔๘ หรือมาตรา ๔๙ ให้ศาลมีคำสั่งริบแบบผังภูมิ หรือวงจรรวม หรือผลิตภัณฑ์ที่ละเมิดสิทธิของผู้ทรงสิทธิที่อยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิดเสียทั้งสิ้น ในกรณีที่ศาลเห็นสมควร ศาลอาจมีคำสั่งให้ทำลายแบบผังภูมิ หรือวงจรรวม หรือผลิตภัณฑ์ดังกล่าว หรือให้ดำเนินการอย่างอื่นเพื่อป้องกันมิให้มีการนำเอาสินค้าดังกล่าวออกจำหน่ายอีกก็ได้ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดได้นำแบบผังภูมิหรือวงจรรวมของผู้ทรงสิทธิออกจากวงจรรวมหรือผลิตภัณฑ์ที่ละเมิดสิทธิของผู้ทรงสิทธิแล้ว ศาลจะสั่งริบหรือมีคำสั่งอื่นตามวรรคหนึ่งได้เฉพาะกับวงจรรวมหรือผลิตภัณฑ์ที่ยังคงละเมิดสิทธิของผู้ทรงสิทธิ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี บัญชีอัตราค่าธรรมเนียม คำขอจดทะเบียนแบบผังภูมิ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท การประกาศโฆษณาการรับจดทะเบียนแบบผังภูมิ ๕๐๐ บาท หนังสือสำคัญแบบผังภูมิ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท คำขอเพิกถอนการจดทะเบียนแบบผังภูมิ ฉบับละ ๕๐๐ บาท คำอุทธรณ์คำสั่งของอธิบดี ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท ค่าธรรมเนียมรายปี ปีที่ ๒ ๒,๐๐๐ บาท ปีที่ ๓ ๔,๐๐๐ บาท ปีที่ ๔ ๖,๐๐๐ บาท ปีที่ ๕ ๒๐,๐๐๐ บาท ปีที่ ๖ ๓๐,๐๐๐ บาท ปีที่ ๗ ๔๐,๐๐๐ บาท ปีที่ ๘ ๕๐,๐๐๐ บาท ปีที่ ๙ ๖๐,๐๐๐ บาท ปีที่ ๑๐ ๗๐,๐๐๐ บาท หรือชำระในคราวเดียว ๒๘๐,๐๐๐ บาท คำขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิ ฉบับละ ๕๐๐ บาท คำขอจดทะเบียนรับโอนสิทธิในแบบผังภูมิ ฉบับละ ๕๐๐ บาท คำขอใช้สิทธิในแบบผังภูมิ ฉบับละ ๕๐๐ บาท ใบอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท ใบแทนหนังสือสำคัญแบบผังภูมิ ฉบับละ ๑๐๐ บาท ใบแทนใบอนุญาตให้ใช้สิทธิในแบบผังภูมิ ฉบับละ ๑๐๐ บาท การคัดสำเนาเอกสาร หน้าละ ๑๐ บาท การรับรองสำเนาเอกสาร เอกสารเกิน ๑๐ หน้า ฉบับละ ๑๐๐ บาท เอกสารไม่เกิน ๑๐ หน้า หน้าละ ๑๐ บาท คำขออื่น ๆ ฉบับละ ๑๐๐ บาท หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยมีนโยบายที่จะให้ความคุ้มครองแก่ผู้ซึ่งสร้างสรรค์แบบผังภูมิของวงจรรวมโดยให้มีสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำซ้ำ นำเข้า ขาย หรือจำหน่าย เพื่อวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งแบบผังภูมิของวงจรรวม วงจรรวม ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่มีแบบผังภูมิที่ได้รับความคุ้มครองประกอบอยู่ด้วย ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี อันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ในขณะเดียวกัน นโยบายดังกล่าวเป็นการอนุวัติการตามพันธกรณีที่ประเทศไทยมีตามข้อ ๓๕ ถึงข้อ ๓๘ แห่งความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าในภาคผนวกท้ายความตกลงมาร์ราเกซจัดตั้งองค์การการค้าโลกด้วย แต่กฎหมายไทยในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะรองรับนโยบายการให้ความคุ้มครองและรองรับพันธกรณีดังกล่าวได้ สมควรมีกฎหมายคุ้มครองแบบผังภูมิของวงจรรวม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๔๑ ก/หน้า ๒๘/๑๒ พฤษภาคม ๒๕๔๓